เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วม ไม่หยุดธุรกิจ DBD เปิด 3 บริการออนไลน์ ช่วยนิติบุคคลพื้นที่ประสบภัย
Economic น้ำท่วม ไม่หยุดธุรกิจ DBD เปิด 3 บริการออนไลน์ ช่วยนิติบุคคลพื้นที่ประสบภัย
คอนเทนต์วายไทยโตแรง DITP เร่งดัน BL-GL เจาะญี่ปุ่น-ไต้หวัน-อาเซียน
Economic คอนเทนต์วายไทยโตแรง DITP เร่งดัน BL-GL เจาะญี่ปุ่น-ไต้หวัน-อาเซียน
GULF – ADNOC ซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน เริ่มส่งปี’70 เสริมพอร์ตเทรดดิ้งเจาะตลาดเอเชีย
Economic GULF – ADNOC ซื้อขาย LNG 2 ล้านตัน เริ่มส่งปี’70 เสริมพอร์ตเทรดดิ้งเจาะตลาดเอเชีย
โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี
Economic โรงสีพิจิตรเบี้ยวหนี้สหกรณ์กว่า 1.3 พันล้าน เกษตรฯ เร่งอัดสภาพคล่อง รับข้าวนาปีล็อตใหญ่ปลายปี
รัฐบาล เตรียมรับมือน้ำใต้ 10 วันอันตราย สั่งใช้แผนให้เหมาะพื้นที่
Politics รัฐบาล เตรียมรับมือน้ำใต้ 10 วันอันตราย สั่งใช้แผนให้เหมาะพื้นที่
สรรพสามิต-ตำรวจ จับยาสูบ IQOS 6,000 ซอง มูลค่าภาษีที่รับสูญเสียกว่า 3.7 แสนบาท
News สรรพสามิต-ตำรวจ จับยาสูบ IQOS 6,000 ซอง มูลค่าภาษีที่รับสูญเสียกว่า 3.7 แสนบาท
ชลประทานตรึงระบายเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที จับตาป่าสัก 110% เร่งติดเครื่องสูบน้ำคลองรังสิต
Economic ชลประทานตรึงระบายเจ้าพระยา 2,500 ลบ.ม./วินาที จับตาป่าสัก 110% เร่งติดเครื่องสูบน้ำคลองรังสิต
ศุภจี จี้ขนส่ง ‘ผัก’ ให้ทั่วถึงหลังน้ำท่วมทำราคาพุ่ง ขอตรึงไข่ไก่ 4 บาท-จัดธงฟ้าทั่วไทย
Politics ศุภจี จี้ขนส่ง ‘ผัก’ ให้ทั่วถึงหลังน้ำท่วมทำราคาพุ่ง ขอตรึงไข่ไก่ 4 บาท-จัดธงฟ้าทั่วไทย
น้ำท่วมฟาร์มปราจีนบุรี สุกรตายราว 2,000 ตัว ปศุสัตว์เร่งฝังกลบ-ฆ่าเชื้อป้องกันโรค
Economic น้ำท่วมฟาร์มปราจีนบุรี สุกรตายราว 2,000 ตัว ปศุสัตว์เร่งฝังกลบ-ฆ่าเชื้อป้องกันโรค
‘ภาคใต้’ เตรียมรับมือน้ำท่วมแล้ว หวังคลอง ร.1 เสร็จทันน้ำหลาก
Politics ‘ภาคใต้’ เตรียมรับมือน้ำท่วมแล้ว หวังคลอง ร.1 เสร็จทันน้ำหลาก
ดูทั้งหมด

ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน

07 ก.ค. 2569 | 07:33น.
คอลัมน์ : ส่องโลก มองไทย
ผู้เขียน : ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ [email protected]

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียได้เรียนรู้บทเรียนราคาแพงเรื่องการกระจุกตัวของการลงทุน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ดิ่งลงเกือบ 10% ภายในวันเดียว ทุบสถิติการลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ จนต้องสั่งหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) ถึงสองครั้งในสัปดาห์เดียวเป็นครั้งแรก เฉพาะวันเดียวนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นเกาหลีสุทธิราว 3.8 พันล้านดอลลาร์

โดยหุ้นสองตัวที่รวมกันมีน้ำหนักเกือบครึ่งดัชนีอย่าง Samsung และ SK Hynix ร่วงพร้อมกันราว 12% ส่วนญี่ปุ่นก็ถูกลากลง ดัชนี Nikkei ร่วงกว่า 4% นำโดย SoftBank หลังมีข่าวว่า OpenAI อาจเลื่อนการเสนอขายหุ้นออกไปถึงปี 2027 กระแสธีม AI ที่ดันตลาดเอเชียเหนือบางแห่งบวก 40-90% ตั้งแต่ต้นปี จู่ ๆ ก็สะดุดลง

หากมองข้ามพาดหัวข่าวที่ตื่นเต้น ข้อมูลเงินทุนเคลื่อนย้ายล่าสุดเล่าเรื่องที่ลึกกว่านั้น เงินไม่ได้ออกจากตลาดหุ้น แต่กำลัง “หมุน” อย่างรุนแรง กองทุนหุ้นสหรัฐ กลุ่มที่ลงทุนตามดัชนีในวงกว้างยังมีเงินไหลเข้าแรงขึ้นเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ในรอบเดือน ขณะที่เงินไหลเข้าหุ้นเติบโต (Growth) ซึ่งเป็นหัวใจของธีม AI กลับหดจากเกือบ 5 หมื่นล้าน เหลือราว 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ในระดับภูมิภาค เงินเข้าเกาหลีหดจากกว่า 7 พันล้าน เหลือไม่ถึง 2 พันล้าน จีนและฮ่องกงยังถูกเทขายต่อเนื่อง

ส่วนญี่ปุ่นที่เดือนก่อนเงินไหลออกหนัก กลับพลิกเป็นไหลเข้าเล็กน้อย สะท้อนการย้ายเงินจากหุ้นเทคโนโลยีไปสู่หุ้นพื้นฐานมั่นคงในประเทศเดียวกัน ทั้งหมดคือภาพของเงินทุนที่กำลังหมุนหนี (Rotation) จากกลุ่มเทคฯ ไปยังกลุ่มอื่น ๆ หลังตลาดกังวลว่าหุ้นกลุ่ม AI ขึ้นมามากเกินไป

ที่น่าสังเกตคือ ความผันผวนกลับมาในจังหวะที่ราคาน้ำมันกำลังลดลง หลังสหรัฐ กับอิหร่านเดินหน้าหยุดยิงและช่องแคบฮอร์มุซเริ่มกลับมาเดินเรือ ราคาน้ำมัน Brent ร่วงมาแตะราว 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำสุดในรอบหลายเดือน ตามตรรกะเดิมน้ำมันลงควรแปลว่าเงินเฟ้อลงและดอกเบี้ยลง แต่ดังที่ผู้เขียนเคยนำเสนอไว้ว่า “สันติภาพซื้อดอกเบี้ยถูกไม่ได้” แรงกดดันที่แท้จริงเวลานี้ไม่ใช่ราคาน้ำมัน แต่คือภาวะดอกเบี้ยที่จะอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาด เงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐ

ล่าสุดทำระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2023 ธนาคารกลางสหรัฐ ภายใต้ประธานคนใหม่ Kevin Warsh คงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% พร้อมส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวขึ้น เมื่อต้นทุนของเงินไม่ลดลง นักลงทุนจึงเริ่มตั้งคำถามกับราคาหุ้น AI ที่วิ่งขึ้นมาไกล ความเสี่ยงโลกจึงไม่ได้คลายลงตามราคาน้ำมัน แต่กลับมาบรรจบกัน ทั้งดอกเบี้ยสูง พันธบัตรผันผวน และกระแสธีม AI ที่เริ่มชะลอลงหลังขึ้นมาอย่างยาวนาน

แล้วไทยอยู่ตรงไหน คำตอบอาจดูน่าผิดหวังในแวบแรก เพราะเงินไหลเข้าไทยสุทธิรอบเดือนมีเพียง 86 ล้านดอลลาร์ แทบไม่มีนัยเมื่อเทียบกับไต้หวันหรือเกาหลี แต่นี่คือประเด็นสำคัญ ไทยไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกระแสหลัก AI (อาจได้ประโยชน์บ้างจากการที่บริษัทไทยบางส่วนอยู่ปลายห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์) ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ราคาแกว่งตามกระแสโลกในระดับต่ำ และต่างชาติถือครองไม่มากมาตลอด เมื่อกระแสเงินที่เคยไหลทะลักไปลงทุนในธีม AI ถูกถอนกลับ ไทยจึงแทบไม่มีอะไรต้องคืนให้ตลาด

นอกจากนั้น เสถียรภาพเศรษฐกิจไทยยังค่อนข้างแข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยยังสูงติดอันดับต้นของภูมิภาค การขาดดุลการคลังและการค้าส่วนหนึ่งมาจากการนำเข้าสินค้าทุนตามการลงทุนโดยตรงด้านดิจิทัล ซึ่งมีเงินทุนไหลเข้ามาหักล้าง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงมีพื้นที่พอจะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ได้ตลอดปี ซึ่งได้เปรียบเมื่อเทียบกับธนาคารกลางสำคัญหลายแห่ง ตั้งแต่ ECB จนถึงญี่ปุ่น ถูกบีบให้ขึ้นดอกเบี้ยสวนทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การที่ตลาดไทยไม่ผันผวนมากนักเมื่อเทียบกับตลาดโลกถือเป็นดาบสองคม ในวันที่ธีม AI กลับมาคึกคัก อย่างที่เห็นเมื่อบริษัทผู้ผลิตชิป Micron รายงานกำไรเหนือคาดมากจนดัน KOSPI เด้งกลับกว่า 5% ในวันเดียว ตลาดไทยก็มักตกขบวนขาขึ้นไปด้วย ความทนทานของไทยจึงเป็นเชิงตั้งรับ ไม่ใช่เครื่องยนต์แห่งการเติบโต

โจทย์ที่แท้จริงคือจะแปลง “การไม่ร่วง” ให้เป็น “การเติบโตจริง” ได้หรือไม่ ซึ่งขึ้นกับปัจจัยในประเทศ เช่น การเบิกจ่ายมาตรการกระตุ้นและการสานต่อเม็ดเงินลงทุนต่างชาติให้เป็นรูปธรรม ขณะที่ในระยะยาว ต้องจับตาว่ายุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติของไทยจะสัมฤทธิ์ผล ในการทำให้ไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตเทคโนโลยี AI ได้หรือไม่

โลกกำลังสอนบทเรียนเรื่องราคาของการเดิมพันหนักเกินไปในที่เดียว ไทยอาจไม่ใช่ดาวเด่นที่ใครจับตา แต่ในเกมที่ผู้เล่นทั้งโต๊ะทุ่มสุดตัวกับ AI การถือไพ่ที่กระจายความเสี่ยงและมีเงินสำรองในมือ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยระดับหนึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น