ไปทำงานต่างประเทศ 10 วิธีถูกกฎหมาย มีประเทศใดบ้าง เช็กที่นี่!

เครื่องบิน
Photo: John Mcarthur/unsplash

ปัจจุบันมีผู้สนใจไปทำงานต่างประเทศจำนวนมาก แต่หลายคนไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ อีกทั้งยังกลัวถูกหลอกจากนายหน้าเถื่อน ซึ่งการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะจะได้รับความคุ้มครองหากประสบปัญหาในการทำงานขณะอยู่ต่างประเทศ

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมวิธีไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายดังนี้

1. จัดส่งโดยภาครัฐ

เป็นบริการของรัฐโดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ที่ส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ นอกจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็นที่ผู้เดินทางต้องจ่ายเอง เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าภาษี สนามบิน ค่าสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ค่าที่พักสำหรับเตรียมตัวก่อนเดินทาง

ทั้งนี้ กรมการจัดหางานตั้งเป้าจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศปี 2566 ดังนี้

สาธารณรัฐเกาหลี 10,000 คน

  • งานอุตสาหกรรมการผลิต
  • งานเกษตร ปศุสัตว์
  • งานก่อสร้าง

อิสราเอล 6,500 คน

  • งานภาคเกษตร

ฮ่องกง และมาเก๊า รวม 200 คน

  • ผู้ช่วยงานบ้าน (ฮ่องกง)
  • แม่บ้าน (ฮ่องกง)
  • ผู้ช่วยแม่บ้าน (ฮ่องกง)
  • พนักงานนวดสปา (มาเก๊า)
  • กุ๊กอาหารไทย (มาเก๊า)
  • นวดแผนโบราณ (มาเก๊า)

สิงคโปร์ 200 คน

  • คนงานทั่วไป
  • ช่างเชื่อม
  • ช่างประกอบท่อ

ญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan 400 คน

Advertisement
  • ผู้ฝึกปฏิบัติงานเทคนิค

2. บริษัทจัดหางาน

ทั้งนี้ บริษัทจัดหางานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางาน โดยมีประเทศในความร่วมมือ ดังนี้

สาธารณรัฐเกาหลี 5,000 คน

  • ช่างเชื่อม อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ
  • ช่างไฟฟ้า อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ
  • ช่างสีพ่นทราย อุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ

ไต้หวัน 13,000 คน

  • คนงานทั่วไป
  • คนงานผลิตผลิตภัณฑ์โลหะ
  • กรรมกร

ซาอุดีอาระเบีย 2,000 คน

  • ช่างไฟฟ้า
  • ช่างประปา
  • ช่างอเล็กทรอนิกส์รถยนต์
  • ช่างเทคนิครถยนต์
  • ช่างควบคุมความร้อนการระบายอากาศและแอร์
  • ช่างเชื่อม
  • ช่างไม้แบบ
  • ช่างทาสี
  • ช่างปูน
  • ช่างเหล็กก่อสร้าง
  • พนักงานบริการรถยนต์เบื้องต้น
  • ช่างก่อสร้าง
  • ช่างเทคนิคซ่อมบำรุง เครื่องจักร
  • ช่างซ่อมตัวถังรถยนต์
  • ช่างไม้
  • ช่างอิเล็กทรอนิกส์
  • ช่างเทคนิคเหมืองแร่
  • พนักงานย่อยหิน
  • ผู้ควบคุมกานขุดเจาะเหมืองแร่
  • ช่างเทคนิคโลหะ
  • พนักงานกระบวนการผลิตโลหะ
  • ช่างเทคนิคเครื่องยนต์

ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศอื่น ๆ 12,500 คน

  • คนงานทั่วไป
  • ช่างเชื่อม
  • นวดแผนโบราณ
  • พนักงานนวดสปา
  • คนงานเกษตร
  • ผู้ทำงานบ้าน

ทั้งงนี้บริษัทจัดหางานต้องผ่านการอนุญาตจากรมการจัดหางาน โดยมีข้อกำหนดดังนี้

  • ต้องแสดงใบอนุญาตการจดทะเบียนต่อกรมการจัดหางาน ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นชัด ณ สำนักงานที่ได้รับอนุญาต
  • ต้องจดทะเบียนลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานที่ทำงานให้บริษัทไม่ใช้สายหรือเป็นนายหน้าเถื่อน
  • เรียกเก็บค่าหัวตามกฏหมายและออกใบเสร็จรับเงินให้คนหางานไว้เป็นหลักฐาน
  • เรียกเก็บเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 30 วันก่อนเดินทาง ถ้าไม่ส่งไปทำงานตามกำหนด ต้องคืนเงินให้ทันที
  • ต้องส่งคนงานไปตรวจโรค ณ สถานพยาบาลตามที่กรมการจักหางานประกาศรายชื่อไว้
  • ต้องส่งคนหางานไปทดสอบฝีมือ ณ สถานทดสอบฝีมือตามที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานอนุญาต
  • ต้องพาคนงานเข้ารับการฝึกอบรมจากเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางานก่อนเดินทาง
  • ต้องพาคนหางานเดินทางออกไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางาน
  • ติดต่อ : บริษัทจัดหางานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการจัดหางาน

ทำอย่างไรจึงไม่ถูกหลอก 

– สมัครงานกับบริษัทจัดหางานที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยขอดูจากใบอนุญาตจัดหางาน

– สอบถามเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานว่าบริษัทจัดหางานมีจริงหรือไม่

– อย่าจ่ายเงินค่าหัว จนกว่าจะทราบกำหนดการเดินทาง

– ไม่ควรจ่ายเงินค่าบริการ (ค่าหัว) เป็นเงินสด ให้จ่ายผ่านธนาคาร โดยขอคำแนะนำจากธนาคาร

– เมื่อจ่ายเงินแล้ว ให้ขอใบเสร็จรับเงินจากบริษัทไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง

– หลังจ่ายเงินแล้ว หนึ่งเดือนยังไม่ได้เดินทาง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานทันที

การลงทะเบียนเพื่อไปทำงานต่างประเทศวิธีการลงทะเบียน 

ไปพบเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ทะเบียนฯสำนักงานจัดหางานจังหวัดหรือสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10 ที่ท่านมีภูมิลำเนาอยู่หรือฝ่ายทะเบียนคนหางานและสารสนเทศ สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน พร้อมหลักฐานดังนี้

– บัดรประจำตัวประชาชน

– หลักฐานการศึกษา

– ใบรับรองทดสอบฝีมือ

3. เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง

คนหางานติดต่อนายจ้างต่างประเทศด้วยตนเองหรือคนงานที่ทำงานครบสัญญาจ้างแล้วได้ต่อสัญญาจ้าง เมื่อเดินทางกลับมาพักผ่อน ในประเทศไทยและจะเดินทางกลับไปทำงานอีก ต้องแจ้งต่อกรมการจัดหางานก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 15 วัน

4. นายจ้างในไทยพาลูกจ้างไปทำงาน

กรณีนี้นายจ้างอาจมีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศหรืออาจประมูลงานได้ จึงส่งคนงานที่อยู่ในประเทศไทยไปทำงาน คนงานดังกล่าวยังมีฐานะเป็นลูกจ้างของนายจ้างในประเทศไทย และได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวน การส่งลูกจ้างที่อยู่ในประเทศไทยไปทำงานต้องขออนุญาตต่อกรมการจัดหางาน

5. นายจ้างในไทยส่งลูกจ้างไปฝึกงาน

ลักษณะนี้นายจ้างต้องขออนุญาตพาลูกจ้างในโครงการส่งไปฝึกงานต่างประเทศหรือบริษัทแม่หรือเครือข่ายเป็นการเรียนรู้พัฒนา ฝีมือลูกจ้างให้ทันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

6. โครงการออแพร์ อเมริกา

AUPAIR in USA คือ โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับครอบครัวอเมริกันผ่านการดูแลเด็กและทำงานบ้าน ภายใต้การควบคุมของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (T่he U.S. Department of State หรือ DOS)

โดยผู้เดินทางจะพักอาศัยกับครอบครัวอุปถัมภ์ชาวอเมริกันตลอดระยะเวลาของโครงการ ประมาณ 1-2 ปี ภายใต้วีซ่าประเภท J-1 (Cultural Exchange Visitor Visa) โดยจะได้รับทุนการศึกษา 500 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีเพื่อเรียนวิชาที่สนใจ และค่าตอบแทนรายสัปดาห์ระหว่างเข้าร่วมโครงการออแพร์ โดยจะมีวันหยุด 1.5-2 วันต่อสัปดาห์ และพักร้อน 10 วันต่อปี มีห้องพักส่วนตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในเรื่องที่พักและอาหาร

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ บริษัท ไทยและอเมริกันคัลเชอรัลเอ็กซเชนจ์ จำกัด โทรศัพท์ 0-2030-2568 มือถือ 08-8577-0350 และอีเมล์ [email protected]

7. Work and Travel อเมริกา

โครงการ Work and Travel เกิดขึ้นในประเทศไทยมากว่า 20 ปี โดยได้รับการสนับสนุนและควบคุมโดย United Department of State (DOS) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีหน้าที่ดูแลด้านโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยทุก ๆ ปี โครงการนี้จะดึงดูดนักเรียนหลายพันคนจากทั่วโลก และประเทศไทยก็เช่นกัน

เพราะเป็นที่อนุญาตให้นิสิต/นักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 1, 2, 3 และ 4 และนักศึกษาระดับปริญญาโทที่มีอายุไม่เกิน 28 ปี มีสถานภาพโสด มีทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับดีพอใช้ และมีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.00 ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมชาวอเมริกันผ่านการทำงาน และการท่องเที่ยวได้ทั่วสหรัฐอเมริกา ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน

งานที่อนุญาตให้ทำมีตั้งแต่งานในโรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร อุทยานแห่งชาติ และสวนสนุก โดยนิสิต/นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการสามารถทำงานและได้ค่าตอบแทนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย อัตราเฉลี่ย 8.00-16.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง เป็นระยะเวลา 2-3 เดือน และยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวในประเทศสหรัฐอเมริกาภายหลังจบโครงการได้อีกประมาณ 30 วัน

สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ The U.S. Embassy & Consulate in Thailand https://th.usembassy.gov/visas/summer-work-travel-program/ โดยมีเอเยนซี่หลายแห่งในไทยที่เปิดรับสมัครโครงการนี้

8. Work and Holiday ออสเตรเลีย

Work and Holiday ของประเทศออสเตรเลีย (WAH) เป็นความร่วมมือของรัฐบาลไทย และรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ทั้งเรียน เที่ยว และทำงาน ได้อย่างถูกต้องในออสเตรเลียภายในระยะเวลา 1 ปี

โดยแต่ละปีรัฐบาลออสเตรเลียจะให้โควตา 500 คนต่อปี แต่มีการเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษ โดยในปี 2563 เป็น 2,000 คน ปี 2565 เป็น 1,000 คน และปี 2566 เป็น 2,000 คน โดยผู้เดินทางด้วยวีซ่าประเภทนี้สามารถทำงานได้นานสุดไม่เกิน 6 เดือนต่อนายจ้างแต่ละแห่ง (สามารถเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ได้) และสามารถลงเรียนในออสเตรเลียได้ไม่เกิน 17 สัปดาห์ และท่องเที่ยวในออสเตรเลียได้ตลอดเวลา 1 ปี โดยไม่ต้องทำงานถ้ามีเงินเพียงพอ

ต้องยื่นสมัครโดยตรงกับกรมกิจการเด็กและเยาวชนที่ลิงก์นี้ Department of Children and Youth โดยคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการมีดังนี้

– อายุระหว่าง 18-30 ปี (ไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นวีซ่ากับทางสถานทูตฯ)

– สำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

– มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ เช่น ผลสอบ IELTS (ประเภทใดก็ได้) = 4.5 หรือเทียบเท่า โดยจะต้องมีคะแนนแต่ละพาร์ตอย่างน้อย 4.5 หรือผลการสอบ TOEFL iBT ระดับคะแนน 32 ขึ้นไป ทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี โดยต้องสอบมาไม่เกิน 1 ปี (นับวันที่สอบกับวันยื่นเอกสารกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน และ/หรือวันยื่นวีซ่า)

– หรือหากเรียนในประเทศไทยเป็นนหลักสูตรภาษาอังกฤษก็สามารถใช้ยื่นได้ โดยต้องมีใบรับรองหรือประกาศนียบัตรการศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่เรียนอย่างน้อย 2 ปี โดยการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน เป็นต้น

– มีหลักฐานการเงินบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัครเองประมาณ 120,000 บาท

– มีหนังสือรับรองคุณสมบัติ ซึ่งออกให้โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiwahclub.com

9. Working Holiday Scheme นิวซีแลนด์

รัฐบาลไทยได้จัดทำข้อตกลงโครงการตรวจลงตราทำงานและท่องเที่ยว Working Holiday Scheme (WHS) กับรัฐบาลนิวซีแลนด์ โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยอายุระหว่าง 18-30 ปี จำนวน 100 คน ต่อปี สามารถที่จะเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 12 เดือน โดยสามารถทำงานชั่วคราว ในขณะพำนักอยู่ในนิวซีแลนด์ได้ด้วย ได้ลองทำงานในต่างประเทศ

สมัครด้วยตนเองไม่ต้องผ่านเอเจนท์ โดยลงทะเบียนเพื่อขอรับใบรับรองจากกรมกิจการเด็กและเยาวชนที่ลิงค์นี้ Department of Children and Youth โควต้าแต่ละปีอยู่ที่ 100 คน มีค่าธรรมเนียมวีซ่าประมาณ 6,400 บาท

อายุระหว่าง 18-30 ปี (อายุยังไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นขอวีซ่ากับสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย) สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ มีหลักฐานการเงินบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัครเอง 7,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์

10. WWOOFing

Worldwide Opportunities on Organic Farms หรือ WWOOF (วูฟ) เป็นองค์กรที่จับคู่อาสาสมัครกับโฮสต์ฟาร์มในประเทศต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี 1971 เช่น เบลเยี่ยม บราซิล เดนมาร์ก สหราชอาณาจักร เป็นต้น แต่โครงการนี้จะแตกต่างจากโครงการอื่น ๆ ข้างต้น เพราะไม่มีค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่จะได้ทำงานเพื่อแลกกับที่อยู่อาศัยและค่าอาหาร โดยมีเป้าหมายคือการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเชิงนิเวศ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการต้องจ่ายค่าสมัครสมาชิก และค่าตั๋วเครื่องบิน

สามารถค้นหาฟาร์มและสายงานในประเทศที่สนใจได้ทางเว็บไซต์ wwoof.net