ธุรกิจ “บ้านปูอินฟีเนอร์จี้” สำเร็จด้วยคน+เทคโนโลยี

พนักงาน 37 คน กับโซลูชั่นด้านพลังงานทดแทนที่ออกแบบให้ลูกค้าโดยไม่มีข้อจำกัด คือแบบฉบับของ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี้ จำกัด ในเครือ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ที่โดดร่วมวงธุรกิจพลังงานทดแทน โดยเน้นไปที่พลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์

ถามว่ากำลังคนแค่หยิบมือ แต่ดูแลลูกค้ามากมายได้อย่างไร ?

“กนกวรรณ จิตต์ชอบธรรม” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี้ เล่าว่า ในช่วงเริ่มต้นเมื่อวางกลยุทธ์ธุรกิจไว้ชัดเจนว่า มุ่งไปที่ Greener & Smarter แล้วนั้น พนักงานจะรู้ทิศทางการทำงาน และให้บริการลูกค้าได้ตรงกับความต้องการที่เทรนด์ในวันนี้ต้องการ ใช้พลังงานสะอาดได้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่านบริการสมาร์ทซิตี้โซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการ (pain point) ของลูกค้าได้อย่างตรงจุด พร้อมตอบรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล โดยส่วนเสริมที่ทำให้ทีมทำงานได้ครอบคลุม คือ “เทคโนโลยี”

และถึงแม้จะมีจำนวนลูกค้ามากขึ้น “กนกวรรณ” ก็ยืนยันกำลังคนเพียงพอรองรับลูกค้าแน่นอน อีกทั้งยังมี call center ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกับห้องคอนโทรลรูมที่ บ้านปู อินฟิเนอร์จี้ ได้ลงทุนสร้างรองรับได้ตั้งแต่ลูกค้ารายแรก โดยมีพนักงานรับหน้าที่สื่อสารกับลูกค้า ตรวจสอบและควบคุมระบบจากสำนักงานใหญ่ ด้วยข้อมูลเรียลไทม์ผ่าน digital signage หรือจอดิจิทัล นอกจากนี้ บ้านปู อินฟิเนอร์จี้ ยังมีแอปพลิเคชั่น “Infinergy” ที่เอื้อให้ลูกค้าสามารถดูข้อมูลการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ และยอดรวมของการประหยัดพลังงานได้แบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย



“เราพัฒนาให้ใช้ง่าย ลูกค้าที่ไม่มีความรู้ด้านวิศวกรก็ใช้ได้ เพราะโซลูชั่นที่เราให้ลูกค้าต้องมีคนของเราดูแลตลอดเวลา เพื่อลดความกังวลและสร้างความเชื่อมั่นว่า สิ่งที่คนของเราออกแบบระบบให้ถูกต้องและปลอดภัยสำหรับลูกค้าที่สุด”

“กนกวรรณ” เล่าให้ฟังอีกว่า ความแข็งแกร่งของธุรกิจวันนี้ เกิดขึ้นได้เพราะทั้ง 37 คน ที่สามารถทำงานได้จากทุกที่ ภายใต้นโยบาย Work Anywhere ที่พนักงานไม่จำเป็นต้องนั่งทำงานเฉพาะที่ออฟฟิศเท่านั้น พวกเขาสามารถทำงานได้ทุกที่ ด้วยเทคโนโลยีที่บริษัทได้ออกแบบเทคโนโลยีที่รองรับการทำงานในรูปแบบที่หลากหลาย และสามารถเข้างานในเวลาที่ยืดหยุ่น (flexible working hours) เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์และประเภทงานภายใต้ความรับผิดชอบของแต่ละคน

ส่วนการดูแลพนักงานของ บริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี้ ว่า นอกเหนือจากค่าตอบแทนที่ดีแล้ว ยังมุ่งเน้นไปที่ “สุขภาพ” ของพนักงาน โดยจัดฟิตเนสให้ออกกำลังกาย คลายเครียด รวมถึงพนักงานสามารถเลือกข้าร่วมชมรมกีฬา เช่น ชมรมกอล์ฟ ชมรมเดินวิ่ง ชมรมแบดมินตัน ชมรมเทนนิส และชมรมฟุตซอล เพื่อคลายเครียด และมีงบประมาณสนับสนุนให้กับชมรมด้านการกีฬาต่าง ๆ ซึ่งการให้อิสระและการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของพนักงานในจุดนี้

สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Work Life Harmony หรือการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวที่ทางกลุ่มบ้านปู ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกในส่วนของการทำงาน ให้อิสระในการทำงานกับพนักงาน เพราะทุกคนเชื่อในวัฒนธรรมขององค์กร “Banpu Heart” ที่ทุกคนถูกหล่อหลอมให้มี 3 คุณสมบัติ คือ มีความ passionate (ใจรัก) ซึ่งการที่จะทำงานที่นี่ได้ ทีมบ้านปูต้องมีใจรัก มีความมุ่งมั่น ที่จะทำงานให้สำเร็จ ในขณะเดียวกัน ต้องมี innovative (สร้างสรรค์ ไม่หยุดคิด) ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้องค์กรเติบโตได้ต่อเนื่อง และท้ายสุด คือ ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นยืนหยัด (committed) คิดแล้วลงมือทำให้ได้ แต่ทุกอย่างไม่ต้องประสบความสำเร็จ เพราะความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

จนถึงวันนี้ ความสำเร็จของ บริษัท บ้านปู อินฟีเนอร์จี้ เป็นที่รู้จักในแวดวงธุรกิจพลังงาน มีลูกค้าที่หลากหลาย เช่น โรงงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า ตลาด รวมไปจนถึงสถานีบริการน้ำมัน เหตุผลที่ลูกค้าเลือกใช้บริการมาจากจุดแข็งที่เป็นคนทำงานด้านพลังงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่า 36 ปี ได้สั่งสมทั้งความรู้ด้านเทคโนโลยี ประสบการณ์ มีความน่าเชื่อถือและโปร่งใส ที่สำคัญ ยังดำเนินงานได้ตลอดเวลา


“กนกวรรณ” เน้นย้ำในช่วงท้ายว่า ทีมงานของบ้านปู อินฟิเนอร์จี้ จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคที่หลายอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน คนของบริษัท บ้านปู อินฟิเนอร์จี้ จะได้รับการส่งเสริมให้กล้าคิด กล้าทำ โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม เพื่อให้ทันเทรนด์ของผู้บริโภค อย่างเช่นกระแสสมาร์ทซิตี้ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกอีกด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ