เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

Care the Wild ปลูกป่าน่าน ลดภาวะโลกร้อน

14 ธ.ค. 2564 | 11:12น.

ปีที่ผ่านมาพื้นที่ป่าในประเทศไทยมีจำนวนคงที่คือ 102 ล้านไร่ หรือร้อยละ 31.6 จากพื้นที่ประเทศทั้งหมด 322 ล้านไร่ ลดลงจากปี 2562 0.04% ทั้งนี้ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กำหนดให้มีพื้นที่ป่า ร้อยละ 40 เพื่อให้เกิดพื้นที่ป่าที่แท้จริง

ซึ่งป่าไม่เพียงจะสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate changes) อันเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้นำทั่วโลกกำลังพยายามร่วมกันรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีส (Paris Agreement)

ด้วยเหตุนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (The Stock Exchange of Thailand) หรือ SET ผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดทุนให้เกิดประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องในทุกมิติของสังคม จึงตอกย้ำวิสัยทัศน์ To Make the Capital Market “Work” for Everyone ผลักดันให้เกิดภาวะสมดุลของโลกตามกรอบเป้าหมายแห่งสหประชาชาติ (UNSDG Goal) ในข้อ 13 climate action และขับเคลื่อนการทำงานด้วยการผนึกกำลังทุกภาคส่วนตามเป้าหมายข้อ 17 partnership for the goal

ภายใต้โครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” มาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่าทั่วประเทศด้วยการนำร่องภาคเหนือ, ภาคกลาง และภาคอีสาน โดยล่าสุด SET และผู้สนับสนุนลงพื้นที่สำรวจความคืบหน้าที่ป่าชุมชนบ้านนาหวาย หมู่ 8 ต.บ่อแก้ว อ.นาหมื่น จ.น่าน

“นพเก้า สุจริตกุล” ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารองค์กรและพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ Care the Wild “ปลูกป้อง Plant & Protect” มีกลไกขับเคลื่อนด้วยการระดมทุน เพื่อการปลูกต้นไม้ใหม่ ปลูกต้นไม้เสริม และส่งเสริมการดูแลต้นไม้ โดยผ่านภาคีองค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน

นพเก้า สุจริตกุล
นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานสื่อสารองค์กรและพัฒนาเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โครงการมีองค์ประกอบ 4 ด้าน คือ 1) กระบวนการในการเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเริ่มต้นจากป่าไม้ 2) ความมีส่วนร่วมของผู้ร่วมโครงการ 3) กระบวนการติดตาม ประเมินผลการปลูก และร่วมดูแลป่าไม้ 4) กระบวนการร่วมขยายผลที่เกิดจากป่าและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน

ทั้งนี้ มีสัญลักษณ์โครงการเป็นช้างรักษ์ป่า ชื่อ “พี่ปลูกป้อง” ที่คอยให้ข้อมูลเชิญชวนทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศพืช สิ่งแวดล้อม และร่วมระดมทุนปลูกต้นไม้

Advertisement

“เราเน้นการร่วมดูแลต้นไม้ที่ปลูกให้เติบโต รอดและเติบโต 100% จนกลายเป็นผืนป่าอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิดป้อง หลังจากมีผู้บริจาคเงินเพื่อการปลูกต้นไม้ ต้นละ 200 บาท องค์กรผู้ยื่นแบบความจำนงขอระดมทุนเพื่อปลูกป่าจะนำส่งข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของต้นไม้, สถานที่ปลูก, วัน, เดือน และปีที่ปลูก

รวมถึงมีการรายงานความคืบหน้าของผลการปลูก และการเติบโตของต้นไม้เป็นระยะทุก 6 เดือนผ่านแอปพลิเคชั่น Care the Wild ผู้ให้ทุนสามารถเรียนรู้การเติบโตของต้นไม้ การทำงานของชุมชน และการมีส่วนร่วมในการขยายผลเพื่อพัฒนาชุมชน”

ป่าชุมชนบ้านนาหวาย หมู่ 8 ต.บ่อแก้ว อ.นาหมื่น จ.น่าน ได้รับการสนับสนุนทุนเพื่อปลูกต้นไม้จำนวน 100 ไร่ แบ่งเป็น 2 แปลง คือ แปลงที่ 1 จำนวน 80 ไร่ ตั้งอยู่ที่บริเวณห้วยฮ้อ ลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน แปลงที่ 2 จำนวน 20 ไร่ อยู่ในเขตป่าชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ พื้นที่ดอยเขาลม

ซึ่งผู้ที่ให้ความช่วยเหลือจากองค์กรภาคตลาดทุนประกอบด้วย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO), สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย (KAsset) และบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (The Mall) ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนงบประมาณแก่โครงการ Care the Wild

โดยมีกรมป่าไม้ยื่นความจำนงเป็นองค์กรผู้ปลูกด้วยการทำงานร่วมกับคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านนาหวาย และสมาชิกหมู่บ้านร่วมปลูกป่าและติดตามรายงานผลการเติบโตของผืนป่าแห่งนี้ตลอดระยะเวลา 6 ปี ซึ่งเริ่มปลูกเมื่อกรกฎาคม 2564

“โครงการนี้นอกจากทำที่ จ.น่านแล้ว ในภาคเหนือยังทำที่ป่าดอยอินทรีย์ จ.เชียงราย และป่าชุมชนบ้านใหม่ จ.เชียงราย ภาคกลาง ป่าชุมชนบ้านชัฏหนองยาว จ.สุพรรณบุรี ป่าชุมชนบ้านเขาหัวคน จ.ราชบุรี และป่าชุมชนบ้านพุตูม จ.เพชรบุรี ส่วนภาคอีสาน ป่าชุมชนบ้านหนองทิศสอน จ.มหาสารคาม”

“นพเก้า” กล่าวด้วยว่า 1 ปีผ่านมาโครงการมีความเข้มแข็งและเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีสัดส่วนต้นไม้ที่รอดมากกว่า 80% ซึ่งชุมชนมีการปลูกเสริมต้นที่ตายต่อเนื่อง และการมาสำรวจป่าชุมชนบ้านนาหวายครั้งนี้เรายังมอบฝายและเครื่องดับไฟป่าด้วย เพราะตอนนี้กำลังเข้าสู่หน้าแล้งเราจึงมีการทำระบบน้ำหยดเพื่อรดต้นไม้และวางแผนจะสร้างธนาคารน้ำใต้ดินรองรับปัญหาความแห้งแล้งที่จะมาถึง

“สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของโครงการนี้ คือ การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างภาคเอกชน ชาวบ้าน หน่วยงานภาครัฐ สร้างป่าและการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในปีหน้าเราจะขยายไปปลูกต้นไม้ในป่าชุมชนอื่น ๆ ต่อไป”

“ไตรสรณ์ วรญาณโกศล” นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) กล่าวว่า นอกจากบริษัทจดทะเบียนจะมีบทบาทในการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ หน้าที่อีกด้านที่สำคัญคือการมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการที่โลกมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นในชั้นบรรยากาศ

ไตรสรณ์ วรญาณโกศล
ไตรสรณ์ วรญาณโกศล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA)

“ต้นไม้เป็นตัวช่วยในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีที่สุด โครงการนี้มีส่วนสำคัญที่จะช่วยลดโลกร้อนได้ ถึงแม้การแก้ปัญหานี้อาจต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ดีกว่าการที่ไม่เริ่มลงมือทำ และปล่อยให้สายเกินไป”

“การที่ป่าไม้ถูกทำลายลงไปมาก ๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น สัตว์ป่า ดิน น้ำ อากาศ นอกจากนั้น เมื่อขาดต้นไม้คอยดูดซับน้ำไว้ น้ำก็จะไหลบ่าท่วมบ้านเรือนและที่ลุ่มในฤดูน้ำหลาก พอถึงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำซึมใต้ดินไว้หล่อเลี้ยงต้นน้ำลำธาร ทำให้แม่น้ำมีน้ำน้อยจนส่งผลกระทบต่อมาถึงระบบเศรษฐกิจและสังคม”

“นันทนา บุญยานันต์” ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กล่าวว่า ป่าชุมชนบ้านนาหวายซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุม 520 ไร่ ดังนั้น การปลูกป่าจำนวน 80 ไร่ ด้วยต้นไม้กว่า 16,000 ต้น จะช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 144,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

“นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างแหล่งอาหาร เพิ่มพื้นที่ป่า ลดแล้ง เพิ่มความสมบูรณ์ให้แหล่งต้นน้ำไหลสู่แม่น้ำน่าน สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนบ้านนาหวายกว่า 4,165 ครัวเรือน อีกทั้งยังส่งผลให้ได้ใช้ประโยชน์จากต้นน้ำเพื่อการเกษตรที่สมบูรณ์ สร้างพืชเศรษฐกิจให้ชุมชน สร้างอาชีพจากเกษตรแปรรูป เช่น มะขามแช่อิ่ม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น ซึ่งเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรในพื้นที่แห่งนี้อีกด้วย”

“สมหวัง แสงวันเพ็ญ” ผู้ใหญ่บ้านและประธานคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านนาหวาย กล่าวว่า ชุมชนต้องการสร้างเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมถึงการพัฒนาเป็นแหล่งสมุนไพรของชุมชน และสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่พื้นที่

“พันธุ์ไม้ที่ต้องการจะปลูก ได้แก่ ไม้ป่ายืนต้น เช่น ไม้ประดู่, ไม้มะค่าโมง, ไม้พยูง, งิ้วดอกแดง, ไม้สัก, มะขามป้อม, ตาว, พืชวนเกษตร และไม้ผล ส่วนประเภทต้นไม้ ได้แก่ มะม่วง, มะขามเปรี้ยวฝักยักษ์, มะม่วงหิมพานต์, ไผ่ซางหม่น, เงาะ, ลิ้นจี่, ลำไย, อะโวคาโด, กาแฟ ฯลฯ”

นับว่าเป็นโครงการที่เน้นการร่วมดูแลต้นไม้ที่ให้เติบโตจนกลายเป็นผืนป่าอย่างแท้จริง ทั้งยังร่วมทำงานกับชุมชน สร้างส่วนร่วมในการขยายผลให้ต้นไม้เติบโตจนกลายเป็นส่วนสำคัญของการขยายแนวผืนป่าของประเทศต่อไป