ก.ล.ต. ชี้ผู้จัดการกองทรัสต์-ทรัสตี ต้องตัดสินใจ กรณีเจ้าของเดิมซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” ไม่ได้ตามกำหนด
ก.ล.ต. เกาะติดสถานการณ์ซื้อคืน “รอยัล ออคิด เชอราตัน” อย่างใกล้ชิด ชี้ผู้จัดการกองทรัสต์-ทรัสตี ต้องตัดสินใจดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ขณะที่เจ้าของทรัพย์เดิมต้องเปิดเผยข้อมูลกับผู้ลงทุน
นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า กรณีกองทรัสต์ที่มีข้อตกลงซื้อคืนที่มีความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติหรือซื้อคืนตามสัญญาเป็นประเด็นและเงื่อนไขที่ ก.ล.ต. ให้ความสำคัญ REIT buy-back จึงมีกระบวนการที่กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นการระดมทุน (Filing) และการทำสัญญาระหว่างกองทรัสต์กับบริษัท จะมีการระบุเงื่อนไขไว้ว่า เมื่อครบกำหนดเวลา แต่ละฝ่ายมีสิทธิและหน้าที่อย่างไร และหากไม่มีการซื้อคืน กระบวนการขั้นต่อไปจะเป็นอย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีระบุอยู่ในคำเตือนความเสี่ยงและไฟลิ่ง
ดังนั้น ในฝั่งของกองทรัสต์ ทั้งผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีจะต้องเข้ามาดูแลตามสิทธิที่กำหนดไว้ในสัญญา หากเกิดกรณีตกลงกันไม่ได้ หรือไม่มีการซื้อคืน ผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีจะต้องพิจารณาตัดสินใจดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ และทางฝั่งของเจ้าของทรัพย์เดิมต้องเปิดเผยข้อมูลกับผู้ลงทุน
“ก.ล.ต. อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงจะติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาของกองทรัสต์และการทำหน้าที่ของผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลที่จำเป็นต่อผู้ลงทุนโดยเร็วและเพียงพอต่อการประเมินความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมต่อไป”
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน หรือ “GROREIT” ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ไม่ซื้อคืนอสังหาริมทรัพย์ตามข้อตกลงที่กำหนดในสัญญาจะซื้อจะขาย (โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซต์ กรุงเทพฯ) มูลค่า 4,873 ล้านบาท
ต่อมาทาง ROH ชี้แจงว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) (MFC) ในฐานะทรัสตี (ผู้รับโอนสิทธิในทรัพย์สินจากผู้ก่อตั้งทรัสต์) ได้มีหนังสือถึงบริษัทแจ้งวิธีการชำระราคาซื้อคืนทรัพย์สินที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งบริษัทได้มีหนังสือแจ้งให้ MFC แก้ไขการปฏิบัติที่ผิดสัญญาดังกล่าว และในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ผู้รับมอบอำนาจของบริษัทก็ได้ไปยังสำนักงานที่ดินที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงการปฏิบัติที่ผิดสัญญาดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ ROH ยืนยันว่ามีเจตจำนงที่จะซื้อคืนทรัพย์สินตามหน้าที่ของบริษัทที่จะต้องซื้อคืนทรัพย์สินตามสัญญา แต่บริษัทไม่สามารถปฏิบัติตามวิธีการชำระราคาซื้อคืนทรัพย์สินตามที่ MFC แจ้งได้ เพราะมิได้เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนกระบวนการซื้อคืนให้ลุล่วงตามข้อสัญญา โดยบริษัทมิได้มีปัญหา หรือข้อขัดข้องในการซื้อคืนแต่ประการใด และในระหว่างนี้บริษัทยังคงมีสิทธิในการบริหารโรงแรมต่อไป
จากนั้น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ก็ส่งหนังสือชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยยืนยันว่า GROREIT ไม่ได้เป็นผู้ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขาย การขอให้แบ่งการชำระตามที่กล่าวข้างต้นเป็นสิ่งที่ผู้ที่จะให้ ROH กู้ยืมเงินได้สอบถาม และ GROREIT พยายามที่จะช่วยเหลือเพื่อให้ ROH สามารถดำเนินการซื้อคืนได้ตามสัญญา
แต่เมื่อ ROH ไม่ต้องการให้มีการแบ่งชำระ GROREIT ก็มีหนังสือแจ้งให้ชำระเต็มจำนวนให้ GROREIT ก่อนวันที่ ROH ต้องซื้อคืน อย่างไรก็ดี ROH เองที่ไม่มาซื้อคืนทรัพย์สินโครงการตามสัญญา ดังนั้นสิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโครงการของ ROH จึงสิ้นสุดลง