ไอคอนสยาม ต้อนรับศักราชใหม่ 2567 พร้อมฉลองครบรอบ 5 ปี ท่องจินตนาการไปกับงาน “The Magic Dragon 2024 by Miguel Chevalier Software Cyrille Henry & Antoine Villeret” จัดแสดงศิลปะดิจิทัลประติมากรรมมังกร LED ขนาดใหญ่ เปล่งประกาย สร้างพลังแห่งชีวิตรับปีมังกร โดย “มิเกล เชอวาลิเยร์” ถึง 31 มกราคม 2567
ประติมากรรมมังกรดิจิทัลเป็นผลงานของ “มิเกล เชอวาลิเยร์” (Miguel Chevalier) มีความยาวถึง 55 เมตร ตั้งเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ผสมผสานศิลปะและเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างลงตัว แสดงความงามของโครงสร้างโลหะขึ้นรูปส่วนหัวและหางมังกร

สะท้อนฝีมือศิลปะดิจิทัลชั้นครูด้วยลายอินเตอร์แอ็กทีฟผ่านลำตัวที่เป็นลูกคลื่น และกระดูกสันหลังสี่เหลี่ยม 38 ชิ้น ที่หมุนวนรอบแกน ทำให้ตัวมังกรดูยืดออกไปไม่สิ้นสุด
ผู้ชมสามารถลอดเข้าไปใน “Body of Light” ท้องมังกร ตื่นตาจากไฟ LED กำลังเคลื่อนไหว เกิดเป็นภาพขนาดยักษ์ ลายเหล่านี้จะล้อไปกับการเคลื่อนไหวของผู้ชมผ่านการทำงานของเซ็นเซอร์ เป็นดิจิทัลอินเตอร์แอ็กทีฟที่ออกแบบเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
สำหรับ มิเกล เป็นศิลปินระดับโลกชาวฝรั่งเศส หนึ่งในผู้บุกเบิกศิลปะดิจิทัลและศิลปะเสมือนจริง ผลงานของมิเกลเกิดจากการทดลองและผสมผสานหลายแขนง ใช้ประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นข้อมูลอ้างอิง และคอมพิวเตอร์เป็นวิธีแสดงออกทางศิลปะ

มิเกลเริ่มตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับภาพอินเตอร์แอ็กทีฟตั้งแต่ยุค 80s สร้างหลายโปรเจ็กต์ที่ผสานผลงานอินสตอลเลชั่นขนาดใหญ่เสมือนจริง แสดงบนจอภาพและประติมากรรมที่สร้างด้วยพรินเตอร์สามมิติ หรือภาพโฮโลกราฟิกที่คมชัด จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ และพื้นที่สาธารณะทั่วโลก
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ มิเกล เกี่ยวกับผลงานที่จัดแสดง ณ ไอคอนสยาม เขาบอกว่า ได้เดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ มากมายที่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับมังกร ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวมทั้งทวีปยุโรป แรงบันดาลใจและการตีความผลงานชิ้นนี้จึงเป็นการผสมผสานความเชื่อของโลกตะวันออกและตะวันตก ต้องการให้สื่อสารถึงคนทุกชาติทุกภาษาได้ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นตัวเชื่อม

มิเกล ผสมผสานโลกแห่งความจริงและโลกเสมือนจริง ไม่ว่าผู้ชมจะอยู่ในตัวมังกรหรือทางเข้า จะสามารถเห็นมูฟเมนต์ของการจัดแสดงได้ คนจีน ไทย และนักท่องเที่ยวชาติต่าง ๆ ที่มายังไอคอนสยามจะต้องเข้าใจผลงานชิ้นนี้ ซึ่งเป็นชิ้นงานที่มีความร่วมสมัย
ตอนได้รับโจทย์เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว มิเกล ยอมรับว่าเป็นงานที่แชลเลนจ์ และไม่เคยทำงานสเกลใหญ่เท่านี้มาก่อน แม้เคยจัดแสดงมาแล้วหลายเมืองทั่วโลก ซึ่งครั้งนี้แตกต่าง จากประสบการณ์จึงตีความว่า มังกร คือ ความสนุก การเต้นรำ และความมีชีวิตชีวา ซึ่งถูกนำมาผสมผสานในการจัดแสดงครั้งนี้ โดยโจทย์ที่ยากที่สุดคือ ต้องออกแบบให้สามารถจัดแสดงได้ทั้งกลางวัน-กลางคืน “Day & Night” จึงเป็นคีย์เวิร์ดที่ท้าทาย

โปรเจ็กต์นี้คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานกับโจทย์ที่ได้รับ แม้ที่ผ่านมาเคยทำโปรเจ็กชั่นแมปปิ้ง ซึ่งเป็นการฉายลงบนพื้นหรือกำแพงต่าง ๆ ไม่กี่นาทีลูปการฉายก็จะวนซ้ำ แต่งานนี้ก้าวล้ำกว่านั้น ไม่ว่าจะยืนดูอยู่กี่นาที หรือเป็นวัน รูปแบบก็จะออกมาไม่ซ้ำแน่นอน
“เทคโนโลยีอยู่กับศิลปะมาโดยตลอด ตั้งแต่ภาพถ่าย วิดีโอ อิมเมอร์ซีฟอาร์ต จนกระทั่งดิจิทัลอาร์ต เทคโนโลยีก็เป็นเครื่องมือตัวหนึ่งในการตีความงานอาร์ตออกมา อย่าไปคิดว่าเอไอเป็นฝันร้าย จริง ๆ ถ้ารู้จักใช้ มันมีประโยชน์มากในการตีความไอเดีย”