เรือ 52 ลำ กับกำลังพล 2,399 นาย ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

เรือ 52 ลำ กับกำลังพล 2,399 นาย ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

รุ่งนภา พิมมะศรี : เรื่อง

ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ ชาวไทยจะได้เห็นภาพความยิ่งใหญ่และสวยงามตระการตาของ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งเป็นการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคครั้งแรกในรอบ 7 ปี นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จฯโดยขบวนพยุหยาตราชลมารค (ใหญ่) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ก่อนที่เราจะได้เห็นหรือได้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีครั้งยิ่งใหญ่นี้ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลเรือทั้ง 52 ลำ ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค พร้อมทั้งรูปแบบการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคมาให้ได้อ่าน เตรียมความรู้ความเข้าใจกันก่อนที่จะได้ชมของจริง

การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ประกอบด้วย เรือทั้งหมด 52 ลำ ใช้กำลังพลประจำเรือรวม 2,399 นาย แบ่งเป็น กำลังพลฝีพาย 2,200 นาย และกำลังพลที่เกี่ยวข้อง เช่น กำลังพลจากสำนักพระราชวัง และนักดนตรีประจำเรือ 199 นาย สำหรับการจัดรูปขบวนพยุหยาตราทางชลมารค แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย ดังนี้

ริ้วสายกลาง เป็นเรือสายสำคัญ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ นอกจากนี้มี เรืออีเหลือง (เรือกลองนอก) เรือแตงโม (เรือกลองใน) ซึ่งเป็นเรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ พร้อมด้วยเรือตำรวจ 3 ลำ และเรือแซง 1 ลำ รวมเป็นจำนวน 10 ลำ

เรือ 52 ลำ กับกำลังพล 2,399 นาย ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อเรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ลำปัจจุบันนี้เป็นเรือสร้างใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) แต่แล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454

ลักษณะโขนหัวเรือจำหลักเป็นรูปหงส์ ลงรักปิดทองประดับกระจก มีพู่จามรีห้อยปลายพู่เป็นแก้วผลึก ภายนอกทาสีดำ ท้องเรือภายในทาสีแดง ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญา หรือบุษบก สำหรับเป็นที่ประทับ เรือมีความยาว 44.90 เมตร กว้าง 3.17 เมตร ลึก 0.94 เมตร

ใช้กำลังพลรวมจำนวน 71 นาย แยกเป็น กำลังพลประจำเรือ 64 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนขานยาว 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จำนวน 7 นาย

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. พ.ศ. 2535 องค์การเรือโลกแห่งสหราชอาณาจักร พิจารณามอบรางวัลเรือโลกแก่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ โดยคณะกรรมการองค์การ World Ship Trust เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เหรียญรางวัลมรดกทางทะเลขององค์การเรือโลก ประจำ พ.ศ. 2535 (The World Ship Trust Maritime Heritage Award “Suphannahong Royal Barge”) ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานเหรียญรางวัลดังกล่าวแก่อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลรักษาเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์

เรือ 52 ลำ กับกำลังพล 2,399 นาย ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช

สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ส่วนลำปัจจุบันนั้นเป็นเรือสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 ลักษณะโขนเรือปิดทองประดับกระจกเป็นรูปพญาอนันตนาคราช หรือพญานาค 7 เศียร กลางลำเรือทอดบุษบกใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป หรือผ้าพระกฐิน ลำเรือภายนอกทาสีเขียว ท้องเรือภายในทาสีแดง ตัวเรือมีความยาว 44.85 เมตร กว้าง 2.58 เมตร ลึก 0.87 เมตร

ใช้กำลังพลรวมจำนวน 72 นาย แยกเป็น กำลังพลประจำเรือ 69 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 54 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย พนักงานเห่เรือ 1 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จำนวน 3 นาย

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9

จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวโรกาสพระราชพิธีกาญจนาภิเษกแห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดยกองทัพเรือร่วมกับกรมศิลปากรได้นำโขนเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 มาเป็นต้นแบบ โดยกองทัพเรือสร้างในส่วนที่เป็นโครงสร้างเรือ พาย และคัดฉาก ส่วนกรมศิลปากรดำเนินการในงานที่เกี่ยวกับศิลปกรรมของเรือทั้งหมด

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางกระดูกงูเรือ ณ กรมอู่ทหารเรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 ก.ย. พ.ศ. 2537 และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระราชอิสริยยศขณะนั้น) เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพิธีปล่อยเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 ลงน้ำเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2539

เรือ 52 ลำ กับกำลังพล 2,399 นาย ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9

เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เคยเป็นเรือพระที่นั่งทรงเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539

ลักษณะโขนเรือจำหลักรูปพระวิษณุประทับยืนบนครุฑ พระวรกายคล้ำ ในพระกรทั้ง 4 ทรงถือจักร สังข์ คฑา และตรีศูล ประทับบนครุฑยุดนาค หรือครุฑที่จับนาค 2 ตัวชูขึ้น ที่หัวเรือเบื้องใต้ครุฑเป็นช่องสำหรับใส่ปืนใหญ่ กลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญาและมีแท่นประทับ ท้องเรือภายในทาสีแดง ตัวเรือมีความยาว 44.30 เมตร กว้าง 3.20 เมตร ลึก 1.10 เมตร

ใช้กำลังพลรวมจำนวน 71 นาย แยกเป็น กำลังพลประจำเรือ 64 นาย ประกอบด้วย นายเรือ 2 นาย นายท้าย 2 นาย ฝีพาย 50 นาย คนถือธงท้าย 1 นาย พลสัญญาณ 1 นาย คนถือฉัตร 7 นาย คนขานยาว 1 นาย และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง จำนวน 7 นาย

 

เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

เป็นเรือสร้างใหม่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ซึ่งเป็นเรือที่งดการเข้าร่วมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เมื่อ พ.ศ. 2510 เนื่องจากอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก ต่อมาใน พ.ศ. 2512 ได้รับการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ และบูรณะซ่อมแซมแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2515

เรือ 52 ลำ กับกำลังพล 2,399 นาย ในขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

ลักษณะหัวเรือลงรักปิดทองลายรดน้ำเป็นรูปพญานาคเล็ก ๆ จำนวนมาก ตอนกลางลำเรือทอดบัลลังก์กัญญา ซึ่งเป็นที่ประทับเปลื้องเครื่อง หรือเปลื้องพระชฎามหากฐิน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเสด็จขึ้นหรือลงเรือพระที่นั่งอีกลำ ลำเรือภายนอกทาสี