2 นักกีฬาฮีโร่ ผู้คว้าเหรียญของไทย เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทัพนักกีฬาไทยสามารถทำผลงานได้ 1 เหรียญทอง จากกีฬาเทควันโดหญิง และ 1 เหรียญทองแดง จากกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิง ส่งผลอันดับเหรียญรางวัลของประเทศไทยอยู่อันดับที่ 59 ของโลก และเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 3 เป็นรองฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

2 สาวฮีโร่ผู้สร้างผลงานคว้าเหรียญรางวัลให้กับประเทศไทยจากทั้ง 2 ชนิดกกีฬา ถือเป็นตัวแทนทัพนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ แม้จะมีทั้ง “สำเร็จ” และ “ยังไม่สำเร็จ” ถึงเป้าหมายสูงสุดของนักกีฬาในการแข่งขันที่หวังจะขึ้นโพเดี้ยมอันดับ 1 แต่ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ครั้งนี้ ถือว่าสร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ

ไม่ย่อท้อแม้แต่วินาทีเดียว

“เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโดหญิงรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัม ทำผลงานดีตั้งแต่รอบ 16 คน ภายหลังได้บายในรอบแรก จนกระทั่งตุนเหรียญเงินในรอบรองชนะเลิศ และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในที่สุด

แม้จะดูเหมือนว่าเส้นทางของ “เทนนิส” ในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ในครั้งนี้จะดูราบรื่นเสียเหลือเกิน แต่ในรอบชิงชนะเลิศนั้นการแข่งขันสูสีมาก โดยคู่แข่งสามารถขึ้นนำได้ด้วยซ้ำในช่วงท้ายเกม ถึงขั้นตัดสินที่ 7 วินาทีสุดท้าย ที่เธอสามารถพลิกกลับมาเอาชนะคว้าเหรียญทองในที่สุด

จากเหรียญทองครั้งนี้ในโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ส่งผลให้ “เทนนิส” เป็นนักกีฬาไทยคนที่ 3 ที่คว้าเหรียญโอลิมปิกเกมส์มากกว่า 1 เหรียญ

ภายหลังการแข่งขัน “เทนนิส” ให้สัมภาษณ์ว่า เหรียญทองดังกล่าวเป็นสิ่งที่เธอรอคอยมานานกว่า 5 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ฝึกซ้อมทำให้เธอมีน้ำตาแทบทุกวันจากการซ้อมที่จริงจังมาก แต่ถึงเวลาที่ได้ชัยชนะแม้จะเป็นเพียงแค่ไม่กี่วินาทีสุดท้ายก็ตาม ยิ่งทำให้ตื่นเต้นโดยสิ่งเดียวที่ทำให้เธอสามารถเอาชนะได้ คือ สติ ที่ควบคุมตัวเอง และก็ใช้ที่ฝึกซ้อมมากับความพยายามทำแต้มเอาชนะในที่สุด

“ในช่วงเวลาการแข่งขันรู้ตัวว่าโดนนำอยู่ แต่ก็บอกตัวเองเสมอว่ายังไม่หมดเวลา ยังทำได้ ก็เลยเข้าไปใกล้ ๆ แล้วก็เตะเพื่อคว้าเหรียญทองมอบให้คนไทยทุกคน”


แพ้ในเกมแต่ชนะใจคนไทยทั้งประเทศ

“แต้ว” สุดาพร สีสอนดี นักกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิง รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม ที่ในรอบก่อนรองชนะเลิศซึ่งตุนเหรียญทองแดงเอาไว้ในมืออยู่แล้วแสดงพลังให้คนไทยเห็นว่า เธอผู้นี้ไม่หยุดที่จะเอาชนะด้วยความกระหายชัยชนะที่หวังเข้าสู่รองรองชนะเลิศในวันนั้น

ฝีไม้ลายมือบนเวทีของเธอที่ดวลหมัดกับ เคลลี แอนน์ แฮร์ริงตัน นักชกจากประเทศไอร์แลนด์ ทันทีที่ระฆังยกแรกดังขึ้นต่างเดินเข้าทำเกมแลกหมัดกันอย่างสนุกสูสี แต่กรรมการตัดสินให้คะแนน 2 ยกแรก นักชกจากไอร์แลนด์ขึ้นนำไป ซึ่งไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ทำให้ “น้องแต้ว” ออกอาการแม้แต่น้อย ซ้ำยังในช่วงยกสุดท้าย เธอเดินหน้าทำเกมอย่างหนักหน่วงจนคะแนนในยกสุดท้ายชนะคู่ต่อสู้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปได้

ผลงานของเธอในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ในครั้งนี้จึงนำของขวัญเหรียญทองแดงกลับมาฝากพี่น้องชาวไทย ซึ่งทุกคนล้วนเสียดายไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของเธอเอง แต่สิ่งที่เธอสร้างความสุขให้คนไทยในครั้งนี้ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการมวยสากลสมัครเล่นหญิงของไทยที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ ถึงแม้จะไม่ใช่เหรียญทอง ซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดที่นักกีฬาทุกคนคาดหวังก็ตาม

ภายหลังการแข่งขัน “แต้ว” ให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเองได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว แม้ผลการตัดสินที่ออกมาจะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งเมื่อจบการแข่งขันแล้วก็ไม่ได้คาใจอะไร ที่ต้องทำต่อไปก็คือ ต้องกลับไปปรับตัวเราเอง และถ้ากลับไปแล้ว เราก็ต้องดูร่างกายก่อนว่ายังไหวไหม ถ้าไหวก็เดี๋ยวกลับมาสู้ต่อที่ปารีส


เส้นทางการชิงชัยยังไม่สิ้นสุดลง ทัพนักกีฬาของไทยต้องเดินหน้าฝึกซ้อมเอาชนะและสร้างผลงานที่ดีขึ้นต่อไปในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ครั้งต่อไปใน โอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 ซึ่งถือเป็นความท้าทายอีกบทหนึ่งหลังจากนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ