เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘สมาคมการค้าพืชไร่’ เปิดวงเสวนา ‘ผลกระทบลูกโซ่การนำเข้าข้าวโพด GMO สหรัฐ’

20 ก.ค. 2568 | 13:19น.

สมาคมการค้าพืชไร่และสมาคมขนส่งทางบกฯ เปิดเวทีเสวนา หัวข้อ “ผลกระทบลูกโซ่จากการนำเข้าข้าวโพด GMO อเมริกา” จ.นครสวรรค์ คัดค้านการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ เพื่อแลกภาษีทรัมป์ หวั่นกระทบเกษตรกรรายย่อย-ธุรกิจทั้งระบบ  

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 สมาคมการค้าพืชไร่และสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จัดเสวนา หัวข้อ “ผลกระทบลูกโซ่จากการนำเข้าข้าวโพด GMO อเมริกา” ณ สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ พร้อมด้วยผู้แทนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม สมาคมการค้าพืชไร่ สมาคมขนส่งทางบก สมาคมโรงสีข้าวไทย สภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา สมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าและผลิตพืชไร่เพชรบูรณ์ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 300 คนเข้าร่วมงาน

เพื่อนำเสนอถึงความได้เปรียบ-เสียเปรียบเมื่อเปิดทางให้นำเข้าข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมจากอเมริกา พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบต่อราคาพืชอาหารสัตว์ และ ทางเลือกของเกษตรกรไทย เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในตลาดโลก พร้อมทั้งฟังเสียงจริงจากภาคเกษตร และเตรียมพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้น

หลังจากสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศส่งจดหมายถึงประเทศไทยเรื่องการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้า (Reciprocal Tariffs) ที่จะถูกขึ้นภาษีอัตรา 36%  โดยหนึ่งในข้อเสนอของ “ทีมไทยแลนด์” ที่จะนำไปเจรจาเพื่อลดภาษีตอบโต้ คือ การนำเข้าข้าวโพดจีเอ็มโอ หรือข้าวโพดดัดแปลงพันธุกรรมจากสหรัฐฯ  (Genetically Modified Organism : GMO)  ที่จะเริ่มมีการบังคับใช้วันที่ 2 สิงหาคมนี้

จึงนำมาสู่การคัดค้านเนื่องจากข้าวโพดสหรัฐเป็นพืช GMO ยังมีการเผาแปลงปลูกข้าวโพดด้วย ในขณะที่ประเทศไทยห้ามปลูกพืช GMO และห้ามเผาแปลงปลูก ซึ่งถือว่า “ไม่ยุติธรรมกับเกษตรกรในประเทศ”

นายศิริชัย ศรีเจริญศิลป์ นายกสมาคมขนส่งทางบก กล่าวว่า เวทีแห่งนี้เกิดขึ้นจากเหล่าผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบ จึงฝากพรรคประชาชนเพื่อนำไปหาทางออกให้แก่เกษตรกรไทย และหวังว่าการเสวนาครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ และให้ปัญหานี้คลี่คลายไป อย่างไรก็ดีหวังว่าจะได้รับคำตอบการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนจากภาครัฐต่อไป

นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวว่า ตัวแทนเอกชนและตัวแทนเกษตรกรที่มาร่วมงานวันนี้เพื่อส่งเสียงถึงรัฐบาลว่าการนำเข้าข้าวโพดจะทำให้เกษตรกรเดือดร้อน ในฐานะนายกสมาคม ยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย

นายวิโรจน์  ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า  ในฐานะผู้รับฟังปัญหาและในนามรองหัวหน้าพรรค การรับฟังปัญหาครั้งนี้ร่วมกับนายณรงค์เดช อุฬารกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ เป็นให้การเก็บข้อมูลแม่นยำมากที่สุด เพื่อนำไปเสนอเป็นมาตรการการส่งเสริมการแข่งขัน ให้ทุกภาคมีความสามารถแข่งขันได้ดีขึ้น โดยผลกระทบภาษี 36% มีอัตราสูงมาก ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีทบทวนถึงผลกระทบทุกมิติ ทั้งเกษตร อุตสาหกรรม ฯ เพื่อให้ประชาชนได้ทราบ

ต้องยอมรับว่า มาตรการภาษี ไม่ใช่เพียงเรื่องของมาตรการทางการเมืองหรือความมั่นคงระหว่างประเทศ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการค้าอีกด้วย ดังนั้นสิ่งที่กังวล คือ เงื่อนไขที่จะนำไปแลกเปลี่ยนยังไม่ได้ถูกทบทวนอย่างรอบด้าน เชื่อว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ฟังเฉพาะกลุ่มธุรกิจใหญ่และกลุ่มธุรกิจกึ่งผูกขาดเป็นหลัก โดยไม่ได้คำนึงถึงห่วงโซ่ทั้งซัพพลายเชน โดยที่จะมีมาตรการเยียวยาทีหลังเหมือนที่ผ่านมา

“ประเทศเราจมอยู่กับมาตรการเยียวยามามาก  เราไม่เคยหายป่วย เราเป็นเพียงผู้ป่วยที่ถูกเลี้ยงยาไปเรื่อยๆ จนไม่สามารถหายได้”  นายวิโรจน์กล่าว

ขณะที่รศ.ดร. เยาวมาลย์ ค้าเจริญ ผู้เชี่ยวชาญโภชนศาสตร์อาหารสัตว์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำเข้าข้าวโพด GMO จะกระทบต่อเกษตรกรทั้งมันสำปะหลัง ข้าวฟ่าง ข้าวโพด ซึ่งจะมีผลด้านต้นทุนการผลิต โดยวัตถุดิบไทยอย่าง มันสำปะหลัง ปลายข้าว รำข้าวไทย มันเส้น สามารถนำมาปรับปรุงสูตรเพื่อทดแทนข้าวโพดได้

ทั้งนี้สูตรประกอบอาหารสัตว์ทุกประเภทจะต้องมีคาร์โบไฮเดรตไม่ต่ำกว่า 45% ขึ้นไป อย่างไรก็ดีประเทศไทย มีวัตถุดิบด้านคาร์บไฮเดตรเพียงพอ และเชื่อว่าไทยมีศักยภาพในการปลูกข้าวโพดอย่างมากแต่ยังขาดการส่งเสริมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน หวังอย่างยิ่งให้ไทยเป็นแหล่งอาหาร ‘คาร์โบไฮเดรต’ ที่มีศักยภาพและราคาถูก

ดีลแลกข้าวโพดGMO ‘หายนะ’ ทั้งระบบ

นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมว่า การนำเข้าข้าวโพดจีเอ็มโอถือเป็นการฆ่าเกษตรกรรายย่อยทั้งระบบ แม้จะมีการอ้างว่าเพื่อเป็นการลดปัญหาการเผา ซึ่งความจริงแล้วปัญหาของ PM 2.5 มาจากเพื่อนบ้านกว่า 89% หากภาครัฐต้องการลดการเผา ควรมีมาตรการเสริมมากกว่าการใช้ข้ออ้างนี้เพื่อการนำเข้า

นอกจากนี้ยังกังวลถึงการปนเปื้อนพันธุ์กรรมข้าวโพดที่ไม่ใช่จีเอ็มโอ ซึ่งรวมไปถึงข้าวโพดหวานที่เป็นพืชอุตสาหกรรมส่งออกอีกด้วย มีความกังวลว่าจะซ้ำรอยกับเหตุการณ์ปนเปื้อนมะละกอ GMO เมื่อ 20 ปีก่อน

นายเทอดศักดิ์ ลาภจิตรกุศล นายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวถึงผลกระทบการค้า ข้าวโพดช่วงดือนกันยายนถึงตุลาคม ราคาข้าวโพดจะตกต่ำมาก ทางสมาคมฯ จึงมีการทยอยซื้อเก็บเพื่อพยุงราคาให้ได้บางส่วน ปัจจุบันโรงรับซื้อบางส่วนปิดรับซื้อนานถึง 1 เดือน ซึ่งไม่เคยมีปรากฎการณ์นี้มาก่อน สร้างความเสียหายกับผู้รับซื้อจำนวนมาก ซึ่งวันที่ 1 ส.ค.นี้ยังไม่รู้ว่าโรงงานรับซื้อจะเปิดหรือไม่ จึงมองว่าการจะนำเข้าข้าวโพดจีเอ็มโอ เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบแต่ละภาคส่วน

นายศุภวัฒน์ คุ้มทองมาก นายกสมาคมการค้าและผลิตพืชไร่เพชรบูรณ์ กล่าวถึงปัญหาการนำเข้าข้าวโพด GMO มาจากการบริหารการจัดเก็บข้อมูลที่ผิดพลาด โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่าปัจจุบันมีผลผลิตข้าวโพดแห้ง 750กก./ไร่  แต่เชื่อว่าเกษตรกรมีความสามารถผลิตข้าวโพดได้มากถึง 900 กก.ต่อไร่ หากมีข้าวโพดแห้ง 6.4 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่า 5.8 ล้านบาท

เมื่อรวมปริมาณการน้ำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน 2 ล้านตัน และข้าวสาลี 1.5 ล้านตัน จะรวมเป็น 9.3 ล้านตัน ซึ่งเกินความต้องการของโรงงานอาหารสัตว์ ที่ 9.2 ล้านตัน จึงต้องการให้รวมตัวเลขใหม่ว่าจริงแล้วไทยมีกำลังผลิตปริมาณเท่าไหร่ จึงตั้งคำถามว่าในวันนี้ไทยขาดแคลนวัตถุดิบจริงหรือเพียงต้องการใช้วัตถุดิบราคาถูก

นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนากุล นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า ข้าวและข้าวโพดเป็นสินค้าเกษตรคู่กันในกลุ่มอาหารสัตว์กว่า 21 ล้านตัน การนำเข้าพืชจีเอ็มโอเกิดจากความคิดของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนหลายล้านคนที่แขวนชีวิตไว้กับพืชผลการเกษตร เพราะเชื่อว่าพืชจีเอ็มโอจะเข้ามาริดรอนสิทธิ์จากราคาที่ต่างกันเท่าตัว

“กฎหมายไทยแปลก เพราะให้นำเข้าวัตถุดิบจีเอ็มโอ แต่ห้ามเกษตรกรไทยปลูกเอง ซึ่งจีเอ็มโอ ถือเป็นสิ่งที่กดทับและลดศักยภาพเกษตรกรไทย กล่าวคือ เกษตรกรไทยเราเสียเปรียบวัตถุดิบต่างแดนทั้งใช้พาราควอต การห้ามเผาแปลงเพราะปลูก รวมถึงการปลูกพืชจีเอ็มโอได้ เหมือนเป็นการชกมวยข้ามรุ่น จึงอยากให้หยิบยก เรื่องความเท่าเทียม ไปใช้ในหนึ่งข้อเสนอการเจรจาได้หรือไม่ ถ้าเราคิดดีๆ ก็อาจจะมีเจ๊าบ้าง แต่ไม่มีเจ๊ง” นายบรรจงกล่าว

นายศิริชัย ศรีเจริญศิลป์ นายกสมาคมขนส่งทางบก กล่าวถึง ผลกระทบด้านธุรกิจโลจิสติกส์เมื่อมีการนำเข้าวัตถุดิบจีเอ็มโอและวัตถุดิบทดแทนอื่นๆ ว่า โดยปกติแล้วธุรกิจโลจิสติกส์ จะแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจรับจ้างขนส่งโดยเฉพาะ และเกษตรกรพืชไร่ ที่มีรถบรรทุกของตัวเอง

ปัญหาหลักของการขนส่งสินค้าเกษตร คือไม่สามารถส่งให้จบภาย 1 – 2 วันได้ ทำให้การควบคุมเวลาเป็นไปได้ยาก เช่น เมื่อส่งสินค้าไปภาคเหนือ จะมีการขนสินค้ากลับไปยังโรงอาหารสัตว์ ที่จ.สมุทรปราการด้วย หรือบางครั้งอาจะต้องตีรถไปรับวัตถุดิบยังพื้นที่อื่น ๆ กลับเพื่อความคุ้มค่า จึงเกิดการแย่งงานกับผู้ประกอบการทั่วไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ค้าออกรถใหม่เพื่อมาขนส่งสินค้าข้าวโพดจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันกลับไม่มีสินค้าให้ขน เนื่องจากวิถีชีวิตเกษตรกรปลูกข้าวโพดวิถีเปลี่ยน โดยเฉพาะจ.ลพบุรีที่เคยเป็นแหล่งปลูกข้าวโพด แต่ตอนนี้ได้กลายเป็นนิคมอุตสาหกรรมแล้ว ทำให้ธุรกิจขนส่งที่เคยมีงาน 4 เดือน ปัจจุบันเหลือเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น