Skip to content
ดูทั้งหมด

นักวิชาการชี้ พื้นที่เสี่ยงในภาคเหนือมีมาก แนะภาครัฐเร่งสำรวจจุดเสี่ยง

30 ส.ค. 2568 | 16:32น.

นักวิชาการด้านการจัดการภัยพิบัติ มช. รับ การแจ้งเตือนภัยดินโคลนถล่มทำได้ยาก ชี้พื้นที่เสี่ยงในภาคเหนือมีจำนวนมาก แนะภาครัฐเร่งสำรวจจุดเสี่ยง

มติชนรายงานว่า  รศ.ชูโชค อายุพงศ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การแจ้งเตือนน้ำป่าและดินถล่มในความเป็นจริงต้องยอมรับว่าทำได้ยาก เพราะบางครั้งมีฝนตกหนักเท่ากันแต่บางพื้นที่ดินไม่ถล่ม เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่าง สำหรับเหตุน้ำป่าและดินถล่มที่บ้านปางอุ๋ง ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา จากข้อมูลพบว่าหมู่บ้านดังกล่าวอยู่ใกล้กับภูเขาจุดที่เกิดดินถล่ม มีระยะห่างจากชุมชนเพียง 1 กม.เท่านั้น

ทั้งนี้การแจ้งเตือนอาจไม่สามารถทำได้ทันการณ์ แต่การเฝ้าระวังโดยการวัดน้ำฝนจากกระบอกวัดปริมาณน้ำฝนที่ติดตั้งในพื้นที่ได้ หากในช่วง 1- 2 วันพบว่า มีฝนตกสะสมมากต้องรีบแจ้งเตือนทันที แต่ต้องยอมรับว่าพื้นที่บ้านปางอุ๋งมีความล่อแหลม เพราะตั้งอยู่บนที่ราบใกล้เชิงเขาใกล้ลำห้วยเดิม เมื่อเกิดฝนตกหนักกอปรกับมีการตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ พอดินอุ้มน้ำไม่ไหวจึงสไลด์หอบเอาเศษซากต้นไม้และท่อนซุงลงมาตามร่องเขา 3 ร่องลงสู่แนวลำห้วยเดิม

รศ.ชูโชค กล่าวอีกว่า พื้นที่ลักษณะนี้ใน จ.เชียงใหม่และภาคเหนือ ยังมีอยู่จำนวนมาก ตนเองจึงพยายามผลักดันผ่านผู้ว่าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยว เพื่อให้แต่ละจังหวัดเร่งเอ็กซเรย์จุดเสี่ยงในพื้นที่อย่าง อย่างน้อยเพื่อติดตั้งกระบอกวัดปริมาณน้ำฝน และแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนเฝ้าระวัง พร้อมแจ้งเตือนชาวบ้านทันทีหากมีฝนตกสะสมอยู่ในเกณฑ์สูง

“จริงๆเหตุน้ำป่าและดินโคลนถล่มที่บ้านปางอุ๋ง ไม่ได้เกิดจากฝนที่ตกหนักในคืนนั้นแค่คืนเดียว แต่เกิดจากฝนที่ตกสะสมเมื่อเกิดฝนตกหนักในคืนดังกล่าวดินจึงถล่มลงมา ซึ่งพื้นที่อื่นก็มีฝนตกหนักแต่ไม่เกิดเหตุดินถล่ม จึงเป็นเรื่องยากที่จะแจ้งเตือนเพราะมีหลายปัจจัย แต่น้ำฝนเป็นตัวกระตุ้นมากที่สุด รวมทั้งลักษณะทางธรณีวิทยาของดินในพื้นที่”รศ.ชูโชค กล่าว

รศ.ชูโชค ยอมรับว่า พอไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นนานๆคนส่วนใหญ่ก็มักละเลย ส่วนชาวบ้านก็ไม่สนใจเพราะอยู่ในพื้นที่มานานไม่เคยเจอปัญหา เมื่อน้ำหลากดินโคลนถล่มลงมาบ้านเรือนที่สร้างกีดขวางร่องน้ำทั้งหมดก็ถูกทะลวง กลายสภาพกลับเป็นเป็นลำห้วยเดิม ซึ่งดินถล่มจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ที่อยู่ด้านล่างเป็นหลัก เมื่อมีการปรับสมดุลในพื้นที่แล้วก็มักไม่เกิดซ้ำที่เดิมอีก

อย่างไรก็ตามปัญหาของภัยพิบัติน้ำป่าดินถล่มเป็นภัยที่ห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำได้คือการลดความล่อแหลม ไม่เอาตัวไปอยู่ในที่เสี่ยง ไม่สร้างบ้านเรือนขวางทางน้ำ หรือรุกล้ำลำน้ำ และต้องเรียนรู้อยู่กับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ศึกษาเรื่องระบบเตือนภัยหากมีฝนตกสะสมสูงต้องเฝ้าระวังและเตรียมตัวอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรง รวมทั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดินถล่ม ภาคเหนือ