คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ธเนศ จิระเสวกดิลก ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด divana Spa คือหนึ่งในนักธุรกิจที่เปลี่ยน “วิกฤตชีวิต” ให้กลายเป็น “จุดเริ่มต้นของแบรนด์สปาระดับลักเซอรี่ของไทย” ที่ยืนหยัดมากว่าสองทศวรรษ (25 ปี)
จากเหตุการณ์ 9/11 ทำให้เขาถูกเลย์ออฟจากงานในตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินสวิสแอร์ (Swiss International Air Lines หรือ SWISS) สายการบินประจำชาติของสวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่การก่อตั้ง divana Spa แบรนด์สปาไทย ที่วันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การผ่อนคลาย แต่กำลังขยายบทบาทสู่ Wellness & Longevity Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ
ล่าสุด divana ขยายสาขาที่ 6 สู่เชียงใหม่ วางฐาน “Northern Wellness Community” ปักหมุดหมายให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางเวลเนสแห่งใหม่ พร้อมตั้งเป้าภายใน 3 ปี รายได้รวมจะเติบโต 3 เท่า แตะ 1,000 ล้านบาท
จากลูกเรือ Swissair สู่ divana
ธเนศเล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า ก่อนหน้านี้ทำงานกับสายการบิน Swissair แต่เหตุการณ์ 9/11 ได้ส่งแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมการบินอย่างรุนแรง ทำให้ต้องถูกเลย์ออฟจากงาน ซึ่งเป็นช่วงที่กลับมาถามตัวเองอย่างจริงจังว่า หากเริ่มต้นใหม่เราอยากสร้างธุรกิจแบบไหน divana จึงเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะทำธุรกิจที่ดูแลคนอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่บริการ แต่เป็นคุณภาพชีวิต
สิ่งที่ได้ประโยชน์ในช่วงระยะ 16-17 ปีจากการเป็นลูกเรือของสวิสแอร์ที่ต้องบินไป-กลับระหว่างประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์ ก็คือได้เห็นมิติเรื่องสุขภาพในการใช้ชีวิตของคนยุโรปที่เคารพตัวเอง คนรอบข้าง สังคม และธรรมชาติ เป็นการอยู่ร่วมกันในมิติที่สมดุล เป็นคีย์สำคัญของการเริ่มต้นการดูแลสุขภาพและการดูแลตัวเอง ที่เป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า Wellness Sustainability และได้เห็นธุรกิจด้านนี้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดยุโรป ทั้ง Day Spa และ Medical Spa โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ธรรมชาติเข้ามาช่วยบำบัด หรือทำทรีตเมนต์ ขณะเดียวกัน การเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินทำให้ได้ซึมซับระบบการทำงานที่มีมาตรฐานของงานบริการระดับโลก
รับเทรนด์เศรษฐกิจสุขภาพใหม่
ธเนศบอกว่า divana ในวันแรกที่เริ่มต้น คือสปาเพื่อการผ่อนคลาย แต่เมื่อพฤติกรรมในยุคปัจจุบันของผู้บริโภคเปลี่ยน ความต้องการด้านสุขภาพเชิงป้องกันและการดูแลระยะยาวเพิ่มขึ้น จึงปรับโมเดลสู่ Wellness Experience แบบองค์รวม (Holistic) ที่หลอมรวมทั้งสปา (Spa) ที่เป็นจุดแข็งของแบรนด์ และ Preventive Wellness & Longevity เข้าไว้ด้วยกัน คือการยกระดับการดูแลสุขภาพจาก “การผ่อนคลาย” (Relaxation) ไปสู่การ “สร้างสุขภาพเชิงป้องกันและยืนยาว” ดูแลองค์รวมทั้งกาย-ใจ-จิตวิญญาณ เพื่อให้คนมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี (Longevity) ซึ่งเป็นเทรนด์เศรษฐกิจสุขภาพใหม่ที่กำลังเติบโตทั่วโลก
“วันนี้เราไม่ได้ขายแค่การนวด เราต่อยอดจากจุดแข็งด้านสปา สู่ Wellness & Longevity คือการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟู การใช้ชีวิตอย่างสมดุลในระยะยาว เป็นการดูแลสุขภาพกาย ใจ และการใช้ชีวิตในระยะยาว นี่คือหัวใจของ Wellness & Longevity ที่ divana กำลังขับเคลื่อน”
เรามี Sensory Design (การออกแบบทางประสาทสัมผัส) คือการออกแบบที่มุ่งสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบและน่าจดจำ โดยการกระตุ้นประสาทสัมผัสของมนุษย์พร้อมกัน หรือหลายอย่าง (การมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส การดมกลิ่น และรสชาติ) ซึ่งการออกแบบ Sensory Design ของ divana มีมากกว่า 5 สัมผัส โดยสัมผัสที่ 6 คือ Soul หรือจิตวิญญาณ และสัมผัสที่ 7 คือจินตนาการ หรือ Imagination เพื่อสร้างอารมณ์ ความรู้สึก และการตอบสนองที่ลึกซึ้งกว่าแค่รูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งช่วยให้ผู้คนเชื่อมโยงกับพื้นที่ ผลิตภัณฑ์ หรือแบรนด์ได้มากขึ้น และสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่แข็งแกร่ง
รุกขยายสาขา มุ่งรีเทลโปรดักต์
ปัจจุบัน divana มีสาขาทั้งหมด 6 สาขา ได้แก่ กรุงเทพฯ 4 สาขา ภูเก็ต 1 สาขา ล่าสุดในปีนี้ขยายมาที่เชียงใหม่อีก 1 สาขา และปี 2569 มีแผนเปิดสาขาที่พัทยาอีก 1 สาขา ซึ่งถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อและความต้องการ Wellness ระดับพรีเมี่ยมสูง
นอกจากนี้ ยังขยายสู่ธุรกิจรีเทลโปรดักต์ โดยเริ่มรุกตลาดกรุงเทพฯ 3 แห่ง เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ใหม่ (New Revenue Streams) ขยายฐานกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น และเพิ่มจุดสัมผัสแบรนด์ (Brand Touchpoint) กับลูกค้านอกเหนือจากสาขาสปา ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 150 ไอเท็ม ทุกผลิตภัณฑ์เป็นการออกแบบกลิ่นเองในมิติที่แตกต่าง ซึ่งการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปาทำให้ลูกค้าพกพา Wellness ของ divana กลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน และช่วยเพิ่มมูลค่าต่อแบรนด์ในระยะยาว
เชียงใหม่ : Strategic Location
ธเนศกล่าวว่า เชียงใหม่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพ ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของ Wellness ซึ่ง Core Business ของ divana คือสปาและรีเทล โดยตั้งใจพัฒนาสาขาเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ภายในโรงแรมศิริปันนา วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา เชียงใหม่ ให้เป็น Northern Wellness Community เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงสปา สุขภาพ การใช้ชีวิต และ Longevity เข้าด้วยกัน
ทั้งนี้ เชียงใหม่มีพลังวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง มีจังหวะชีวิตที่เอื้อต่อสุขภาพ ซึ่ง divana มองเห็นคุณค่าของ Cultural Wellness ของเชียงใหม่ ที่สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลาง Wellness ของภาคเหนือได้ ไม่ใช่แค่สถานที่ให้บริการ แต่เป็นคอมมิวนิตี้ด้านสุขภาพ ซึ่งโมเดล Northern Wellness Community จะช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้บริการของลูกค้า (Customer Lifetime Value) และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับแบรนด์
เราจึงไม่ได้มอง divana LANA Spa เชียงใหม่เป็นแค่สาขา แต่คือจุดหมายปลายทางที่ผสานภูมิปัญญาล้านนากับมาตรฐานสากล สะท้อนบทบาทของแบรนด์ในการถ่ายทอดภูมิปัญญาล้านนา ศิลปวัฒนธรรม และศาสตร์การบำบัดร่วมสมัย เพื่อสร้างชุมชนสุขภาพที่งดงาม และมีความหมายต่อผู้คนในเมืองอย่างแท้จริง
“Northern Wellness Community คือการต่อยอดจากจุดแข็งด้านสปา สู่ Wellness & Longevity ที่ครอบคลุมมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การฟื้นฟู และการออกแบบการใช้ชีวิตอย่างสมดุล”
โดยโปรแกรม Signature Treatment ของสาขาเชียงใหม่ ที่เป็นศาสตร์ล้านนาผสานแนวคิดแบบองค์รวมคือ Thai Rice Scrub หรือข้าว 4 สายพันธุ์ ที่เลือกใช้ข้าวพื้นเมืองจาก 4 ภูเขาหลักของเชียงใหม่ ปลูกด้วยวิธีธรรมชาติบนที่สูง ทำให้ได้กลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อสัมผัสละเอียด เมื่อนำมาผสานกับสูตรเฉพาะของ divana จึงได้สครับข้าวที่อ่อนโยนต่อผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น ละเมียดละไมแบบล้านนา ซึ่งหาไม่ได้จากสาขาอื่นของแบรนด์
นอกเหนือจากโปรแกรมสปาแล้ว ภายใต้ Northern Wellness Community ยังมีโปรแกรม Sound Healing ที่ช่วยปรับสมดุลพลังงานผ่านคลื่นเสียงคุณภาพสูง, Lanna Dance Retreat เป็นการเรียนฟ้อนล้านนา ที่เน้นสมาธิ ลมหายใจ และความอ่อนช้อยของการเคลื่อนไหว และศาสตร์การบำบัดด้วยกลิ่นเฉพาะของ divana อาทิ Migraine Roller, Aromatic Inhaler และ Aromatic Sachet ที่เป็นการนำศาสตร์สุคนธบำบัดเข้าสู่ชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน
รวมถึงการดึงกลุ่มชมรมวิ่งและปั่นจักรยานในจังหวัดเชียงใหม่เข้าสู่ divana LANA Spa เพื่อร่วมกิจกรรม Wellness Community ที่สะท้อนวิถีชีวิตรักสุขภาพแบบยั่งยืนของคนเชียงใหม่ โดยกลุ่มลูกค้าหลักของ divana LANA Spa เชียงใหม่ เป็นต่างชาติ 70% (นักท่องเที่ยวทั่วไป ลูกค้าในโรงแรม นักท่องเที่ยวกลุ่ม Expat) และลูกค้ากลุ่ม Local ในพื้นที่ 30%
ในปี (2569) divana จะขยายการลงทุนสู่ต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศจีน ตะวันออกกลาง และนอร์ทอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญกับ Wellness และ Longevity เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เป้าหมายของเราคือ การนำ Wellness แบบไทยที่มีเอกลักษณ์ด้านความละเอียดอ่อนและวัฒนธรรมไปสู่ตลาดโลก โดยไม่สูญเสีย DNA ของ divana โดยเป้าหมายในระยะ 3 ปีข้างหน้า ตั้งเป้ารายได้รวมของธุรกิจเติบโตเพิ่มขึ้น 3 เท่า กล่าวคือรายได้จะไปแตะที่ระดับ 1,000 ล้านบาท
ตั้งเป้า 3 ปี รายได้ 1,000 ล้านบาท
ธเนศมองว่า Wellness Tourism ไม่ใช่เพียงกระแส แต่เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ซึ่งภาครัฐและ ททท.ผลักดันให้เกิดประสบการณ์ด้านสุขภาพคุณภาพสูงในทุกภูมิภาค ขณะที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในระดับโลก ทั้งในแง่ภูมิปัญญา วัฒนธรรม และการบริการ หากพัฒนาอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน กล่าวได้ว่าแนวโน้ม Wellness เป็น New Growth Engine ของโลกที่จะเพิ่มมูลค่าในการสร้างธุรกิจให้โดดเด่น ซึ่งเป็นแนวทางที่ถนัดของประเทศไทย เพราะเราอยู่กับ Wellness มาโดยตลอด มี Medical Hub ที่แข็งแรง มีศูนย์รวมทางจิตใจและจิตวิญญาณ
ทั้งนี้ แนวโน้มของโลกกำลังมุ่งสู่ประสบการณ์สุขภาพที่มีราก มีความหมาย และมีคุณค่าเชิงลึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสอดคล้องกับแนวทางของ divana ที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง 25 ปี และมุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกด้วยศาสตร์ Wellness ที่มีเอกลักษณ์ของไทย
จากบทเรียนชีวิตในวันที่โลกไม่แน่นอน divana ในวันนี้กำลังเดินหน้าอย่างมั่นคงและชัดเจน สู่การเป็น Wellness & Longevity Ecosystem ครบวงจร โดยใช้เชียงใหม่เป็นฐานยุทธศาสตร์ Northern Wellness Community พร้อมขยายการลงทุนสู่เมืองท่องเที่ยวและตลาดโลก วางเป้าหมายสู่รายได้ 1,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีข้างหน้า