Skip to content

วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมสงขลา ราคาดิ่งเหลือ 2 บาท/ลูก หลังผู้ส่งออกหันมาปลูกเอง

26 ก.พ. 2569 | 10:09น.
วิกฤตมะพร้าวน้ำหอมสงขลา ราคาดิ่งเหลือ 2 บาท/ลูก หลังผู้ส่งออกหันมาปลูกเอง

วิกฤตมะพร้าวภาคใต้ ราคาดิ่งเหลือ 2 บาท/ลูก ไร้คนรับซื้อ สวนทางต้นทุน5-10บาท/ลูก เผยเจอทุนต่างชาติเข้ามาครอบงำทั้งซัพพลายเชน จี้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน พร้อมเร่งยกระดับมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชเศรษฐกิจแห่งชาติ

นายสิริวัฒน์ โหรารัตน์ ประธานเครือข่ายภาคประชาสังคมสงขลามหานครมะพร้าวน้ำหอม เปิดเผยว่า เกษตรกรเผชิญปัญหามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ “คาบสมุทรสทิงพระ” จ.สงขลา ถือเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมอันดับ 1 ของภาคใต้ และอันดับ 4 ของประเทศ กำลังเผชิญวิกฤตราคาตกต่ำหนัก เหลือเพียง 2 บาทต่อลูก จากเดิม 18-25 บาท/ลูก ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 5-10 บาทต่อลูก ส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการขาดทุนหนัก

ปัจจุบัน จ.สงขลามีพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 13,000 ไร่ หรือประมาณ 1 ล้านต้น นิยมปลูกมากใน 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ระโนด อ.สิงหนคร อ.สทิงพระ และอ.กระแสสินธุ์ นอกจากนี้ยังมีการปลูกแฝงตามครัวเรือนอย่างน้อย5-10 ต้น/ครัวเรือน มะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด มีผลผลิตรวมกว่า 100 ล้านลูก/ปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจถึง 500-600 ล้านบาท/ปี แต่ปัจจุบันราคาปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ราคาหน้าสวนเหลือ 2-4 บาท/ลูก จากเดิม 10-12 บาท/ลูก ซึ่งราคาเคยพุ่งสูงกว่า 20 บาทในช่วงปรากฏการณ์เอลนีโญสภาพอากาศร้อนจัดส่งผลให้มะพร้าวเกิดภาวะขาดคอ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรและผู้ประกอบการ “ล้ง” ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก ซึ่งบางรายขาดทุนกว่า 1 ล้านบาท  จากภาวะผลผลิตล้นตลาดและคำสั่งซื้อลดลงจากซัพพลายเออร์ที่รับซื้อไปแปรรูปส่งออกภายในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมล้นสต๊อกและผลผลิตค้างคาต้นของชาวสวน

นายสิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยที่ทำให้ออเดอร์จากซัพพลายเออร์น้อยลง มาจากผู้ประกอบการโรงงานแปรรูปขนาดใหญ่ได้ปรับบทบาทจากผู้รับซื้อ มาเป็นผู้ลงทุนปลูกมะพร้าวเอง มีการเช่าที่ดิน หรือเป็นเจ้าของสวนในลักษณะนอมินี ทำให้ไม่จำเป็นต้องรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร

ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาสังคมสงขลา มหานครมะพร้าวน้ำหอมกว่า 50 ราย จาก 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอนาทวี และอำเภอจะนะ นำโดย นายสิริวัฒน์ โหรารัตน์ ประธานเครือข่าย และนายธัชธาวินท์ สะรุโณ เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนตกต่ำเหลือเพียงลูกละ 2 บาท โดยทางกลุ่มเสนอมาตรการเร่งด่วน อาทิ ขอให้ภาครัฐเข้าแทรกแซงกลไกราคา หรือออกมาตรการพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวน ให้ไม่ต่ำกว่าต้นทุน 5-10 บาทต่อผล เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนการผลิตที่แท้จริง และให้เกษตรกรมีกำไรเพียงพอต่อการดำรงชีพ

ซึ่งขณะนี้ กรมการค้าภายในกับการพยุงราคาเฉพาะ 4 จังหวัดในภาคกลาง ทั้งที่จังหวัดสงขลามีจำนวนครัวเรือนผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นอันดับ 2 ของประเทศและมีพื้นที่ปลูกเป็นอันดับ 4 ของประเทศ นอกจากนั้น เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งยกระดับ “มะพร้าวน้ำหอม” เป็นพืชเศรษฐกิจแห่งชาติ พร้อมออกกฎหมายกำกับดูแลทั้งระบบ เช่นเดียวกับยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าว อ้อย และมันสำปะหลัง รวมถึงขอให้ภาครัฐเข้าแทรกแซงกลไกราคา หรือออกมาตรการพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวน ให้ไม่ต่ำกว่าต้นทุน 5-10 บาทต่อผล เพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนการผลิตที่แท้จริง และให้เกษตรกรมีกำไรเพียงพอต่อการดำรงชีพ

ทางด้านแหล่งข่าวผู้ประกอบการในพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า จังหวัดสงขลาเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ อันดับ 1 ของภาคใต้ และอันดับ 4 ของประเทศ มีผลผลิตออกมาเฉลี่ย 30,000 ลูก/วัน ปลูกมากที่บริเวณคาบสมุทรสทิงพระ ลุ่มทะเลสาบสงขลา รวม 4 อำเภอ ได้แก่ อ.สทิงพระ อ.สิงหนคร อ.กระแสสินธุ์ และอ.ระโนด ครอบคลุมไปถึงจ.พัทลุง และจ.นครศรีธรรมกาช ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังต่างประเทศและภาคใต้ฝั่งอันดามันซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่มีนักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรป สหรัฐ และจีน

ทั้งนี้ตลอดปี 2568 เกษตรกรเผชิญกับปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ เนื่องจากตลาดมะพร้าวน้ำหอมถูกควบคุมโดยเครือข่ายทุนที่มีทั้งการเช่าพื้นที่ปลูกอย่างกว้างขวาง พร้อมแปรรูปและส่งออกต่างประเทศโดยตรง ทำให้สามารถควบคุมซัพพลายเชนทั้งหมดและกำหนดราคารับซื้อเองได้ ส่งผลให้เกษตรกรไทยเสียอำนาจต่อรอง ไม่ต่างกับตลาดทุเรียนที่เผชิญปัญหาทุนต่างชาติ ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ จำเป็นต้องเร่งออกมาตรการกำกับดูแลตลาดอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการประกันราคาผลผลิต

ขณะที่เกษตรกรเจ้าของสวนมะพร้าวในจังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ปริมาณมะพร้าวน้ำหอมในปี 2569 จะมีผลผลิตมากกว่าปี 2568 ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม มีฝนมาก จากปกติมีผลผลิต 10ลูก/ทะลาย ปีนี้อาจเพิ่มขึ้นเป็น 15ลูก/ทะลาย ซึ่งจะส่งผลต่อดีมานด์ในตลาดและราคาที่ต่ำลง ซึ่งเดิมทีราคามะพร้าวน้ำหอมหน้าสวนประมาณ 10-15บาท/ลูก แต่ปีที่ผ่านมาราคาร่วงเหลือไม่เกิน 10 บาท/ลูก