ปิดฉากอย่างสวยงามสำหรับโครงการทุเรียน “3D Detect Deliver Develop” ผสานพลังภาครัฐและภาคเอกชนยกระดับคุณภาพทุเรียนจันทบุรีตลอดห่วงโซ่ พร้อมรองรับผลผลิตปี 2569 กว่า 683,027 ตัน ณ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักศึกษา วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 หมู่ช้าง จัดกิจกรรม The Ten ภายใต้โครงการ ทุเรียน “3D Detect Deliver Develop” เพื่อการพัฒนาทุเรียนคุณภาพของจังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อส่งเสริมยกระดับคุณภาพทุเรียนของจังหวัดจันทบุรีในทุกมิติ ตั้งแต่การตรวจสอบคุณภาพ การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การส่งมอบสู่ตลาด ตลอดจนการพัฒนาเชิงระบบตลอดห่วงโซ่คุณค่า สร้างความเข้มแข็งทางเศรษทุเรียนฐกิจและภาพลักษณ์สินค้าเกษตรของจังหวัดจันทบุรีอย่างยั่งยืน โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าว ณ ห้องประชุมกลางน้ำ คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี

นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า ปี 2569 จังหวัดจันทบุรีประเมินผลผลิตทุเรียนครั้งที่ 1 คาดว่ามีปริมาณ 683,027 ตัน เพิ่ม 18.66% โดยช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก จะสามารถส่งออกได้ 400,000 – 500,000 ตันต่อวัน
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาราคาทุเรียน กก.ละ 100-200 บาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาตลอด เพราะมีตลาดจีนเป็นตลาดหลักถึง 90% แต่สถานการณ์ในปีนี้ราคาทุเรียนน่าเป็นห่วง จากต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่เปิดฤดูกาลมา พันธุ์กระดุมจากเคยมีราคา 200-300 บาท/กก. ปีนี้เหลือ 150-180 บาท เนื่องจากไทยมีผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาดตลอดทั้งปีและมีคู่แข่งในตลาดต่างประเทศ(จีน) คือ เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ดังนั้น “มาตรฐานคุณภาพ” เป็นกลไกสำคัญในการแข่งขันและรักษาตลาดหลักอย่างจีนไว้ได้ และช่วยยกระดับตลาดทุเรียนในประเทศ จึงนำมาสู่โครงการทุเรียน “3D Detect Deliver Develop” จะเข้ามามีบทบาทในเรื่องตรวจสอบย้อนกลับ การส่งตรงถึงผู้บริโภค และการพัฒนาตลาด ที่เป็นการให้ความรู้เกษตรกรและผู้ประกอบการ
สำหรับมาตรฐาน มกษ.9070-2566 เริ่มใช้เป็นปีแรก กำหนดควบคุมคุณภาพมาตรฐานของผู้ประกอบการโรงรวบรวมและคัดบรรจุ มีกำหนดบทลงโทษชัดเจน บางบริษัทก้าวหน้าใช้ยิงเลเซอร์ที่ที่ลูกทุเรียนแทนการติดสติ๊กเกอร์ เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบย้อนกลับ ส่งตรงต่อผู้บริโภค ทำให้ทุเรียนมีคุณภาพมาตรฐาน ได้ราคาดี
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ต้นทางจากสวน หากเกษตรกรชาวสวนยังเร่งตัดทุเรียนอ่อนเหมือนปี 2568 ที่มีปัญหาเรื่องสภาพอากาศ ทำให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพหลุดออกไป ซึ่งยังเป็นปัญหาที่ควบคุมต้นทางไม่ได้ นอกจากนี้การขนส่งทางรถยนต์ยังเป็นปัญหาในเรื่องของระยะเวลาอยู่ต้องใช้เวลาร่วม 10 วัน ขณะที่การขนส่งผ่านรถไฟลาว-จีนจะช่วยลดระยะเวลาได้ 1-2 วัน พร้อมควบคุมอุณหภูมิได้เหมาะสมกว่า อีกทั้งจังหวัดยังสร้างแบรนด์ “จันท์การันตี ควบคุมคุณภาพ” เพื่อดูแลตลาดภายในประเทศอีกด้วย

ทางด้าน รศ.ดร.พัทธนันท์ หรรษาภิรมย์โชค นักศึกษา วปอ.68 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า คณะวปอ.68 หมู่ช้าง เล็งเห็นความสำคัญของกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยเฉพาะการยกระดับพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศอย่าง “ทุเรียนจันทบุรี” ซึ่งเป็นสินค้าหลักสร้างรายได้มหาศาลให้กับจังหวัดและประเทศ โดยให้ความสำคัญกับ “คุณภาพตลอดห่วงโซ่”
ภายหลังที่คณะลงพื้นที่ในจังหวัดจันทบุรีตามคำแนะนำของ นายอุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี วปอ.68 และประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี เห็นร่วมกันว่าเป้าหมายสำคัญคือ ทำอย่างไรให้ทุเรียนที่ส่งออกได้มาตรฐานมีคุณภาพ ขึ้นอยู่กับ 2 องค์ประกอบสำคัญคือเกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นที่มาของโครงการทุเรียน 3D Detect Deliver Develop ที่มีการจัดอบรมให้ความรู้ โดยมี 3 ประเด็นหลัก ดังนี้
1) การพัฒนา GAP ชาวสวนต้องการความรู้เพื่อสร้างคุณภาพไม่ใช่แค่การส่งออกและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ทั้งการตรวจดิน ตรวจน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
2) การบริหารจัดการสวนทุเรียนอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ มีการนำเครื่องมือนวัตกรรม พลังงานทางเลือก เข้ามาใช้ในระบบจัดการสวนทุเรียน
3) การให้องค์ความรู้ด้านการตลาด ให้เกษตรกรสามารถสร้างแบรนด์ และใช้ AI ช่วยทำการตลาด ส่งตรงถึงผู้บริโภค ทำให้ราคาทุเรียนเป็นธรรมกับชาวสวน
“การดำเนินงานครั้งนี้ ได้บูรณาการความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแนวคิดพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตทุเรียนทั้งการเชื่อมโยงระบบที่มีอยู่เดิม และการพัฒนาเพิ่มเติมให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การสร้างแบรนด์และพัฒนาการตลาด เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพการแข่งขัน การนำองค์ความรู้สมัยใหม่มาถ่ายทอดสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ผ่านระบบออนไลน์ KU-FEX เรียนจบได้ Certificate จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้การทำ “ทุเรียนเมืองจันท์” และ “ทุเรียนไทย” เติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และได้รับการยอมรับในระดับสากล” รศ.ดร.พัทธนันท์ กล่าว 
ขณะที่นายอุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี วปอ.68 เปิดเผยว่า “ทุเรียนจันทบุรี” เป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้หลักแสนล้านบาทให้กับจังหวัดและประเทศไทย โครงการ 3D จึงนำไปสู่การผลักดันการยกระดับพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศอย่าง“ทุเรียนเมืองจันท์” และ “ทุเรียนไทย” เติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และได้รับการยอมรับในระดับสากล
สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จึงนับว่าความร่วมมือในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ที่ได้ร่วมให้ความรู้เกษตรกรประกอบการส่งออกทุเรียน ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายและเวิร์กชอปจากผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน จากคณาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี บริษัทเอกชน ผู้เชี่ยวชาญจาก DEPA และ Central Lab และ Central Lab ยังเปิดระบบสมัคร “สวนทุเรียนดีต้องมีแบรนด์” และการใช้ AI ช่วยทำการตลาด ผ่านระบบออนไลน์ KU-FEX และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือ การส่งเสริมยกระดับคุณภาพทุเรียนของจังหวัดจันทบุรีอย่างครบวงจร ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพตลอดห่วงโซ่”