Skip to content

แพทย์ มช. เปิดตัวนวัตกรรม ‘ESTIMATA-EX’ AI ประเมินเลือดผ่าตัด 5 วินาที

05 มี.ค. 2569 | 21:42น.
แพทย์ มช. เปิดตัวนวัตกรรม ‘ESTIMATA-EX’ AI ประเมินเลือดผ่าตัด 5 วินาที

คณะแพทยศาสตร์ มช. ผนึก เนคเทค สวทช. เปิดตัว “ESTIMATA-EX” นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) ที่สามารถประเมินปริมาณการสูญเสียเลือดระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time ได้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ชูจุดเด่นแม่นยำสูงกว่า 90% หวังยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วยวิกฤตสู่มาตรฐาน Smart Operating Room ระดับสากล

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงข่าว “โครงการ ESTIMATA-EX นวัตกรรม AI ประเมินปริมาณการสูญเสียเลือดในห้องผ่าตัด แม่นยำ ฉับไว ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย” ณ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“ความคลาดเคลื่อน” ที่แลกด้วยชีวิต

รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลตติยภูมิ รับผู้ป่วยซับซ้อนจาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอบบน มีจำนวนการผ่าตัดมากถึง 16,000 – 17,000 รายต่อปี ต้องเผชิญความท้าทายสำคัญในการดูแลผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนของโรคและความเสี่ยงสูงต่อการเสียเลือดจำนวนมาก ซึ่งการประเมินการเสียเลือดระหว่างผ่าตัดที่ไม่แม่นยำ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วยผ่าตัดทุกราย

ขณะที่ปัจจุบันการผ่าตัดใหญ่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งการประเมินเลือดที่เสียไปมักใช้การ “คาดคะเนด้วยสายตา” ซึ่งมีโอกาสคลาดเคลื่อนสูงถึง 20–40% หากประเมินต่ำไป คนไข้เสี่ยงช็อก อวัยวะขาดเลือด เพราะเติมเลือดไม่ทัน หากประเมินสูงไป คนไข้ได้รับเลือดเกินจำเป็น เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนและปอดพัง และปัญหาลืมผ้าก๊อซ เสี่ยงต่อการติดเชื้อและการฟ้องร้องทางกฎหมาย

นวัตกรรมนี้คือระบบ AI-Driven ที่ประมวลผลผ่านภาพถ่ายวัสดุซับเลือด (ผ้าก๊อซ) จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต โดยใช้ฐานข้อมูลภาพเลือดจริงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียกว่า 150,000 ภาพ มาสอน AI (Deep Learning) ให้แยกแยะ “เลือด” ออกจาก “น้ำล้างแผล” ได้อย่างเด็ดขาด

เมื่อการ ‘เดา’ นำมาซึ่งความเสี่ยง

​รศ.นพ.นเรนทร์ กล่าวต่อว่า ปัญหาสำคัญที่หมอทั่วโลกต้องเจอคือ การสูญเสียเลือดปริมาณมากในเคสวิกฤต เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะหรืออุบัติเหตุฉุกเฉิน ​หากหมอประเมินเลือดที่เสียไป “น้อยเกินจริง” การเติมเลือดจะล่าช้าจนคนไข้ช็อก แต่หากประเมิน “มากเกินจริง” การให้เลือดเกินจำเป็นก็ส่งผลเสียต่อปอดและหัวใจ

​สิ่งที่ทำให้ ESTIMATA-EX กลายเป็นความหวังใหม่ คือการเปลี่ยนสมาร์ทโฟนในมือพยาบาลให้กลายเป็นเครื่องมือตรวจวัดระดับวินาที

โดยดร.สรรพฤทธิ์ มฤคทัต นักวิจัยจากเนคเทค และทีมสหวิชาชีพจาก มช. ได้ร่วมกันสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย นั่นคือ “Big Data ภาพเลือดจริง” กว่า 150,000 ภาพ เพื่อฝึกฝนให้ AI เรียนรู้ผ่านระบบ Deep Learning โดยสามารถแยกแยะ “เลือดสด” ออกจาก “น้ำล้างแผล” หรือสารคัดหลั่งอื่นๆ ที่ผสมปนเปกันอยู่บนผ้าก๊อซได้อย่างแม่นยำ ผลลัพธ์ที่ได้คือความแม่นยำที่สูงถึง 90.3% และประมวลผลได้เร็วภายใน 5-10 วินาที ซึ่งถือเป็น “Golden Hour” ที่ช่วยให้ทีมแพทย์ตัดสินใจรักษาได้ทันท่วงที

ความปลอดภัยแบบ ‘Zero Error’

นอกจากเรื่องปริมาณเลือด อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของห้องผ่าตัดคือ “วัสดุซับเลือดตกค้างในร่างกาย” (Retained Surgical Item) ซึ่ง ESTIMATA-EX เข้ามาปิดจุดอ่อนนี้ด้วยระบบ AI Counting ที่ช่วยนับจำนวนวัสดุซับเลือดทุกชิ้นแบบดิจิทัล ทำให้สถิติความผิดพลาดกลายเป็น ศูนย์ (0%) ทันทีหลังเริ่มใช้งาน

ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ช่วยคณบดีด้านวิจัย นวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า มองมุมความคุ้มค่า (Economic Impact) หากวัดจาก Social Return on Investment หรือ ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) ซึ่งกรอบการประเมินมูลค่าผลกระทบเชิงสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ โดยเปลี่ยนผลลัพธ์ที่เป็นคุณค่าเชิงคุณภาพให้กลายเป็นมูลค่าเงิน (Monetary Value) เพื่อวัดความคุ้มค่าและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

กล่าวได้ว่า นวัตกรรมนี้สามารถลดค่าใช้จ่ายและสามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตได้มากถึง 3 เท่า โดยเฉพาะช่วยลดต้นทุนการใช้ทรัพยากรเลือด (Blood Bank) จากปกติโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ใช้เลือดราว 100,000 ถุงต่อปี

นอกจากนี้ ได้มีแผนที่จะขยายผลการใช้งานไปยังเครือข่ายโรงพยาบาลในเชียงใหม่และเครือข่ายโรงพยาบาลในเครือในพื้นที่ภาคเหนือในอนาคต

ก้าวต่อไปสู่ระดับประเทศ

​ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า ความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของซอฟต์แวร์ แต่เป็นต้นแบบของ Medical AI Consortium ที่เชื่อมโยงข้อมูลแพทย์กับเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน โดยปัจจุบันเตรียมขยายผลการใช้งานไปยังทุกห้องผ่าตัดและโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมและปลอดภัย

สำหรับนวัตกรรมนี้ถือเป็นโมเดลต้นแบบของ Medical AI Consortium ที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อ “ข้อมูลทางการแพทย์” มาเจอกับ “เทคโนโลยีที่ถูกทาง” ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่แอปพลิเคชัน แต่คือชีวิตคนไข้ที่จะถูกรักษาไว้ได้มากขึ้น

จากนี้ไป ESTIMATA-EX มีเป้าหมายจะขยายผลไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้ห้องผ่าตัดในถิ่นทุรกันดารมีมาตรฐานความปลอดภัยเท่าเทียมกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่