แม่ทัพภาคที่ 3 ลงพื้นที่อำเภอแม่ริม ติดตามสถานการณ์ไฟป่าหมอกควันภาคเหนือ เผยภาพรวมจุดความร้อนปี 69 ลดลงกว่าร้อยละ 3 แต่พบ 7 จังหวัดสถิติยังพุ่งสูง โดยเฉพาะเชียงราย-เชียงใหม่ ย้ำระดมสรรพกำลังทั้งบก-อากาศ ลาดตระเวนและดับไฟต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า (ศอ.ปกป.ภาค 3 สน.) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ ติดตามและประเมินสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ เพื่อสรุปข้อมูลสำคัญก่อนที่ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ จะเดินทางมาติดตามการแก้ไขปัญหา ณ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงบ่ายของวันนี้
พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ส่วนหน้า (ศอ.ปกป.ภาค 3 สน.) เปิดเผยว่า จากการติดตามข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 5 เมษายน 2569 พบว่า เกิดจุดความร้อนสะสม 48,529 จุด เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ลดลง 1,737 จุด คิดเป็นร้อยละ 3.46 พบสูงสุดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6,977 จุด รองลงมาคือ จังหวัดเชียงใหม่ 6,840 จุด และ จังหวัดลำปาง 6,690 จุด
โดยจังหวัดที่มีจุดความร้อนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 7 จังหวัดประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย เพิ่มขึ้น 1,106 จุด คิดเป็นร้อยละ 62.10 รองลงมาคือ จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มขึ้น 2,809 จุด คิดเป็นร้อยละ 41.07, จังหวัดแพร่ เพิ่มขึ้น 286 จุด คิดเป็นร้อยละ 8.76, จังหวัดพะเยา เพิ่มขึ้น 210 จุด คิดเป็นร้อยละ 7.77, จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพิ่มขึ้น 222 จุด คิดเป็นร้อยละ 3.17 และ จังหวัดลำพูน เพิ่มขึ้น 41 จุด คิดเป็นร้อยละ 1.90 โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวงแห่งชาติ 23,605 จุด รองลงมาคือ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 19,458 จุด และพื้นที่เขต สปก. 2,227 จุด
ขณะเดียวกัน เมื่อแบ่งพื้นที่ตามการใช้งานพบว่า สูงสุดในพื้นที่ป่า 40,989 จุด รองลงมาคือ พื้นที่ข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 2,951 จุด และพื้นเกษตรอื่นๆ 2,109 จุด
สำหรับพื้นที่เผาไหม้ ห้วง 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2569 ตรวจพบพื้นที่เผาไหม้ 2,279,049 ไร่ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับปี 2568 ในห้วงเวลาเดียวกัน ลดลง 1,082,777 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 32.21 และเมื่อนำมาแยกรายจังหวัด พบว่า เกิดพื้นที่เผาไหม้สูงสุดที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ 535,596 ไร่ รองลงมาคือ จังหวัดนครสวรรค์ 524,498 ไร่ และ จังหวัดพิจิตร 216,593 ไร่
พลโท วรเทพ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถานการณ์คุณภาพอากาศ ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ค่าฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือพุ่งสูงอยู่ในช่วง 9.40 – 343.90 มคก./ลบ.ม. ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างรุนแรง โดยมีจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานรวมแล้ว 76 วัน จังหวัดที่มีค่าฝุ่นสูงสุดคือ แม่ฮ่องสอน และ เชียงใหม่ ซึ่งมีค่าฝุ่นสูงกว่า 343 มคก./ลบ.ม.
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร) ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยมีการดำเนินงานเชิงรุก ดังนี้ 1.การบังคับใช้กฎหมาย โดยมีการจับกุมและดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้วกว่า 30 ครั้ง
2.การสนับสนุนกำลังภาคพื้นดิน จัดกำลังทหารจาก มทบ.33, ป.พัน.7, ป.4, พล.พัฒนา 3 และกรมทหารพรานที่ 35-36 ลงพื้นที่ลาดตระเวนและดับไฟป่าในเชียงใหม่และลำปางตามการร้องขอของผู้ว่าราชการจังหวัด 3.ยุทธการทางอากาศ บูรณาการอากาศยานจาก กองทัพบก (MI-17), กองทัพอากาศ (BT-67, AU-23), ปภ. (KA-32) และกระทรวงทรัพยากรฯ (H-130) ขึ้นบินทิ้งน้ำรวมกว่า 1,200 เที่ยวบิน พร้อมใช้โดรนพระราชทานค้นหาจุดความร้อน และประสานกรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศอีก 43 ครั้ง เพื่อบรรเทาวิกฤตหมอกควันให้เร็วที่สุด