เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (7 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
‘น้ำเงิน’ มัดตราสังฝ่ายค้าน กกต.เปิดเกม ชิงเขตอำนาจตุลาการ
Politics ‘น้ำเงิน’ มัดตราสังฝ่ายค้าน กกต.เปิดเกม ชิงเขตอำนาจตุลาการ
สัมมนาใหญ่ ‘ประชาชาติ’ ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ EP 2 ‘โลกป่วน-AI กำหนดเกม’
ข่าวหน้า 1 สัมมนาใหญ่ ‘ประชาชาติ’ ปรับ-เปลี่ยน-ไปต่อ EP 2 ‘โลกป่วน-AI กำหนดเกม’
มาม่าปรับกลยุทธ์ตามผู้บริโภค แนะรัฐเร่งรับมือซูเปอร์เอลนีโญ
ข่าวหน้า 1 มาม่าปรับกลยุทธ์ตามผู้บริโภค แนะรัฐเร่งรับมือซูเปอร์เอลนีโญ
LUXEED เปิดแบรนด์-รถไตรมาสแรกปี ’70 หลังผนึกพาร์ทเนอร์ผุด 12 โชว์รูมเฟสแรก
Automotive LUXEED เปิดแบรนด์-รถไตรมาสแรกปี ’70 หลังผนึกพาร์ทเนอร์ผุด 12 โชว์รูมเฟสแรก
บีบจีนตั้งโรงงานผลิต EV ในไทย กฎเหล็กชิ้นส่วนในประเทศ 40%
ข่าวหน้า 1 บีบจีนตั้งโรงงานผลิต EV ในไทย กฎเหล็กชิ้นส่วนในประเทศ 40%
อุตสาหกรรมนมแดนมังกรปรับแผน หันล็อกเป้าผู้ใหญ่ รับมือเด็กเกิดน้อย
Business อุตสาหกรรมนมแดนมังกรปรับแผน หันล็อกเป้าผู้ใหญ่ รับมือเด็กเกิดน้อย
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.07% อยู่ที่ 75,844 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.07% อยู่ที่ 75,844 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เอกชนมึนความเสี่ยงท่วมโลก ผวา AI เปลี่ยนทิศ-ฉุดส่งออก
ข่าวหน้า 1 เอกชนมึนความเสี่ยงท่วมโลก ผวา AI เปลี่ยนทิศ-ฉุดส่งออก
ดูทั้งหมด

สงคราม-ฝุ่นพิษ ทุบมู้ดท่องเที่ยว ‘เชียงใหม่’ 2 เดือนรายได้วูบพันล้าน

14 เม.ย. 2569 | 08:39น.
ฝุ่น เชียงใหม่

สถานการณ์น้ำมันแพงยังคงเป็นปัญหาที่หลายจังหวัดได้เผชิญมาต่อเนื่อง ส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวชะลอการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่กลับเจอปัญหาฝุ่น PM2.5 รุนแรงซ้ำเติม ส่งผลให้ตลอดช่วงเวลา 2 เดือน (60 วัน) ที่เผชิญวิกฤต PM 2.5 สูญเสียรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท

นายไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักหน่วงจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 และราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่อง โดยพบว่ายอดจองห้องพักในเดือนมีนาคมและเมษายน 2569 ลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรปและตะวันออกกลางที่ยกเลิกการจองทั้งหมดไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ทั้งนี้จากสถานการณ์ PM 2.5 และสถานการณ์น้ำมัน ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือภาพรวมยอดจองห้องพักในขณะนี้ทรงตัวอยู่ที่ระดับเพียง 5-10% เท่านั้น จากเดิมที่เคยเป็นกลุ่มหลัก 100%

อย่างไรก็ตามยังพอมีสัญญาณบวกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย ได้แก่ จีน, เกาหลี, ไต้หวัน และมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจองล่วงหน้าเพื่อเข้าร่วมเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ยอดจองในช่วงสงกรานต์ยังคงอยู่ที่ประมาณ 60% โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่า 2 ปี

รายได้สูญพันล้าน

จากการประเมินรายได้ที่สูญเสียไปในช่วงวิกฤตฝุ่นควัน พบว่าเชียงใหม่สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานซึ่งหายไปมากกว่า 5,000 คนต่อวัน หากคำนวณจากค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 3,000 บาทต่อคนต่อวัน เท่ากับเชียงใหม่สูญเสียรายได้ไปมากกว่า 15 ล้านบาทต่อวัน และเมื่อพิจารณาตลอดช่วงวิกฤต PM 2.5 เป็นเวลาราว 2 เดือน (60 วัน) มูลค่าความเสียหายรวมคาดว่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท

ซึ่งตัวเลขนี้เป็นเพียงความเสียหายจากผู้โดยสารที่เดินทางทางอากาศยานเท่านั้น ยังไม่รวมกลุ่มคนไทยที่ขับรถมาเอง ซึ่งปัจจุบันแทบไม่มีเข้ามาในพื้นที่เลย

นอกจากนี้ในช่วง PM 2.5 ยังมีกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปขอยกเลิกการพักกลางคัน (Check-out ก่อนกำหนด) เพื่อหนีฝุ่นไปพักผ่อนที่ภูเก็ตแทน ซึ่งโรงแรมต้องแบกรับภาระคืนเงินเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ฝุ่น เชียงใหม่

จองล่าช้า ฉุดยอดจองสงกรานต์

นางละเอียด บุ้งศรีทอง ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาพบว่าพฤติกรรมการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวเป็นแบบ  “Slow pick-up” หรือมีการจองที่ล่าช้าและน้อยกว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก โดยยอดจองตลอดทั้งเดือนเมษายนเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 30-35% เท่านั้น ขณะที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งปกติควรจะเต็มหรืออยู่ที่ราว 90% กลับพบว่ามียอดจองสะสมอยู่เพียงประมาณ 50-60%

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จองล่วงหน้าไว้ ส่วนคนไทยแทบไม่มีการจองเข้ามา ซึ่งคาดว่าจะชะลอการเดินทางมาเชียงใหม่ในช่วงระยะนี้ด้วยเพราะปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ราคาน้ำมัน และปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจไม่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงนี้

“เราเจอภาวะ Perception หรือการรับรู้ของนักท่องเที่ยวที่เลือกจะเลี่ยงการเดินทางมาเชียงใหม่ในช่วงเวลานี้มาเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ปีนี้สถานการณ์ฝุ่นที่เกิดจาก Hotspot และการเผาป่ายังคงเป็นตัวกระตุ้นหลักที่ทำให้คนตัดสินใจชะลอการเดินทาง”

จี้แก้ปัญหาที่ต้นตอ

นายไพศาลกล่าวว่า อยากเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนในระยะยาว มากกว่าการใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาแบบปีต่อปี พร้อมทั้งเน้นย้ำความสำคัญของการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับภาระทางภาษีและค่าใช้จ่ายในสภาวะวิกฤตเช่นนี้

ผู้ประกอบการโรงแรมต้องปรับตัวและลงทุนเพิ่มขึ้นราว 10% ทั้งการพ่นหมอกน้ำ ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ และเตรียมหน้ากากอนามัยบริการลูกค้า ขณะที่รายได้ลดลงจากการต้องปรับลดราคาห้องพักลง 30-40% ในช่วงนี้ เพื่อดึงดูดลูกค้า

นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอแนะเรื่องการสื่อสารข้อมูลในช่วง PM2.5 โดยขอให้ระมัดระวังการใช้คำว่า “สูงที่สุดในโลก” ในการนำเสนอข่าว เพราะสร้างความตื่นตระหนกและส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวอย่างรุนแรง แต่ควรใช้คำว่า “สูงที่สุดในประเทศไทย” แทน

นอกจากนี้ขอให้ภาครัฐดูแลราคาน้ำมันและปริมาณให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยวทางบกของคนไทย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันของภาคการท่องเที่ยวเชียงใหม่ถือเป็นภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระหนักท่ามกลางสภาพอากาศที่ปกคลุมด้วยฝุ่นควัน การแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพจากภาครัฐจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาลมหายใจของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชียงใหม่ในขณะนี้