บางจาก จับมือ CPF ร่วมจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว-ไขมันผลิตอาหาร-บ่อบำบัดน้ำเสียผลิตน้ำมัน SAF เตรียมพร้อมเดินเครื่องหน่วยผลิตพื้นที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก คาดเริ่มผลิตมีนาคม 2568
วันที่ 28 ตุลาคม 2567 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอเปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือของบางจาก และซีพีเอฟ จะร่วมกันบริหารจัดการการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว รวมถึงไขมันต่าง ๆ จากธุรกิจผลิตอาหารและไขมันจากบ่อบำบัดน้ำเสียของซีพีเอฟและบริษัทในเครือ เพื่อผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel-SAF) โดยบีเอสจีเอฟ
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก CPF ซึ่งเป็นครัวไทยรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในประเทศผ่านการเข้าร่วมโครงการ “ทอดไม่ทิ้ง” ซึ่งบางจากพยายามที่จะใชน้ำมันที่มีการใช้แล้วจากการที่คนไทยบริโภคน้ำมันปรุงอาหาร 2-3 ล้านลิตรต่อวัน หากนำน้ำมันดังกล่าวมาใช้ผลิต SAF ก็จะเป็นการบริหารการลดของเสียจากกระบวนการผลิตในประเทศที่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมให้มีมูลค่า ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างครบวงจร
ขณะที่ความคืบหน้าของการเตรียมเดินเครื่องหน่วยผลิต SAF ของบีเอสจีเอฟ ในพื้นที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง กำลังดำเนินการตามแผนไปประมาณกว่า 70% ณ ปัจจุบัน และจะเริ่มผลิตในช่วงต้นไตรมาสที่ 2 ประมาณเดือนมีนาคม 2568 ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 1 ล้านลิตรต่อวัน สามารถตอบโจทย์ได้ถึงปี 2030
ทั้งนี้ กำลังการผลิตดังกล่าวถือว่าเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชีย-แปซิฟิก อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยกกับสายการบิน คาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์จะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนปริมาณการผลิตอยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งขึ้นอยู่กับกระบวนการสรรหาวัตถุดิบและการจัดหาวัตถุดิบ

ปัจจุบันมีหน่วยงานภาคราชการ เอกชน และผู้ประกอบการ ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการและส่งต่อน้ำมันปรุงอาหารเพื่อผลิต SAF มากกว่า 800 จุดทั่วประเทศ ซึ่งการแปรรูปน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วเป็น SAF จะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมการบินให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงการบินแบบดั้งเดิม
“ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของทั้งสองบริษัท และถือเป็นหนึ่งในการดำเนินการด้านการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” นายชัยวัฒน์กล่าว
ด้านนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่ดีต่อกายและดีต่อใจ ขณะที่บางจากมีนวัตกรรมที่สามารถนำน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้แล้วจากกระบวนการผลิต เพื่อผลิตเป็นน้ำมัน SAF ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่าและหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิด Sustainovation ของซีพีเอฟที่นำนวัตกรรมมาช่วยตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารและการบริโภคอย่างยั่งยืน จึงเกิดความร่วมมือในครั้งนี้
โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว (Used Cooking Oil : UCO) รวมถึงไขมันต่าง ๆ จากธุรกิจผลิตอาหาร ในเครือซีพีเอฟ เช่น เชสเตอร์, ห้าดาว กระทะเหล็ก ข้าวมันไก่ ไห่หนาน ฯลฯ เข้าร่วมโครงการ “ไม่ทอดซ้ำ” และ “ทอดไม่ทิ้ง” และไขมันจากบ่อบำบัดน้ำเสียของซีพีเอฟ นำไปผลิตน้ำมัน SAF นอกจากนี้ ยังมีแนวการศึกษาที่อาจมีการขยายผลไปยังธุรกิจของกลุ่มซีพีเอฟในต่างประเทศในอนาคต
