Skip to content

กฟผ. รับมือ ‘พายุวิภา’ เต็มที่ ดูแลระบบไฟฟ้า-ปรับลดระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์

23 ก.ค. 2568 | 14:21น.
กฟผ. รับมือ ‘พายุวิภา’ เต็มที่ ดูแลระบบไฟฟ้า-ปรับลดระบายน้ำเขื่อนสิริกิติ์

กฟผ. ติดตามสถานการณ์ ‘พายุวิภา’ ใกล้ชิด สั่งดูแลระบบผลิตและส่งไฟฟ้า เผยเขื่อนใหญ่ยังสามารถรับน้ำได้อีก ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ปรับลดการระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบกับประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เตรียมพร้อมรับมือ จากอิทธิพลของพายุวิภา ซึ่งขึ้นฝั่งบริเวณเมืองท้ายบิ่ญ ประเทศเวียดนาม เมื่อวานนี้ (22 กรกฎาคม 2568)

ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2568 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออกของไทย มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

กฟผ.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า และสถานการณ์น้ำในเขื่อนของ กฟผ.ทั่วประเทศ โดยสั่งการควบคุมดูแลระบบผลิตและส่งไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง

เพื่อให้การส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมจัดเตรียมมาตรการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับอิทธิพลจากพายุมากที่สุด ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 6,004 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่าง

สามารถรับน้ำได้อีก 3,506 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 37 โดยในช่วงวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2568 เขื่อนสิริกิติ์ได้ปรับแผนลดการระบายน้ำลงจาก 15 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร

เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านท้ายน้ำที่คาดว่าจะได้รับอิทธิพลจากพายุเช่นเดียวกัน จากนั้นเมื่อปริมาณฝนลดลงจะปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นเป็นวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ในช่วงวันที่ 25-27 กรกฎาคม 2568 ต่อไป

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในเขื่อนใหญ่ต่าง ๆ ของ กฟผ. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 38,659 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่าง สามารถรับน้ำได้อีก 22,818 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 37

ซึ่งยังอยู่ในระดับการควบคุมและมีศักยภาพในการรองรับน้ำได้อีก โดยสามารถติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนของ กฟผ. แบบ Real Time ได้ที่เว็บไซต์ http://water.egat.co.th/ และ Mobile Application “EGAT ONE”