องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดรับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. พร้อมร่วมขับเคลื่อน ภารกิจสำคัญของ อ.ส.ค. ในการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมของประเทศอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกรียงไกร เจริญผล ในฐานะประธานกรรมการสรรหาผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ลงนามประกาศองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เรื่อง การรับสมัครบุคคลเพื่อรับการคัดเลือกเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย แทนนายสมพร ศรีเมือง ที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นี้

สำหรับคุณสมบัติผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ส.ค. อายุไม่เกิน 58 ปีบริบูรณ์ในวันยื่นใบสมัคร และจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ต้องมีประสบการณ์ในระดับผู้บริหารจากภาครัฐหรือภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยเฉพาะในด้านบริหารทั่วไป ธุรกิจ การตลาด หรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางในการพัฒนาองค์กร
ทั้งนี้ จะได้รับการจ้างงานตามสัญญาคราวละไม่เกิน 4 ปี และสามารถต่อสัญญาได้อีกหนึ่งคราวจะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินอายุ 60 ปี โดยค่าตอบแทนพิจารณาตามคุณสมบัติและประสบการณ์ โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง
ผู้ที่สนใจสามารถขอรับใบสมัคร และยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารและหลักฐานประกอบการสมัครด้วยตนเองได้ที่ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) 160 หมู่ 1 ถนนมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 18180 และสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.dpo.go.th ตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2568-8 สิงหาคม 2568
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณนงลักษณ์ ศรีนิล หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 0-3690-9685, 09-5364-6969
สำหรับผู้ที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารคนใหม่ของ อ.ส.ค. เราเน้นคนที่เป็นนักบริหารมืออาชีพ เนื่องจากเป็นผู้ที่ต้องมีความสามารถและมีบทบาทสูงในการขับเคลื่อน อ.ส.ค. ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นนำของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การเข้ามาจึงถือเป็นการประเดิมความสามารถและศักยภาพของผู้อำนวยการ อ.ส.ค.คนใหม่ ในการผลักดันยอดขายไม่ต่ำกว่า 8,300 ล้านบาท/ปี อ.ส.ค.สู่เป้าหมายให้สำเร็จ
พร้อมยกระดับบริหารการจัดการรองรับการแข่งขันในอนาคต ตลอดจนต้องรักษาส่วนแบ่งตลาด (Market Share) นมยูเอชที โดยปัจจุบันนมไทย-เดนมาร์คหรือนมวัวแดงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้บริโภคอย่างเหนียวแน่นและอยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 63 ปี
