“จตุพร” นำทีมผู้บริหารลงพื้นที่รับฟังปัญหาผลกระทบชายแดนไทย-กัมพูชา สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั้ง 7 จว.ชายแดนเร่งสรุปความเดือดร้อนรวบรวมเสนอให้กับส่วนกลางจัดทำมาตรการเข้าช่วยเหลือ เอสเอ็มอีโอดรายได้หาย 100% แถมท่องเที่ยวพัง วอนขอซอฟต์โลนด่วนจี๋ ชี้จุดช่องอานม้า อุบลฯหนัก การค้าเสียหาย 400-500 ล้าน เร่งเจรจาลาวขอเปิดเส้นทางขนส่งใหม่ ดัน “สินค้าธงเขียว” ขายปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ราคาพิเศษช่วยเกษตรกร
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมทั้งได้เชิญหอการค้าจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด และตัวแทนภาคเอกชนในพื้นที่ รวมถึงพาณิชย์จังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบ และด่านศุลกากรร่วมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน และหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้นในตอนนี้

ทั้งนี้ ทำให้รับรู้ว่าผู้ประกอบการ ภาคเอกชน รวมไปถึงเกษตรกร ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ในเบื้องต้นได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดชายแดน เช่น อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ ประเมินและสรุปผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาชายแดนทั้งหมด เพื่อที่จะรวบรวมและเสนอให้กับรัฐบาลในการหามาตรการเข้าดูแลช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางการค้า การค้าชายแดน การขนส่ง การประกอบธุรกิจ รวมไปถึงภาคเกษตร
“จากการรับฟังปัญหา ทำให้เห็นว่าตอนนี้การค้าชายแดนไทย-สปป.ลาว ไม่มีปัญหา แต่กับกัมพูชาทางจุดผ่อนปรนช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี มีปัญหาเพราะจากการปิดด่าน รวมไปถึงจุดด่านชายแดนอื่นที่ติดต่อกัน ซึ่งพบว่าสร้างความเสียหายต่อมูลค่าการค้าประมาณ 400-500 ล้านบาท
โดยเฉพาะจุดปะทะ ขณะที่ทางผู้ประกอบการที่ส่งสินค้าอุปโภค-บริโภค ต้องปรับตัวในการส่งออกสินค้าไปกัมพูชา โดยต้องปรับเปลี่ยนการขนส่งเข้าทาง สปป.ลาว เพื่อส่งต่อเข้ากัมพูชาอีกที และพบปัญหาว่ามีค่าใช้จ่ายในเรื่องของการจัดเก็บค่าธรรมเนียม อัตราภาษี ซึ่งมีหลายจุดและมีการเก็บที่สูงและต่างกัน และเส้นทางก็ไกล”
อย่างไรก็ดี ในประเด็นดังกล่าวได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศ ไปเจรจากับทาง สปป.ลาว เพื่อหาทางออก และเปิดเส้นทางการส่งออกใหม่ให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกไทย
นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดใน 7 จังหวัดติดชายแดนทั้งหมด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี ตราด อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ ไปสำรวจความต้องการของเกษตรกร ประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ว่าต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลืออะไร นอกเหนือจากมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการแล้ว
โดยเฉพาะเรื่องของการดูแลราคาสินค้า ค่าครองชีพ การช่วยระบายสินค้าเกษตรและสินค้าตกค้าง รวมไปถึงการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ การเพิ่มสภาพคล่อง เพราะสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่ อาจจะตรงกับความต้องการไม่ครบทั้งหมด ก็ให้ไปสำรวจมา และรายงานเข้ามายังส่วนกลาง เพื่อที่จะได้วางแผนในการช่วยเหลือต่อไป เพราะจากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างมาก และการเข้ามารับฟังปัญหาจากคนในพื้นที่ทำให้รับรู้ปัญหาที่แท้จริง เพื่อที่จะนำไปหาแนวทางดูแลต่อไป
นายจตุพรกล่าวอีกว่า สำหรับการดูแลสินค้าเกษตร โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของ จ.อุบลราชธานี ปัจจุบันราคาต่ำกว่าปีก่อน แม้ว่าจะส่งออกได้เพิ่มขึ้น เป็นเพราะราคาตลาดโลกลดลง
ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต การจัดหาท่อนพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ ต้านทานโรคใบด่าง การส่งเสริมแปรรูปเป็นอาหารสัตว์และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อลดปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกร และยังมีแผนจัดทำโครงการ “สินค้าธงเขียว” โดยร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการลดราคาปัจจัยการเกษตร โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง ให้กับเกษตรกรด้วย
อย่างไรก็ดี จากนี้กระทรวงพาณิชย์ รวมไปถึงรัฐบาลเองก็คงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น และต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน รวมไปถึงนักท่องเที่ยวด้วย เพื่อให้สามารถกลับมาประกอบกิจการ การใช้ชีวิตได้ปกติ และรัฐบาลเองก็อยู่ระหว่างการหามาตรการเข้าเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ
รายงานข่าวจากภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีระบุว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับผลกระทบการปะทะตามแนวชายแดนที่ผ่านมา เอกชนในพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กหรือรายใหญ่ ต่างได้รับผลกระทบ และการประกอบธุรกิจได้รับความเสียหายอย่างมาก หลายกิจการรายได้หายไปเกือบ 100% จากยอดขายที่ขายได้ แม้ปัจจุบันจะกลับมาทำกิจการได้บ้าง
แต่ประชาชนในพื้นที่หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวก็ยังมีความกังวล ปัจจุบันยอดนักท่องเที่ยวหายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหานี้ก็ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสร้างความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาโดยเร็ว เพราะยังกระทบไปยังเรื่องของการท่องเที่ยว ยอดจองโรงแรมก็หายไป
นอกจากนี้ ยังต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องของมาตรการ แหล่งเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะมีเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ และต้องการให้พิจารณาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งมาตรการซอฟต์โลนที่รัฐบาลจะออกมานั้น ก็ต้องการให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนดังกล่าวได้ เช่น ดอกเบี้ย 1% เป็นต้น