เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
Economic PDP 2026 ต่ออายุโรงไฟฟ้า 7 ปี  เสริมมั่นคงช่วงรอยต่อก่อนโหมเพิ่มRE
เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
Politics เปิดเกณฑ์ พรรค-สส. ช่วยผู้ประสบภัย ให้เงิน-สิ่งของได้สูงสุดเท่าไร?
9 พลังหญิง ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เบื้องหลังความสำเร็จบนเวที SKYRAX
Business 9 พลังหญิง ‘บางกอกแอร์เวย์ส’ เบื้องหลังความสำเร็จบนเวที SKYRAX
ภูเก็ตเปิดสถิติท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโกย 3.5 แสนล้าน
Economic ภูเก็ตเปิดสถิติท่องเที่ยว 8 เดือนแรกโกย 3.5 แสนล้าน
กระทรวงเกษตรฯ ของบฯ 664 ล้าน แจกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง
Economic กระทรวงเกษตรฯ ของบฯ 664 ล้าน แจกท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง
4 นักบินอวกาศ ยาน SpaceX กลับโลกแล้ว หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนาน 8 เดือน
News 4 นักบินอวกาศ ยาน SpaceX กลับโลกแล้ว หลังใช้ชีวิตบนสถานีอวกาศนาน 8 เดือน
เปิดตัวหนังสือ ‘ชุดไทยแห่งยุคสมัย’ มรดกภูมิปัญญาผ้าไทย-ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากลที่ฝรั่งเศส
ข่าวในพระราชสำนัก เปิดตัวหนังสือ ‘ชุดไทยแห่งยุคสมัย’ มรดกภูมิปัญญาผ้าไทย-ศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากลที่ฝรั่งเศส
สิทธิชาติ บุญมานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวพระราชสำนักช่อง 3 เสียชีวิต อายุ 81 ปี
News สิทธิชาติ บุญมานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวพระราชสำนักช่อง 3 เสียชีวิต อายุ 81 ปี
‘นาวี พิลเลย์’ คว้าโนเบลสันติภาพปี 2026 นักสิทธิ UN ต่อต้านฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในกาซา
World ‘นาวี พิลเลย์’ คว้าโนเบลสันติภาพปี 2026 นักสิทธิ UN ต่อต้านฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุในกาซา
เกษตรฯ วาง 2 แพ็กเกจช่วยชาวนา 4.69 ล้านครัวเรือน เตรียมเสนอ นบข.เคาะ
Economic เกษตรฯ วาง 2 แพ็กเกจช่วยชาวนา 4.69 ล้านครัวเรือน เตรียมเสนอ นบข.เคาะ
ดูทั้งหมด

‘วรวงศ์’ ร้อง ธปท. ผ่อนคลายนโยบายการเงิน สู้ภาษีทรัมป์

06 ส.ค. 2568 | 14:19น.
วรวงศ์ รามางกูร

‘วรวงศ์’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เรียกร้อง ธปท. ผ่อนคลายนโยบายการเงิน ช่วยผู้ส่งออกที่จะเริ่มบังคับใช้ 7 ส.ค.นี้

นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์ภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา หรือ U.S. Reciprocal Tariffs ที่มีต่อไทย ซึ่งทำเนียบขาวประกาศอัตราภาษี 19% เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา และจะมีผลบังคับใช้ต่อไป จึงถือว่าทีมไทยแลนด์สามารถดำเนินการได้ประสบความสำเร็จ ทำให้อัตราภาษีของไทยลดลงจาก 36% เป็น 19% ซึ่งถือว่าดีเกินคาด

แต่อย่างไรก็ตาม ชาวไทยได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีศุลกากรครั้งนี้เป็นจำนวนมาก และเป็นวงกว้างครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากตลาดสหรัฐมีสัดส่วนถึง 18% ของการส่งออกทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านบาท

ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระยะใกล้คือ อุปสงค์ (Demand) ภายในสหรัฐอเมริกาปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาสินค้าปรับสูงขึ้น เนื่องจากมีภาษีศุลกากรช่วยกั้นสินค้านำเข้าไว้ ซึ่งตรงตามจุดประสงค์การขึ้นอัตราภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อช่วยผู้ประกอบการและเกษตรกรภายในประเทศให้มีพื้นที่เพียงพอสามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ มีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น เป็นการเอาใจฐานเสียงของตนเอง แต่ฟากประเทศผู้ส่งออกราคาสินค้าส่งออกจะปรับตัวลดลง

จากงานศึกษาวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าผู้ส่งออกจะรับเอาภาษีไว้มากกว่าผู้บริโภค ดังนั้นเท่ากับว่าประเทศผู้ส่งออกสินค้าเป็นผู้แบกรับต้นทุนภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้นมากกว่าประเทศปลายทาง ต้นทุนเหล่านี้จะถูกส่งต่อมายังผู้ผลิต ทำให้ราคาผู้ผลิตตกต่ำลงอย่างหนัก

รัฐบาลได้ออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือ เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loans) งบประมาณสนับสนุน SMEs และเกษตรกร รวมถึงการช่วยผู้ประกอบการขยายตลาดใหม่ เป็นต้น ซึ่งสามารถเยียวยาผลกระทบได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ตามทฤษฎี เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ที่สามารถช่วยเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ที่เหมาะสม คือ การแทรกแซงค่าเงิน (Exchange Rate Intervention)

โดยนำเงินบาทซื้อดอลลาร์สหรัฐเพื่อให้ค่าเงินอ่อนค่าลง จุดประสงค์คือการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศ ป้องกันความผันผวนระยะสั้น พยุง GDP ให้สามารถเติบโตได้ตามเดิม ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเอื้อการส่งออกโดยตรง จึงไม่ผิดกติการะหว่างประเทศ นอกจากนั้นการลดค่าเงินยังช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจอื่น ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ปัญหาค่าแรงต่ำ หนี้ภาคครัวเรือนสูง

พรุ่งนี้ (7 สิงหาคม 2568) ภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐอเมริกา อัตราใหม่ 19% จะมีผลบังคับใช้เป็นวันแรก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณจากผู้บริหารระดับสูงของธนาคารแห่งประเทศไทยว่าจะมีมาตรการใดช่วยผู้ส่งออกเลย

วันนี้ผมจึงขอทวงคำสัญญา “พร้อมขับเคลื่อน ธปท. เชิงรุก เปิดใจชูจุดยืนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย” โปรดอย่าลอยตัวเหนือปัญหา เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะผู้กำหนดนโยบายการเงิน มีหน้าที่สำคัญในการลดผลกระทบผู้ประกอบการและลดทอนความเสียหายต่อประชาชน ธปท. จึงควรพิจารณามาตรการเชิงรุกเพื่อรักษาเสถียรภาพและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย

“ในสถานการณ์ที่ภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ การไม่ขยับนโยบายการเงินเลยอาจสะท้อนความเฉื่อยชาทางนโยบายมากกว่าความเป็นอิสระของธนาคารกลาง”