แบรนด์คิวเฟรช (Qfresh) ฉลองครบรอบ 8 ปี พร้อมประกาศกลยุทธ์การเติบโต ตั้งเป้ายอดขายแตะ 500 ล้านบาทภายในปี 2571 เดินหน้ากระตุ้นกำลังซื้อผ่านแคมเปญและโปรโมชั่นสุดปัง พร้อมยังคงโครงการเติบโตกลุ่มธุรกิจกุ้งของไทยยูเนี่ยน สหรัฐยังคงเป็นตลาดหลักแม้เจอภาษีทรัมป์
นายธนโชติ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจกุ้ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ไทยยูเนี่ยนได้ต่อยอดสร้างแบรนด์คิวเฟรช ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่อร่อย มีคุณภาพ และเข้าถึงได้ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการบริโภค เราเห็นโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดรับความต้องการของตลาด เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มความสามารถการแข่งขันของแบรนด์ในระยะยาว
โดยในปี 2567 พอร์ตธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งภายใต้กลุ่มไทยยูเนี่ยนนั้น ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กุ้ง (สัดส่วน 59%) แซลมอนและปลากะพง (สัดส่วน 21%) อาหารสำเร็จรูปแช่แข็งพร้อมทาน (สัดส่วน 18%) และซีฟู้ดสแน็ก (สัดส่วน 2%) ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจทั้งในรูปแบบรับจ้างผลิต (Private Label) และภายใต้แบรนด์ของบริษัทเองอย่างคิวเฟรช ปัจจุบันธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งในประเทศไทยมีการเติบโตต่อเนื่อง และมีฐานลูกค้าครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจค้าส่ง รีเทล โมเดิร์นเทรด ร้านอาหาร โรงแรม โรงงาน ไปจนถึงอีคอมเมิร์ซ โดยผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนาให้มีความหลากหลาย ทั้งอาหารประเภทพร้อมปรุง (Ready to Cook) และอาหารพร้อมทาน (Ready to Eat) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ สัดส่วนของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งของแบรนด์คิวเฟรชปัจจุบัน ประกอบด้วยกุ้ง 42% และผลิตภัณฑ์อาหารทะเลอื่น ๆ เช่น แซลมอน ปลากะพงขาว ฮามาจิ และหอยเชลล์ รวมกันอีก 58% ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายของพอร์ตผลิตภัณฑ์และศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจกุ้งของไทยยูเนี่ยนในปัจจุบันมีเป้าหมายการเติบโตสู่ 5,000 ล้านบาท ภายในปี 2028 หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท จากยอดขายปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท พร้อมมีแผนที่จะลงทุนและขยายการผลิตและกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลก เนื่องจากหลายปัจจัยที่มีผลกระทบ อาทิ เรื่องของนโยบายภาษีสหรัฐ ที่มีผลกระทบต่อการส่งออก แต่ทั้งนี้ มองว่านี่เป็นปัจจัยโอกาสสำคัญที่จะขยายส่วนแบ่งการตลาดออกไปในภูมิภาค
โดยในตอนนี้กลุ่มธุรกิจกุ้งของไทยยูเนี่ยนมีโรงงานผลิตรวมกัน 8 แห่ง โดย 3 แห่งอยู่ที่ประเทศอินเดีย 5 แห่งอยู่ในประเทศไทย และ 3 แห่ง ในนี้เป็นโรงงานผลิตกุ้ง และ 1 โรงงานผลิตแซลมอน และอีก 1 โรงงานเป็นโรงงานอาหารสำเร็จรูป ซึ่งผลิตสินค้าพร้อมทาน นอกจากนี้ยังมีธุรกิจใหม่เช่นธุรกิจสแน็กที่ส่งออกไปในตลาด เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน
แต่เมื่อดูมูลค่าตลาดแช่แข็งปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท ซึ่งไทยยูเนี่ยนมีรายได้ประมาณ 14,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นตลาดต่างประเทศ 10,000 ล้านบาท และตลาดในไทย 4,000 ล้านบาท สัดส่วนยอดขายในปีนี้ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท 60% มาจากการผลิตกุ้ง แซลมอน และอาหารพร้อมทาน โดยตลาดหลักยังคงเป็นตลาดสหรัฐ มูลค่าตลาดส่งออกซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท รองลงมาตลาดในประเทศซึ่งแซงหน้าตลาดญี่ปุ่น ส่วนตลาดอื่น ๆ ก็เป็นตลาดยุโรป เอเชีย เกาหลีใต้ เป็นต้น
นางสาวพนิตตา มิ่งสูงเนิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แบรนด์คิวเฟรช กล่าวว่า คิวเฟรชตั้งเป้าหมายการเติบโตภายใน 3 ปี จาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท ภายในปี 2571 โดยใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโต ได้แก่ Customer Centricity หรือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกจากการวิจัยตลาด
และการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคมาเป็นพื้นฐานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ Customer Segment Expansion การขยายฐานลูกค้า โดยใช้ดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเสียงสะท้อนของผู้บริโภคได้แบบเรียลไทม์ และ Strategic Partnership & Coinnovation หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อตอบรับเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วงเวลา
“ที่ผ่านมา เรามีการจับมือกับพันธมิตรร้านอาหารระดับพรีเมี่ยมเพื่อรังสรรค์เมนูที่สอดรับกับกระแส Chef’s Table และไฟน์ไดนิ่ง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอาหารประเภทสตรีตฟู้ดกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เนื่องจากเป็นอาหารที่เข้าถึงง่าย รับประทานได้ทุกวัน และมีตัวเลือกที่หลากหลาย คิวเฟรช จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Ready to Cook-Value-Added ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก และในโอกาสครบรอบ 8 ปี รวมทั้งการจับมือกับพันธมิตร 8 ร้านดัง เพื่อรังสรรค์เมนูพิเศษที่ใช้วัตถุดิบจากคิวเฟรช”
ในโอกาสพิเศษที่แบรนด์คิวเฟรชครบรอบ 8 ปี เราได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดกระตุ้นยอดขาย “Sealebration” รวมมูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาท มอบสิทธิพิเศษและความคุ้มค่าแก่ผู้บริโภค ด้วยโปรโมชั่นและกิจกรรมลุ้นของรางวัลแบบจัดเต็ม โดยสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน-30 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกันนี้เตรียมพบกับอีเวนต์พิเศษ “8th Birthday Sealebration” ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ ลาน Eden 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานมีคอนเสิร์ตจากศิลปิน LYKN ชื่อดัง มีเมนูพิเศษจาก 8 ร้าน Premium Street Food และกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับแบรนด์คิวเฟรชเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ TikTok
