เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฉลอง 3 ปีศูนย์สุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 6 แสนราย
Business ฉลอง 3 ปีศูนย์สุขภาพ SIRIRAJ H SOLUTIONS ยอดผู้ใช้บริการทะลุ 6 แสนราย
ศุภาลัย ปักหมุดสุพรรณบุรี จังหวัดที่ 30 ทุ่ม 2 พันล้าน เปิด ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์’
Real Estate ศุภาลัย ปักหมุดสุพรรณบุรี จังหวัดที่ 30 ทุ่ม 2 พันล้าน เปิด ‘ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์’
CREDIT กำไรครึ่งปีแรกกว่า 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ดอกเบี้ย-สินเชื่อ SME โตสวนตลาด
Finance CREDIT กำไรครึ่งปีแรกกว่า 2,154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากรายได้ดอกเบี้ย-สินเชื่อ SME โตสวนตลาด
ออมสิน เปิดกู้สินเชื่อ ‘ออมสินสร้างอาชีพ’ ช่วยคนตัวเล็ก สูงสุดรายละ 5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยต่ำ
Finance ออมสิน เปิดกู้สินเชื่อ ‘ออมสินสร้างอาชีพ’ ช่วยคนตัวเล็ก สูงสุดรายละ 5 หมื่น พร้อมดอกเบี้ยต่ำ
2 กูรูเศรษฐกิจ KKP ‘ศุภวุฒิ-พิพัฒน์’ เตือนรับมือความเสี่ยง AI ชี้กระแสลงทุนอาจแบกตลาดได้อีกแค่ 2-3 ปี
Finance 2 กูรูเศรษฐกิจ KKP ‘ศุภวุฒิ-พิพัฒน์’ เตือนรับมือความเสี่ยง AI ชี้กระแสลงทุนอาจแบกตลาดได้อีกแค่ 2-3 ปี
กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกโอนเงิน
Finance กยศ. เตือนผู้กู้ยืมเงินตรวจสอบก่อนชำระหนี้ ป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกโอนเงิน
เอกนิติ มองเงินลงทุนไหลเข้าไทย ใช้ BOI to IPO ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย
Finance เอกนิติ มองเงินลงทุนไหลเข้าไทย ใช้ BOI to IPO ดึงอุตสาหกรรมใหม่เข้าตลาดหุ้นไทย
ขนส่งเปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศพุ่ง 45 ล้านคัน เฉพาะรถ EV แตะ 1.2 ล้านคัน
Economic ขนส่งเปิดสถิติรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศพุ่ง 45 ล้านคัน เฉพาะรถ EV แตะ 1.2 ล้านคัน
ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท รูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (21 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 750 บาท รูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ยอดลงทะเบียน 1.64 ล้านคน ประกาศผู้มีสิทธิ 10 ส.ค.
HR เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 ยอดลงทะเบียน 1.64 ล้านคน ประกาศผู้มีสิทธิ 10 ส.ค.
ดูทั้งหมด

ส่งออกไทยในบริบทโลกใหม่ เปิดกลยุทธ์รับวิกฤตการค้าปั่นป่วน

02 มิ.ย. 2569 | 07:45น.
ส่งออกไทย

การส่งออกถือว่าเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์การค้าโลก ที่เต็มไปด้วยการแข่งขันที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น การกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีบทบาทสำคัญที่แต่ละประเทศจำต้องศึกษาหาวิธีการรับมือ และปรับตัวเพื่อให้การส่งออกยังสามารถดำเนินต่อไป

 

ทั้งนี้ แม้ว่าปี 2568 ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาภายใต้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ออกนโยบายการเรียกเก็บภาษีนำเข้า (Reciprocal Tariff) กับแต่ละประเทศที่มีการค้ากับสหรัฐ รวมถึงประเทศไทย ส่งผลให้สถานการณ์การค้าโลกปั่นป่วนอย่างหนัก แต่ถึงกระนั้น ผู้ส่งออกของไทยก็ยังสามารถปรับตัวรับมือได้ดี โดยการส่งออกทั้งปี 2568 ยังเติบโตที่ระดับ 339.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวจากปีก่อนหน้าถึง 12.9% ขณะที่ปี 2569 มีปัจจัยความไม่แน่นอนเกิดขึ้น

 

โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น สงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อพลังงานของโลก ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็ยังคาดการณ์ว่าการส่งออกของไทยจะขยายตัวในอัตรา 0-2%

บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU จัดได้ว่าเป็นผู้ส่งออกไทยที่มีบทบาทสำคัญในระดับโลก โดย TU มีสถานะเป็นผู้ผลิตทูน่ากระป๋องรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็งและบรรจุกระป๋องระดับโลก

 

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TU ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันไทยยูเนี่ยนมีโรงงานทั้งหมด 26 แห่ง ใน 14 ประเทศ ส่งออกสินค้าไปมากกว่า 120 ประเทศ มีรายได้ต่อปีระดับ 1.3-1.4 แสนล้านบาท มีจำนวนพนักงานกว่า 43,000 คนทั่วโลก  DNA สำคัญที่ทำให้ไทยยูเนี่ยนเติบโต คือ ความมุ่งมั่น ความขยัน ความตั้งใจที่จะเติบโต และการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา

 

อย่างไรก็ตามเส้นทางการทำธุรกิจไม่ได้ราบรื่นตลอด  บริษัทเริ่มเผชิญความท้าทายชัดเจนเมื่อปี 2015 หนึ่งในบทเรียนสำคัญ คือ เรื่องมาตรการกีดกันทางการค้าและกฎหมาย Antitrust แม้บริษัทจะมั่นใจในการดำเนินธุรกิจ แต่เมื่อเจอข้อจำกัดทางกฎหมายก็ส่งผลต่อการดำเนินงาน และต้องใช้เวลาปรับตัวแก้ไขปัญหาราว 3-4 ปี กลายเป็นประสบการณ์สำคัญด้านการบริหารความเสี่ยงขององค์กร

ความเปลี่ยนแปลงเกิดหลายระลอก

 

หลังปี 2023 เป็นต้นมาการค้าโลกก็เจอกับความผันผวนรอบใหม่ จากสงครามเทคโนโลยี ดิสรัปชั่น และการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายมิติ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่ได้รับผลจากโควิด-19 ทำให้หันมาใช้ชีวิตและจับจ่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น  โครงสร้างประชากรโลกเข้าสู่สังคมสูงวัย จำนวนประชากรในหลายประเทศเริ่มลดลง รวมถึงประเทศไทย ขณะที่ต้นทุนทั่วโลกปรับเพิ่มต่อเนื่องตั้งแต่โควิด ลากยาวถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน และวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ระลอกใหม่ จนกระทั่งล่าสุด คือ สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล กับอิหร่าน

 

แรงกดดันจากเงินเฟ้อและต้นทุนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงระยะสั้น แต่เป็นภาวะที่ “ขึ้นแล้วขึ้นอีก” จนนำไปสู่ยุคดอกเบี้ยสูง ซึ่งภาคธุรกิจจำนวนมากไม่คุ้นเคย เพราะเติบโตในยุคดอกเบี้ยต่ำมายาวนาน ขณะที่เศรษฐกิจโลกวันนี้ไม่เหมือนอดีต สหรัฐอเมริกาเริ่มอ่อนแรง ยุโรปเผชิญแรงกดดันหนัก ประเทศจีนจากที่เคยเติบโตเกือบ 10% เหลือราว 5% หรือต่ำกว่า 5% ส่วนเศรษฐกิจไทยถูกประเมินว่าเติบโตต่ำกว่า 1%

 

“ผู้ประกอบการไม่สามารถยึดติดกับความสำเร็จในอดีตได้อีกต่อไป”

เตือนรับมือ New Normal

 

ในส่วนของประเทศไทยเอง เราก็ไม่สามารถยึดติดกับความสำเร็จในอดีตได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมอาหารไทย กรณีของกุ้งแช่แข็ง  ในอดีตไทยเคยครองอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องหลายสิบปี แต่ปัจจุบันอันดับถอยลงไปอยู่ที่ 6-7 สะท้อนว่าสิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งในอดีตไม่ได้แปลว่าจะอยู่รอดในโลกธุรกิจยุคใหม่ หากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน

โลกธุรกิจปัจจุบันเปลี่ยนจากยุคที่เน้นการผลิตขนาดใหญ่เพื่อทำต้นทุนต่ำ ไปสู่ยุคที่องค์กรต้องมีความคล่องตัว มีทางเลือก และกระจายความเสี่ยงมากขึ้น

 

เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตั้งแต่โควิด สงครามรัสเซีย-ยูเครน สงครามหลายจุดในโลก ภาษีทรัมป์ ไปจนถึงสงครามตะวันออกกลาง สิ่งเหล่านี้เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องคาดไม่ถึง แต่ปัจจุบันกลายเป็นความจริงที่ธุรกิจต้องเตรียมรับมือ

 

“New Normal ต่อจากนี้คือ ต้องเตรียมไว้เลยว่าทุกปีจะมีเรื่องเกิดขึ้น ถ้าปีไหนไม่มีก็ถือว่าเป็นโบนัส”

เน้นโลจิสติกส์-กระจายความเสี่ยง

 

สำหรับแนวทางปรับตัวขององค์กรธุรกิจทั่วโลก สิ่งที่เห็นชัดคือ การให้ความสำคัญกับโลจิสติกส์ การกระจายความเสี่ยงด้านฐานการผลิต ภูมิภาค และสถานที่ตั้ง เนื่องจากบางประเทศ เช่น จีน รัสเซีย หรือบางพื้นที่ อาจไม่สามารถใช้เป็นฐานการผลิตหรือเส้นทางการค้าได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ขณะเดียวกันธุรกิจต้องปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างต่อเนื่อง หรือ Continuous Cost Improvement เพราะในภาวะยอดขายไม่เติบโต การชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายองค์กร จะทำได้ยากมาก หากไม่มีการควบคุมต้นทุนอย่างจริงจัง

 

สำหรับไทยยูเนี่ยน บริษัทเริ่มเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรตั้งแต่ปี 2024 ภายใต้แนวทาง “Simpler, Leaner,

Faster” หรือทำให้องค์กรเรียบง่ายขึ้น ลดความซับซ้อน และเคลื่อนไหวเร็วขึ้น โดยทบทวนกระบวนการทำงาน กฎระเบียบ และขั้นตอนภายในที่สะสมมายาวนาน เพราะองค์กรขนาดใหญ่มักเก่งในการเพิ่มกระบวนการ แต่ไม่เก่งพอในการตัดกระบวนการที่ไม่จำเป็นออกไป

 

การทรานส์ฟอร์มไม่ได้หมายถึงการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเตรียมองค์กรสำหรับอนาคต โดยเฉพาะเรื่อง “คน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ เพราะการแข่งขันในวันนี้ต้องการทักษะ ความรู้ และความสามารถที่สูงกว่าเดิม คนที่เคยทำงานได้ดีในอดีตอาจไม่เพียงพอต่อการแข่งขันในวันนี้ หากไม่พัฒนาตัวเองให้ทันกับบริบทใหม่

“คนและเทคโนโลยี” สำคัญสุด

 

ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า 2 ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดความแข็งแกร่งขององค์กร คือ คนและเทคโนโลยี โดย AI, Data และ Technology เป็นสิ่งที่ธุรกิจหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่มีดิจิทัลหรือเทคโนโลยีเข้ามาช่วยองค์กรจะไม่สามารถลดความซับซ้อน เพิ่มความเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพได้มากพอที่จะรับมือกับต้นทุนและการแข่งขันที่สูงขึ้น

 

ในกระบวนการทรานส์ฟอร์มไทยยูเนี่ยนลดจำนวนพนักงานไปแล้วกว่า 10% แต่ในมุมมองส่วนตัวองค์กรยังควรลดคนได้ถึง 30% หากสามารถปรับกระบวนการ ใช้เทคโนโลยี และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้เต็มที่ เพราะความท้าทายสำคัญของธุรกิจยุคนี้คือ ใครสามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้ดีกว่าและเร็วกว่ากัน

 

สิ่งที่ธุรกิจควบคุมไม่ได้ คือสภาพแวดล้อมภายนอก ทั้งเศรษฐกิจโลก สงคราม ภาษี และกำลังซื้อ แต่สิ่งที่ควบคุมได้คือ “ต้นทุนภายในบ้านตัวเอง” ซึ่งต้องจัดการให้ดีที่สุด โดยบริษัทตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร หรือ SG&A ลงประมาณ 1,000 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 20% ของกำไร หากลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้จะช่วยเพิ่มกำไรได้ถึง 20% โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มยอดขาย

ขึ้นราคาเป็นดาบสองคม

 

ขณะเดียวกันการปรับขึ้นราคาสินค้าต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะหากปรับขึ้นมากเกินไปอาจกระทบกำลังซื้อของผู้

บริโภค แม้ในต่างประเทศหลายตลาดจะสามารถปรับราคาตามกลไกตลาดได้ และผู้บริโภคมีความเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น หลังราคาสินค้าปรับขึ้นต่อเนื่องราว 20-30% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ธุรกิจยังต้องบริหารราคาอย่างสมดุล เพื่อไม่ให้กระทบต่อความต้องการซื้อระยะยาว ส่วนตลาดในประเทศมีสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้ และบางสินค้าอยู่ภายใต้การควบคุมราคา จึงต้องบริหารทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศควบคู่กัน

องค์กรปรับตัวเร็วจึงจะอยู่รอด

 

ภารกิจที่สำคัญของภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนภาคเอกชน ผู้ส่งออก คือ ภาครัฐต้องเร่งผลักดันเจรจาความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement หรือ  FTA) ให้มากขึ้นและเร็วขึ้น เพราะภาษีเป็นหัวใจของการแข่งขัน ขณะที่หลายประเทศมีความตกลงการค้าเสรีมากกว่าไทย จึงต้องเร่งตามให้ทัน พร้อมดูแลค่าเงินให้อยู่ในระดับเหมาะสม สนับสนุนผู้ส่งออกให้แข่งขันได้ รวมถึงยกระดับคุณภาพสินค้า บริการ ต้นทุน และนวัตกรรม ซึ่งจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต

 

ท้ายที่สุดธุรกิจยุคใหม่ต้องเปลี่ยนจากแนวคิด “ขายให้มากที่สุด” ไปสู่ “ขายอย่างมีกำไร” หรือ Profitable Sales และเติบโตอย่างมีกำไร ไม่ใช่ไล่ปริมาณการขายโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพของรายได้ เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนองค์กรที่อยู่รอดได้ไม่ใช่องค์กรที่ใหญ่ที่สุด แต่คือองค์กรที่ปรับตัวเร็วที่สุด มีต้นทุนที่แข่งขันได้ มีคนที่พร้อม และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน