เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอ็มจี ปรับเป้าขายเพิ่มเป็น 3.6 หมื่นคัน ติดท็อปไฟว์
Automotive เอ็มจี ปรับเป้าขายเพิ่มเป็น 3.6 หมื่นคัน ติดท็อปไฟว์
ศาลปกครองยืนคำสั่งแบน ‘พาราควอต’ ชี้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4
Economic ศาลปกครองยืนคำสั่งแบน ‘พาราควอต’ ชี้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4
LINE VOOM ยุติการให้บริการในไทย ตั้งแต่ 28 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป
Tech LINE VOOM ยุติการให้บริการในไทย ตั้งแต่ 28 ก.ย. 2569 เป็นต้นไป
เนวิน โต้ดราม่าขาสั้น ทำมา 10 ปี เคารพบูชาองค์พ่อจตุคามด้วยใจ
Politics เนวิน โต้ดราม่าขาสั้น ทำมา 10 ปี เคารพบูชาองค์พ่อจตุคามด้วยใจ
‘ชัชชาติ’ เตรียมโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้รัฐบาล เดินหน้า’ตั๋วร่วม’ ลดภาระงบฯ กทม.
Economic ‘ชัชชาติ’ เตรียมโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้รัฐบาล เดินหน้า’ตั๋วร่วม’ ลดภาระงบฯ กทม.
เครือข่ายลุ่มน้ำกกฯ ยื่นแถลงการณ์เร่งแก้สารพิษข้ามแดน ดันยุติ TOR ไทย-เมียนมา
Economic เครือข่ายลุ่มน้ำกกฯ ยื่นแถลงการณ์เร่งแก้สารพิษข้ามแดน ดันยุติ TOR ไทย-เมียนมา
เอิร์ธ x PIM ลุย รร.กาญจนบุรี ชูแคมเปญเด็กไทยการ์ดไม่ตกต้านไข้เลือดออก
SD เอิร์ธ x PIM ลุย รร.กาญจนบุรี ชูแคมเปญเด็กไทยการ์ดไม่ตกต้านไข้เลือดออก
แรงงาน กับ การเงิน ในยุค AI
Tech แรงงาน กับ การเงิน ในยุค AI
ราคาทองวันนี้ (3 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 64,950 บาท
ไทยยูเนี่ยนกำไรพุ่ง! GPM ทำนิวไฮ 21.4% อัพเป้ารายได้ปีนี้ แจกปันผล 0.40 บาท
Biz Movement ไทยยูเนี่ยนกำไรพุ่ง! GPM ทำนิวไฮ 21.4% อัพเป้ารายได้ปีนี้ แจกปันผล 0.40 บาท
ดูทั้งหมด

ไทยยูเนี่ยนกำไรพุ่ง! GPM ทำนิวไฮ 21.4% อัพเป้ารายได้ปีนี้ แจกปันผล 0.40 บาท

03 ส.ค. 2569 | 13:11น.

ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 แข็งแกร่ง ทำอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายผลประกอบการทั้งปี หลังยอดขายและปริมาณขายเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.3% พร้อมตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง หลัง D/E ลดลงเหลือ 1.15 เท่า

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยบริษัททำอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% สูงกว่ากรอบเป้าหมายปี 2569 และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี 2573 ขณะที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.3% จากปีก่อน นับเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) 3.4%

ผลประกอบการไตรมาส 2 บริษัทมียอดขาย 33,845 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการเติบโตของยอดขายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ขณะที่ปริมาณการขายเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 10.2% อยู่ที่ 7,238 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12.6% เป็น 2,150 ล้านบาท

“ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ตอกย้ำว่ากลยุทธ์ของไทยยูเนี่ยนกำลังสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี 2573 ปริมาณการขายที่เติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 รวมถึงเงินปันผลต่อหุ้นที่เพิ่มขึ้นกว่า 14%” นายธีรพงศ์กล่าว

นายธีรพงศ์กล่าวว่า การทำสถิติ GPM สูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้รับแรงหนุนจากการบริหารสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ส่งผลให้ทุกกลุ่มธุรกิจหลักมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง

กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป (Ambient) มียอดขาย 16,853 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้นทำสถิติสูงสุดที่ 23.8% จากความต้องการผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต (Private Label) สำหรับปลาทูน่าและปลาแซลมอนบรรจุกระป๋อง รวมถึงความนิยมบริโภคปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลที่เพิ่มขึ้น

ด้านกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen) มียอดขาย 9,995 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน แต่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 13.5% จากต้นทุนวัตถุดิบกุ้งที่เอื้ออำนวยและการบริหารต้นทุน ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare) มียอดขายเพิ่มขึ้น 2.3% ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 7.8% จากความต้องการในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29.7% จากสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่คิดเป็น 52.4% ของยอดขาย ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (Value-added) มียอดขายเพิ่มขึ้น 5.8% อยู่ที่ 2,508 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า

จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง บริษัทจึงปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการปี 2569 โดยเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของยอดขายเป็น 4-6% จากเดิม 3-4% และปรับเป้าอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 19.5-20.5% จากเดิม 19-20% พร้อมปรับลดงบลงทุน (CAPEX) ลงมาอยู่ที่ 5,000-5,500 ล้านบาท จากเดิม 5,500-6,000 ล้านบาท ขณะที่ยังคงเป้าหมายค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) ที่ 13.5-14.5% และนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50%

ทั้งนี้ บริษัทระบุว่า การปรับเพิ่มประมาณการสะท้อนแนวโน้มธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงอัตรากำไรที่ดีขึ้นในกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปและอาหารทะเลแช่แข็ง ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาทตั้งแต่เดือนมิถุนายนมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออกและการแปลงค่างบการเงินของกิจการในต่างประเทศเป็นเงินบาท