Skip to content

พาณิชย์เมินการเมืองสลับขั้ว ปี’69 โหมส่งออกตลาดสหรัฐ

06 ก.ย. 2568 | 09:25น.
พาณิชย์เมินการเมืองสลับขั้ว ปี’69 โหมส่งออกตลาดสหรัฐ

พาณิชย์เดินหน้าจัดกิจกรรมกระตุ้นการส่งออก แม้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ลั่นเป้าปี’69 สร้างเม็ดเงิน 1.4 แสนล้าน ช่วยผู้ประกอบการเฉียด 3 แสนราย ย้ำรักษาฐานตลาดสหรัฐ ขณะเดียวกัน เพิ่มตลาดใหม่ ๆ ส่วนส่งออกปี’69 รอหารือเอกชนก่อนกำหนดเป้า

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า สำหรับปี 2569 กรมเตรียมดำเนินงาน 570 โครงการ กว่า 700 กิจกรรม และตั้งเป้าสร้างรายได้ 141,881 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการกว่า 294,475 ราย ซึ่งปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา กรมได้ตั้งเป้าหมายกิจกรรมส่งเสริมการค้ากว่า 510 โครงการ 700 กิจกรรม ทั้งในและต่างประเทศ ผลการดำเนินการ 7 เดือนแรกของปีสามารถสร้างมูลค่ากว่า 156,522 ล้านบาท เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ และคาดช่วงเวลาที่เหลือของปีจะสร้างมูลค่าเพิ่มการค้าอีกกว่า 10,000 ล้านบาท

“จากกรณีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการค้าของกรมจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังคงเดินหน้าตามแผนที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งเร็ว ๆ นี้ได้เตรียมจัดงานแสดงสินค้านานาชาติในประเทศ 6 งานใหญ่ เช่น Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 73-74, THAIFEX-HOREC Asia 2026, THAIFEX-Anuga Asia 2026, TILOG-Logistix 2026 และ Bangkok RHVAC & E&E 2026”

การดำเนินการส่งเสริมกิจกรรมการส่งออกในปีหน้า กรมยังคงให้ความสำคัญในการบุกตลาดใหม่ ซึ่งจะยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ที่ผ่านมาซึ่งมีการนำคณะผู้ประกอบการไปทำกิจกรรมส่งเสริมในต่างประเทศ เช่น อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ นอกจากนี้ ก็ยังมีตลาดอื่น เช่น ละตินอเมริกา ซึ่งจะนำคณะเอกชนไปเจรจาจับคู่ธุรกิจกับแอฟริกาใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเครื่องจักรกลทางการเกษตร เพราะยอมรับถึงคุณภาพสินค้าไทย ดูไบ อินเดีย ซาอุดีอาระเบีย เป็นต้น ซึ่งจะเน้นบุกตลาดที่เอกชนให้ความสนใจมากขึ้น

ทั้งนี้ จากผลของนโยบายทรัมป์ 2.0 ทำให้กรมเร่งส่งเสริมขับเคลื่อนการส่งออกอย่างต่อเนื่อง และมีการตั้งคณะทำงานเฉพาะขึ้นมาดูแลในเรื่องนี้ รวมถึงได้รับงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจประมาณ 34 ล้านบาท โดยมีแนวทางที่จะยกระดับพัฒนาผู้ประกอบการ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางการค้าที่เกิดขึ้น ซึ่งจะมีการปรับหลักสูตรให้มีการสอดคล้องกับสถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ กรมยังจะให้ความสำคัญในเรื่องของรูปแบบการค้าออนไลน์มากขึ้น

โดยการขยายความร่วมมือผ่านแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะคู่ค้าในต่างประเทศ จะพยายามผลักดันร้าน Top Thailand เข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งในตลาดออนไลน์มากขึ้น อีกทั้งจะมีการยกระดับไทยเทรด.com เพื่อดึงดูดการใช้งานและขยายโอกาสการตลาดในทุกรูปแบบ ทั้งรูปแบบบีทูซีและบีทูดี

“การส่งออกในปีหน้าก็ยอมรับว่ายังมีปัจจัยท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องภาษีสหรัฐซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ประมาท ตลาดสหรัฐยังคงเป็นตลาดที่ให้ความสำคัญในการผลักดันการส่งออก แต่ก็พร้อมที่จะขยายตลาดอื่น ๆ เพื่อรองรับการค้า ส่วนการเดินหน้าเจรจาก็ยังเชื่อว่ายังคงเดินต่อไปภายหลังจากที่ประกาศภาษีไทยอยู่ที่ 19% ซึ่งเป็นอัตราที่เชื่อว่าไทยสามารถแข่งขันกับตลาดอื่นได้ ส่วนในรายละเอียดเรื่องของการใช้แหล่งถิ่นกำเนิดสินค้า ในมุมมองก็คงจะต้องรอดูรายละเอียด และคิดว่าสหรัฐจะมีการประกาศออกมาเป็น Package ไม่ได้ประกาศเป็นรายสินค้าหรือประเทศ”

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดสหรัฐคงต้องดูปัจจัยสำคัญที่อาจจะมีผลมาก คือเรื่องของกำลังซื้อของผู้บริโภคในสหรัฐเองด้วย ส่วนประเด็นปัจจัยเสี่ยงที่ภาคเอกชนแสดงความกังวลที่ยังคงต้องติดตามคือ 1.กำลังซื้อและการค้าในประเทศคู่ค้าเริ่มฝืด และอาจชะลอการนำเข้าสินค้าไทยในอนาคต 2.ปัญหาโลจิสติกส์มีความลำบากมากขึ้น 3.ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งมีผลต่อความสามารถแข่งขันด้านราคาของไทย

ส่วนสถานการณ์การส่งออกช่วง 7 เดือนแรกปี 2568 มีอัตราเติบโตดี เนื่องจากมีปัจจัยจากการเร่งนำเข้าก่อนสหรัฐประกาศอัตราภาษีนำเข้า ทำให้รายได้ส่งออกสูงกว่าคาดการณ์ ดังนั้น เป้าหมายการส่งออกของไทยในปี 2569 จะมีการหารือกับภาคเอกชนเพื่อทบทวนเป้าหมายกันต่อไป