Skip to content

พาณิชย์ผุด Smart C/O พัฒนาระบบรับมือภาษีทรัมป์

14 ก.ย. 2568 | 10:58น.
พาณิชย์ผุด Smart C/O พัฒนาระบบรับมือภาษีทรัมป์

กรมการค้าต่างประเทศ นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนลงพื้นที่กาญจนบุรี เยี่ยมชม บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด ผู้ผลิตเบเกอรี่รายใหญ่ของกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เนื่องจากบริษัทนี้เป็นหนึ่งในหลายบริษัทไทยที่ใช้บริการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบ DFT SMART C/O ซึ่งกรมได้ยกระดับการให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ทั้งยังช่วยลดต้นทุนและขั้นตอนการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด เพราะต้องยอมรับว่าสถานการณ์ด้านการค้าต่าง ๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องภาษีตอบโต้การค้าของสหรัฐ

การขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบ DFT SMART C/O สามารถดำเนินการครบจบกระบวนการตั้งแต่การยื่นคำขอ การติดตามสถานะคำขอและติดต่อรับหนังสือรับรอง ที่เจ้าหน้าที่อนุมัติแล้วด้วยบัตรประชาชนใบเดียว โดยการสมัครบัญชีผู้ใช้งานผ่านระบบ DFT SMART-I จุดเด่นของระบบ DFT SMART C/O คือ ผู้ประกอบการสามารถพิมพ์หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่เจ้าหน้าที่อนุมัติแล้ว ได้ด้วยตนเอง (Self-printing) ได้อย่างง่ายดาย เพียงซื้อแบบพิมพ์หนังสือรับรอง จากกรมผ่านเว็บไซต์ formstore.dft.go.th เพื่อนำไปพิมพ์ด้วยตนเอง รวมทั้งมีช่องทางการรับชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)

โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางมารับหนังสือรับรองที่กรม (No Visit) ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ลดต้นทุน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยคิดเป็นมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ซึ่งนำร่องด้วย e-Form D และ e-CO JPEPA ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ กับประเทศปลายทางได้

นอกจากนี้ กรมอยู่ระหว่างดำเนินโครงการพัฒนาระบบการให้บริการออกใบอนุญาตและหนังสือรับรองการส่งออก-นำเข้าสินค้า ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล (DFT SMART-Licensing) ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดระบบ DFT SMART-I ให้ไปสู่ระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร รวมทั้งได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย เช่น เทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) และการแปลงไฟล์ภาพให้เป็นไฟล์ข้อความ (Optical Character Recognition : OCR) เป็นต้น

เข้ามาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มศักยภาพและเพิ่มผลสัมฤทธิ์ เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับความสะดวกจากการขอรับบริการที่ดีมากขึ้นกว่าเดิม และเอื้อต่อการประกอบธุรกิจส่งออก-นำเข้าสินค้า ซึ่งจะช่วยเพิ่มแต้มต่อทางการค้าและทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย โดยมีแผนจะเปิดให้บริการระบบดังกล่าวอย่างเต็มรูปแบบภายในเดือนกันยายนนี้รับรองถิ่นกำเนิด

ยกระดับขอใบอนุญาต C/O

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ระบุว่า บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ใช้บริการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบ DFT SMART C/O โดยในช่วงปี 2567-สิงหาคม 2568 บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด ขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบ DFT SMART C/O จำนวน 88 ฉบับ

โดยแบ่งเป็น FTA ไทย-ออสเตรเลีย จำนวน 41 ฉบับ Form C/O ทั่วไป จำนวน 33 ฉบับ Form AJ จำนวน 6 ฉบับ และ Form E จำนวน 8 ฉบับ มูลค่ารวม 1,594,800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 52,628,415 บาท แบ่งเป็น FTA ไทย-ออสเตรเลีย มูลค่า 408,918 ดอลลาร์สหรัฐ Form C/O ทั่วไป มูลค่า 104,676 ดอลลาร์สหรัฐ Form AJ มูลค่า 968,089 ดอลลาร์สหรัฐ และ Form E มูลค่า 113,117 ดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าที่ขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า คือ “ทองม้วนกรอบ”

อย่างไรก็ดี การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิด โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐ จะให้ความเข้มข้นมากขึ้น กรมพร้อมจะอำนวยความสะดวกและสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการ เพราะตลาดสหรัฐก็ยังถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญของประเทศไทย

นางอารดากล่าวอีกว่า ส่วนด้านการเจรจาแม้สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยจะเปลี่ยนไป แต่กรอบการเจรจาด้านภาษีในหลักการถือว่าดำเนินการเรียบร้อย ส่งผลให้ไทยได้อัตราภาษีที่ 19% จากนี้จะเป็นการเจรจาในเรื่องของเทคนิคโดยเฉพาะการลงในรายละเอียดเรื่องของถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) การคำนวณสัดส่วนมูลค่าวัตถุดิบในภูมิภาค หรือ RVC : Regional Value Content ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมจะต้องทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการถึงการใช้สัดส่วนวัตถุดิบทั้งในประเทศและในภูมิภาคซึ่งจะมีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกัน

นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของการถ่ายโอนสินค้า (Transshipment) จะต้องมีการป้องกันการสวมสิทธิสินค้า ต้องให้ความสำคัญและเข้มงวดขึ้น เป้าหมายของคณะเจรจาต้องหาข้อสรุปให้ได้ภายในปลายปี 2568 ขณะที่การหาแนวทางรับมือให้กับผู้ระกอบการ ที่ผ่านมากรมได้มีการพูดคุยและหารือกับผู้ประกอบการ เพื่อทำความเข้าใจ การปรับตัว พร้อมทั้งแนะนำให้ใช้สินค้าและวัตถุดิบภายในประเทศให้มากขึ้น และภายในเดือนกันยายน 2568 นี้ กรมก็จะประกาศรายการสินค้าเฝ้าระวังสวมสิทธิไทยส่งออก 65 รายการ อีกทั้งกรมก็จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการติดตามดำเนินการในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าต่อไปด้วย

ส่วนกรณีข้อกังวลศาลอุทธรณ์สหรัฐชี้ ภาษีทรัมป์ ที่ออกมาในช่วงดำรงตำแหน่งขัดต่อกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ในมุมมองของกรมเห็นว่านโยบายสหรัฐอาจจะยังคงเดินหน้า โดยเฉพาะสหรัฐยังคงได้เปรียบ แต่ทั้งนี้ยังคงต้องรอดูและติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อไป

ปรับตัวบุกตลาดอื่น

นายวิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด จ.กาญจนบุรี ผู้ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่รายใหญ่ระบุว่า บริษัทมีทั้งผลิตภายใต้แบรนด์ตัวเอง รับจ้างผลิต และมีสินค้าส่งออกไปในตลาดกว่า 13 ประเทศ เช่น สหรัฐ, UK, ญี่ปุ่น เป็นต้น แม้ในภาพรวมจะมองว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ดี มีผลต่อรายได้และยอดขายลดลง แต่ในภาพรวมของบริษัทยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง เพราะเราได้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพแต่ราคาจับต้องได้ อีกทั้งยังเป็นสินค้าบริโภคที่ยังคงมีความต้องการอยู่ ส่วนการส่งออกเราก็เข้าไปใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ทั้งด้านส่งออกและการนำเข้าวัตถุดิบ จึงยังคงทำให้เราบริหารจัดการต้นทุนต่าง ๆ ได้

ส่วนในเรื่องของภาษีสหรัฐ ซึ่งตลาดสหรัฐถือว่าเป็นหนึ่งตลาดที่เราส่งออกไป ในมุมมองจากการเดินหน้านโยบายด้านภาษีสหรัฐ ปัจจุบันนี้เห็นว่าการที่สหรัฐมีการขึ้นภาษีกับหลายประเทศเป็นเรื่องชวนทะเลาะ อาจจะไม่ได้ส่งผลดีให้กับสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อราคาสินค้าภายในประเทศสหรัฐเอง

“ในกลุ่มสินค้าอาหารยังมองว่าได้รับผลกระทบน้อย หากเทียบในอุตสาหกรรมอื่น โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี และในมุมมองผมเอง การขึ้นภาษีของสหรัฐ ผมไม่ได้กลัวเลย ผมยังมีหลายตลาดที่ยังสามารถที่จะขยายไปได้อีกเยอะ”

ขณะที่การทำตลาดส่งออกของสินค้าไทยยังมองว่าเรายังมีหลายตลาดที่ยังคงขยายไปได้ ทั้งตลาดอาเซียน แอฟริกา รวมไปถึงประเทศคู่ค้ารายสำคัญที่ยังคงสามารถบุกและขยายตลาดออกไปได้ ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นจะต้องปรับตัวเองเพื่อรองรับและสร้างโอกาสในตลาดอื่น ๆ ซึ่งจะไปได้ก็จะต้องได้รับความส่งเสริมจากหน่วยงานของภาครัฐด้วย