ประเทศไทยคว้าสิทธิเจ้าภาพจัดงาน “Gastech 2026” สุดยอดงานประชุมวิชาการและจัดแสดงนิทรรศการด้านพลังงาน โดย ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ซีอีโอ ปตท. พร้อมร่วมมือจัดงานใหญ่ หลังนำคณะบินไปร่วมงาน “Gastech 2025” ที่เมืองมิลาน อิตาลี ขึ้นเวทีเสวนามุมมองความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน”
รายงานข่าวจากเวทีเสวนาในงาน “Gastech 2025” สุดยอดงานประชุมวิชาการและจัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว พลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีภูมิอากาศ และปัญญาประดิษฐ์ ที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดงานหนึ่งของโลก ณ Fiera Milano เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี
ในงานนี้ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำคณะเข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ Energy security through transformation : A vital force for progress in a rapidly changing world ร่วมกับผู้บริหารบริษัทพลังงานและเทคโนโลยีชั้นนำของโลก ได้แก่ Mr.Jack Fusco, President & CEO บริษัท Cheniere Energy, Mr.Musabbeh Al Kaabi, CEO Upstream บริษัท ADNOC, Mr.Lorenzo Simonelli, Chairman, President & CEO บริษัท Baker Hughes และ Mr.Takayuki Ueda, President & CEO บริษัท INPEX
พร้อมกันนี้ยังประกาศรายชื่อเจ้าภาพจัดงานครั้งต่อไปคือประเทศไทย กำหนดจัดงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) กรุงเทพฯ เพื่อร่วมผลักดันอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศในเวทีระดับโลก ด้วยจำนวนผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน ผู้แสดงสินค้ากว่า 1,000 ราย และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,000 ท่านจากทั่วโลก เป็นการร่วมกันสร้างความก้าวหน้าในการพัฒนา Ecosystem ด้านพลังงานของไทยที่มั่นคง ยั่งยืน รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
ดร.คงกระพันกล่าวว่า การร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” หรือ “TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD” บนเวทีระดับโลก แสดงให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจของ ปตท. ที่สอดคล้องกับทิศทางพลังงานโลกในปัจจุบัน
ส่วนงานเสวนา ดร.คงกระพันนำเสนอมุมมองเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงาน ทั้งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทยว่า ก๊าซธรรมชาติถือเป็น “Destination Fuel” มีบทบาทสำคัญในการรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคพลังงานสะอาด โดยดำเนินการควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก เนื่องจากก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่มีความเสถียรต่อระบบพลังงาน และเป็นเชื้อเพลิงที่มีความสะอาดกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่น
ขณะนี้หลายภูมิภาคทั่วโลกให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจาก LNG สามารถส่งมอบได้ทั่วโลก ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงพลังงาน รวมทั้งมีกลไกการซื้อขายในรูปแบบสัญญาระยะยาว (Long-Term Contract) และตลาดจร (Spot Market) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและสร้างความมั่นคงทางพลังงานแก่หลายพื้นที่
“ทิศทางพลังงานของโลกควรตอบโจทย์มิติพลังงานสามด้าน (Energy Trilemma) ได้แก่ ความมั่นคงทางพลังงาน (Security) ความเป็นธรรมในการเข้าถึงพลังงาน (Affordability) และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Sustainability) ซึ่งความมั่นคงทางพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะทิศทางพลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีความต้องการก๊าซธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการทยอยยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน”
ประธาน ปตท.กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวภูมิภาคนี้จะมีการใช้พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับการผลิตก๊าซธรรมชาติภายในแต่ละประเทศที่ลดลง คาดว่าอาเซียนจะกลายเป็นผู้นำเข้า LNG สุทธิ (Net LNG Importer) ภายในปี ค.ศ. 2032 ซึ่งจากปริมาณการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประเทศต่าง ๆ ต้องมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Receiving Terminal) เพิ่มเติม ซึ่งนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาตลาดก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคนี้ ซึ่งประเทศไทยมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคได้
ดร.คงกระพันกล่าวอีกว่า จากปัจจัยของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของแต่ละประเทศ ทำให้ผู้เล่นในตลาดสามารถร่วมมือในการจัดหา LNG เชิงกลยุทธ์ในภูมิภาค ตลอดจนร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง สร้างกลไกราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมทั้งสร้างความร่วมมือด้านเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อให้ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานที่แข่งขันในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
สำหรับงาน Gastech 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-12 กันยายน 2568 ณ สาธารณรัฐอิตาลี ภายใต้ธีม “Powering a sustainable energy future” เป็นเวทีสำคัญที่รวมตัวบุคคลสำคัญจากภาครัฐ ภาคเอกชน บริษัทพลังงานชั้นนำ นักลงทุน และนักนวัตกรรม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและผลักดันวิถีพลังงานที่ยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์และแรงกดดันต่อเป้าหมายการลดคาร์บอนทั่วโลก