สนค. เผยตัวเลขส่งออกไทยเดือนสิงหาคมมีมูลค่า 27,743 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 อยู่ที่ 5.8% แต่เป็นการขยายตัวที่ชะลอตัวลงเหตุปัจจัย ตลาดสหรัฐที่ส่งออกลดลง ผลจากการบังคับใช้ภาษี ขณะที่การนำเข้าพุ่ง ขยายตัว 15.8% เหตุนำเข้าสินค้าทุนเพื่อผลิตส่งออก เชื่อมั่นทั้งปีส่งออกไทยไม่หลุดเป้าที่ตั้ง 2-3%
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยการส่งออกของไทยในเดือนสิงหาคม 2568 พบว่า มีมูลค่า 27,743.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 อยู่ที่ 5.8% แต่เป็นการขยายตัวที่ชะลอตัวลง แต่หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 5.4% การส่งออกขยายตัวในอัตราชะลอลงมากขึ้น
หลังจากมีการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรต่างตอบแทนของสหรัฐ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ผู้นำเข้าส่วนใหญ่มีความชัดเจนขึ้นเกี่ยวกับการวางแผนจัดการความเสี่ยงด้านราคา แม้ว่าระดับสินค้าคงคลังในสหรัฐจะเริ่มมีทิศทางเพิ่มขึ้น

เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ แต่ยังคงเห็นการขยายตัวในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สินค้าเกษตรได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา อาทิ ข้าว ยางพารา และมันสำปะหลัง ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 29,707.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 15.8% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 1,964.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ ทำให้การส่งออก 8 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ 13.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 13.3% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 224,880.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 11.3% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 1,704.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป
แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ความกังวลต่อผลกระทบจากมาตรการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐผ่อนคลายลง หลังสหรัฐบรรลุการเจรจาและทำข้อตกลงการค้ากับหลายประเทศและภูมิภาค โดยกำหนดอัตราภาษีต่างตอบแทนที่ปรับลดลงจากอัตราเดิมที่เคยประกาศไว้ ในส่วนของไทยอยู่ในอัตราที่ใกล้เคียงกับหลายประเทศในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม การเร่งนำเข้าไปในช่วงก่อนหน้าและอุปสงค์ที่อ่อนแอ คาดว่าการสะสมสินค้าคงคลังเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตจะเริ่มชะลอลง แต่เป็นในรูปแบบการขยายตัวแบบชะลอตัว สถานการณ์การค้าชายแดนที่ยังคงยืดเยื้อ นโยบายเร่งการส่งออกข้าวของอินเดีย เศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผู้ส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะเร่งเดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนภารกิจและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเร่งรัดการเจรจาความตกลงฉบับต่าง ๆ
ให้แล้วเสร็จ เร่งขยายตลาดส่งออกใหม่ ๆ ขับเคลื่อนการขยายช่องทางการค้าดิจิทัลกับอาเซียน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการรับมือกับการเบี่ยงเบนเส้นทางการค้า เพื่อยังคงรักษาอัตราการเติบโตของการส่งออกให้ได้ตามเป้าหมายการทำงาน (Working Target) ที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเอาไว้ 2-3% ซึ่งมั่นใจว่าส่งออกทั้งจะไม่หลุดเป้าและการส่งออกในช่วงสี่เดือนสุดท้ายหากทำได้เฉลี่ยอยู่ที่ 24,000-24,500 เหรียญสหรัฐต่อเดือน
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
เมื่อดูมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 10.7 (YOY) หดตัวในรอบ 4 เดือน โดยสินค้าเกษตรหดตัวร้อยละ 13.6 กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน ในขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 7.2 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 26.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 20 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐ ออสเตรเลีย ลาว และญี่ปุ่น)
ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 1.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 18 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สิงคโปร์ ไอร์แลนด์ และฟิลิปปินส์) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 16.6 กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า (ขยายตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย จีน เวียดนาม และฟิลิปปินส์) กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 7.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน เกาหลีใต้ แคนาดา เมียนมา และออสเตรเลีย)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัวร้อยละ 16.9 หดตัวในรอบ 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เวียดนาม สหรัฐ ฮ่องกง และเกาหลีใต้ แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย มาเลเซีย ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย) ยางพารา หดตัวร้อยละ 27.9 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย สหรัฐ อินเดีย และสเปน แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น เวียดนาม ปากีสถาน โรมาเนีย และเนเธอร์แลนด์) ข้าว หดตัวร้อยละ 30.1 หดตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ แอฟริกาใต้ เซเนกัล อิรัก และโมซัมบิก แต่ขยายตัวในตลาดแคเมอรูน จีน มาเลเซีย ฮ่องกง และแคนาดา)
อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 10.3 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย ชิลี และแอฟริกาใต้ แต่ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย แคนาดา ลิเบีย อียิปต์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) อาหารสัตว์เลี้ยง หดตัวร้อยละ 5.6 กลับมาหดตัวในรอบ 23 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ อิตาลี ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น มาเลเซีย อินเดีย เยอรมนี และสหราชอาณาจักร)
น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 14.2 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดกัมพูชา ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย) ทั้งนี้ 8 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 1.6
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 11.2 (YOY) ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 44.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 10.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย และเวียดนาม) แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 37.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (ขยายตัวในตลาดฮ่องกง จีน ไต้หวัน มาเลเซีย และฟิลิปปินส์)
อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 24.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย ฮ่องกง สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 15.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐ เม็กซิโก สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินเดีย)
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน หดตัวร้อยละ 15.3 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดอินเดีย ลาว ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ และเบลเยียม) ผลิตภัณฑ์ยาง หดตัวร้อยละ 3.1 กลับมาหดตัวในรอบ 14 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเยอรมนี
แต่ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และเวียดนาม) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 14 กลับมาหดตัวในรอบ 14 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ ออสเตรเลีย เวียดนาม อินเดีย และไต้หวัน แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฝรั่งเศส และเกาหลีใต้)
เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 24.4 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น อินเดีย เยอรมนี และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย บราซิล ฮ่องกง เวียดนาม และแอฟริกาใต้) อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด หดตัวร้อยละ 36.9 หดตัวต่อเนื่อง 18 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐ ฮ่องกง เกาหลีใต้ สาธารณรัฐเช็ก และเม็กซิโก แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และอินเดีย) ทั้งนี้ 8 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 17.5
