สกนช.คาดปี’69 น้ำมันโลกยังทรงตัว ลุ้น ’ตรึงราคาหน้าปั๊ม‘ ของขวัญปีใหม่
กองทุนน้ำมันฯ คาดราคาน้ำมันตลาดโลกปี’69 ยังทรงตัว กรอบ 60-70 เหรียญ ด้านสภาพคล่องติดลบต่ำสุดในรอบ 3 ปี มั่นใจฟื้นเป็นบวกสิ้นปีนี้ ลุ้นต่อนโยบาย ‘ตรึงราคาหน้าปั๊ม’ เป็นของขวัญปีใหม่
นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่าปี 2568 โดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 60-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล น้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 75-85 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล น้ำมันเบนชินเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) เฉลี่ยอยู่ที่ 460-500 เหรียญสหรัฐ/ตัน

เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ความต้องการใช้เชื้อเพลิงในช่วงฤดูหนาวในต่างประเทศไม่สูงมากนัก เพราะอุณหภูมิไม่หนาวมาก ขณะที่กำลังการผลิตของกลุ่มโอเปก พลัส ที่ยังล้นตลาด ประกอบกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะกรณีอิสราเอล-อิหร่าน และความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่สงบ
อย่างไรก็ดี การดูแลราคาน้ำมันขายปลีกตามนโยบายของนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ซึ่งได้กำชับให้ดูแลราคาไม่ให้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน ทั้งแนวทางลดราคาและตรึงราคา เบื้องต้นกองทุนฯจะดูแลราคาใกล้ชิด ส่วนจะมีการลดราคาช่วงปีใหม่ 2569 เพื่อเป็นของขวัญประชาชนหรือไม่ ต้องรอนโยบายนายอรรถพล และสถานการณ์ราคาตลาดโลกอีกครั้ง จากปกติช่วงปีใหม่ผู้ค้าน้ำมันจะตรึงราคาเป็นหลัก
ทั้งนี้ สำหรับผลการดำเนินงานที่สำคัญของสำนักงานกองทุนน้ำมันฯ ในช่วงปี 2568 มีดังนี้
1.ปรับลดราคาน้ำมันดีเซล และเบนซิน ในช่วงปลายเดือนมีนาคม และต้นเดือนเมษายน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ กองทุนน้ำมันฯ ได้ลดการจัดเก็บเงินในกลุ่มน้ำมันดีเซล และเบนซิน 2 ครั้ง ครั้งละ 0.50 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 1 บาทต่อลิตร เพื่อสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน และกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์
นอกจากนี้เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชนตามนโยบาย Quick Big Win ได้มีการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ และขอความร่วมมือกับผู้ค้าเพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลดลง 1 บาทต่อลิตร และเบนซินลดลง 0.80 บาทต่อลิตร
2.ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในช่วงสงครามระหว่าง “อิสราเอล-อิหร่าน” จากเหตุการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน หรือ “สงคราม 12 วัน” กบน.มีมติปรับลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในกลุ่มน้ำมันเบนซิน และดีเซล รวม 5 ครั้งใน 1 สัปดาห์ กลุ่มน้ำมันดีเซลจากเดิมจัดเก็บอยู่ที่ 2.40 บาท/ลิตร เป็นการเข้าช่วยชดเชยอยู่ที่ 0.65 บาท/ลิตร ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลยังคงไม่เกิน 32 บาท/ลิตร
3.ปรับลดอัตราการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต กองทุนน้ำมันฯ ได้ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรองรับการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากราคาขายปลีก
โดยดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ปรับลดอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเท่ากับอัตราภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อราชการส่วนท้องถิ่น ตามมติคณะรัฐมนตรี และส่วนที่ 2 พิจารณาค่าการตลาดที่เหมาะสม เพื่อคงเสถียรภาพราคาหน้าปั๊ม
4.ตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ไม่เกิน 423 บาท/ถังขนาด 15 กิโลกรัม กองทุนน้ำมันฯ คงราคาขายปลีก LPG ไว้ที่ 423 บาท/ถังขนาด 15 กิโลกรัม ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยล่าสุดการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติถึง 2 ครั้ง เพื่อขยายระยะเวลาตรึงราคาออกไปถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน
5.การบริหารสภาพคล่อง และฟื้นฟูฐานะกองทุนน้ำมันฯ ฐานะกองทุนน้ำมันฯ มีความก้าวหน้าในการฟื้นฟูฐานะทางการเงินอย่างชัดเจน จากเดิมวันที่ 29 กันยายน 2567 ติดลบ 99,087 ล้านบาท และมีเจ้าหนี้เงินกู้ยืมอยู่ที่ 99,087 ล้านบาท
ล่าสุด ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 กองทุนน้ำมันฯ ติดลบเหลือเพียง 13,274 ล้านบาท (แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันบวก อยู่ที่ 27,965 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ อยู่ที่ 41,239 ล้านบาท) และมีหนี้เงินกู้ยืมอยู่ที่ 31,804 ล้านบาท ถือเป็นระดับ “ต่ำสุดในรอบ 3 ปี” หากสถานการณ์ไม่มีความผันผวน คาดว่ากองทุนจะมีสภาพคล่องเป็นบวกภายในสิ้นปี 2568