บีโอไออัดลอตแรก 5,000 ล้าน กระตุ้นลงทุนอุตฯใหม่-เพิ่มทักษะแรงงาน
กองทุนเพิ่มขีดความสามารถฯ ผุด 2 มาตรการกระตุ้นลงทุน ตามนโยบาย Quick Big Win อัดเงินลอตแรก 5,000 ล้าน ช่วยนักลงทุนไทยรายเดิมลงทุนอุตฯใหม่ พร้อมช่วยอบรมเพิ่มทักษะบุคลากร กรณีเอสเอ็มอีต้องจดทะเบียนกับ สสว. ทุนขั้นต่ำ 20 ล้าน เริ่มเปิดให้ยื่นขอภายใน ม.ค. 69 คาดเห็นผลภายใน 1 ปี
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2560 ซึ่งมีกองทุนเพิ่มขีดความสามารถฯ เพื่อใช้ดำเนินการตามภารกิจเริ่มต้นที่ 10,000 ล้านบาท โจทย์ของกองทุนจะเน้นไปที่การดึงการลงทุนจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีผลต่อประเทศ และเป็นความพิเศษของ พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่การเจรจากับนักลงทุนแต่ละรายจะต้องเป็นความลับ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมามีการให้เงินสนับสนุนไปแล้ว 20 โครงการ แต่ละโครงการมูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และสนับสนุนการลงทุนของกลุ่ม Deep Tech และ Startup ที่มีงานวิจัยที่สร้างประโยชน์สูงต่ออุตสาหกรรมในประเทศ
ปัจจุบันสถานะกองทุนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพิ่มเป็น 41,000 ล้านบาท โดยเพิ่มโจทย์ใหม่ นอกจากดึงการลงทุนแล้วยังต้องดีไซน์มาตรการให้ตรงกับภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางจนจบ ต้องมีเครือข่ายจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วม เพื่อกระตุ้นการลงทุนให้เกิดขึ้นโดยเร็วและต้องแข่งขันได้ในระยะยาว โดยมีเรื่องของการสร้างบุคลากรทักษะสูงให้พร้อมรองรับกับอุตสาหกรรมใหม่ที่เข้ามาลงทุนในไทย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ PCB EV แบตเตอรี่ ดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ และ AI กลุ่มนี้เป็นอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนมากและมีโอกาสเติบโตมากในอนาคต

ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ที่ประชุมได้เห็นชอบ 2 มาตรการ คือ 1.มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน วงเงิน 3,000 ล้านบาท 2.มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ วงเงิน 2,000 ล้านบาท และพร้อมขยายวงเงิน หากมีคำขอยื่นเข้ามาจำนวนมาก
โดยมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จะเน้นไปที่ผู้ประกอบการไทยรายเดิม ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีหุ้นไทยไม่น้อยกว่า 51% ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เกษตร อาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยจะสนับสนุนเงินทุนในสัดส่วน 30-50% ของเงินลงทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อบริษัท
ครอบคลุมการลงทุน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การปรับปรุงประสิทธิภาพกิจการเดิมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีดิจิทัล, การวิจัยและพัฒนา (R&D), การปรับเปลี่ยนกิจการเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมสีเขียว โดยผู้ประกอบการที่ได้บัตรส่งเสริมจากบีโอไอสามารถใช้เป็นการันตีเพื่อรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากสถาบันการเงิน
ทั้งนี้ หากเป็นผู้ประกอบการทั่วไปต้องลงทุนขั้นต่ำ 50 ล้านบาท หากเป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่ขึ้นทะเบียนในโครงการ SME ONE ID ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ต้องลงทุนขั้นต่ำ 20 ล้านบาท และต้องยื่นคำขอภายในเดือนมกราคม 2569 ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 12 เดือนนับจากวันออกบัตรส่งเสริม
“หลังจากที่เราคุยกับภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย มีนักลงทุนไทยประมาณ 50 ราย เตรียมที่จะขอมาตรการนี้ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ต้องปรับตัว ต้องลงทุนเพื่อแข่งขัน และระยะเวลาที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 1 ปี เขายอมรับว่าทำได้”
ส่วนมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ สามารถใช้ได้กับนักลงทุนรายใหม่ทุกสัญชาติ โดยจะได้สนับสนุนเงินให้กับมหาวิทยาลัย/สถาบันฝึกอบรมที่จะเป็นหน่วยงานแม่ข่าย (Node) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดฝึกอบรมและยกระดับทักษะของกำลังคนระดับ ปวส.ขึ้นไป เป้าหมายพัฒนาบุคลากร 100,000 คน รูปแบบการฝึกอบรมครอบคลุมทั้งแบบ Bootcamp, Onsite & Online Training รวมทั้งการฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ
โดยหลักสูตรจะต้องมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือองค์ความรู้ขั้นสูงที่จะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศ และต้องได้รับการรับรองโดยคณะกรรมการภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) โดยเงินสนับสนุนจะครอบคลุมค่าฝึกอบรม ค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยงระหว่างฝึกงานและค่าตอบแทนผู้ดูแลการฝึกงาน ทั้งนี้ ต้องยื่นคำขอภายในเดือน ม.ค. 2569 และต้องดำเนินการฝึกอบรมให้เสร็จภายใน 6 เดือน นับจากวันออกบัตรส่งเสริม
‘เราจะเปิดให้ยื่นคำขอกลางเดือน พ.ย. 2568 นี้ และต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายใน 6 เดือน และ 1 ปี ดังนั้นในปี 2569 เราจะเห็นผลลัพธ์ทั้งหมดเกิดขึ้นแน่นอน”
นายนฤตม์กล่าวว่า เดิมบีโอไอมีมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพของ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2560 อยู่แล้ว แต่มีเฉพาะสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถฯจะให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินทุน ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่ก็ต้องเลือกว่า จะขอเรื่องภาษีหรือจะขอเงินทุน ส่วนรายเก่าจะขอได้เฉพาะโครงการลงทุนใหม่เท่านั้น โครงการเก่าจะขอสิทธิย้อนหลังไม่ได้ ทั้งนี้ ทั้ง 2 มาตรการช่วยขับเคลื่อนการลงทุนเพื่ออนาคต ภายใต้นโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล