Skip to content

สรรหา ผอ.กองทุนน้ำมันฯส่อวืดเหตุลดสเป็ก เล็งเปิดรับสมัครใหม่รอบที่ 4

15 พ.ย. 2568 | 09:30น.
สรรหา ผอ.กองทุนน้ำมันฯส่อวืดเหตุลดสเป็ก เล็งเปิดรับสมัครใหม่รอบที่ 4

ฝุ่นตลบสรรหา ผอ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังลากยาวคาดไม่ทันปลายปี’68 อาจต้องเปิดรับสมัครใหม่รอบที่ 4 เหตุคุณสมบัติถูกปรับใหม่ ด้าน “พรชัย” ยอมรับเป็นหนึ่งในวาระเร่งด่วน จาก 4 วาระที่ต้องชง “อรรถพล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตัดสินใจ พร้อมเสนอให้เร่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ แผนวิกฤตราคาน้ำมัน ลดการจ่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ ขณะที่ฐานะกองทุนติดลบเหลือเพียง 12,895 ล้านบาท อาจพลิกเป็นบวกได้ปลายปีนี้

รายงานข่าวระบุว่า หลังจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เปิดรับสมัครผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ผอ.สกนช.) คนใหม่ไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งการสรรหา ผอ.สกนช.คนใหม่ คณะอนุกรรมการสรรหาได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัครครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่มีผู้ผ่านคุณสมบัติ ซึ่งการสรรหา ผอ.สกนช. ในรอบปัจจุบันถือเป็นครั้งที่ 3 เดิมคาดว่าจะประกาศรายชื่อได้ภายในเดือนตุลาคม 2568 และมีผู้อำนวยการคนใหม่ภายในปลายปีนี้ ล่าสุดมีแนวโน้มจะล่าช้าออกไป และอาจต้องเปิดรับสมัครใหม่อีกครั้งเป็นรอบที่ 4 เนื่องจากมีข้อทักท้วงเกี่ยวกับรายละเอียดคุณสมบัติของผู้สมัครที่ปรับเปลี่ยนจากประกาศเดิม

แหล่งข่าวกล่าวว่า ประกาศรอบล่าสุดได้ขยายเกณฑ์คุณสมบัติด้านประสบการณ์บริหาร จากเดิมที่กำหนดให้ต้องเป็นผู้บริหารระดับรองหัวหน้าสูงสุดขององค์กรหรือเทียบเท่า เพิ่มเป็นเปิดโอกาสให้ผู้อำนวยการกองหรือสำนักระดับสูงในรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานรัฐต่าง ๆ สามารถสมัครได้เพื่อให้มีผู้สมัครมากขึ้น หลังจากรอบที่ 2 มีผู้ผ่านคุณสมบัติ 2 ราย แต่ไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกทำให้ต้องกลับมาเปิดสรรหาใหม่อีกครั้ง

ซึ่งหากมีการเปิดรับสมัครสรรหาใหม่รอบ 4 จริง ก็ต้องดูว่าเงื่อนไขคุณสมบัติจะกำหนดอย่างไร หากกลับไปใช้เกณฑ์แรกจะมีผู้สมัครเข้ามากี่ราย และจะผ่านเกณฑ์อีกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการที่ยังไม่มี ผอ.คนใหม่ ไม่กระทบต่อการบริหารงานหรือการจัดทำแผนของกองทุน เนื่องจากมีคณะกรรมการดำเนินการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ระหว่างรอ ผอ.ใหม่

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า สกนช.ได้เสนอ 4 วาระเร่งด่วนต่อ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นอกจากรอประกาศการสรรหา ผอ.สกนช.แล้ว ยังมีวาระอื่น ๆ ประกอบด้วย ความจำเป็นต้องเร่งรัดการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ให้ครบถ้วนตามองค์ประกอบที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวนทั้งสิ้น 4 ราย ประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงิน 1 ราย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน 1 ราย และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารจัดการอีก 2 ราย ส่วนการแต่งตั้งประธานคณะกรรมการนั้น จะอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและสนับสนุนคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันฯ ในการกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการพิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการกองทุน เช่น มติการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อให้ความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อไป

ขณะเดียวกันจะเสนอแผนวิกฤตการด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงฉบับใหม่ปี 2568-2572 หลังจากแผนฉบับเก่าปี 2563-2567 จบลง โดยแผนใหม่นี้จะกำหนดแนวทางบริหารจัดการราคาน้ำมันและก๊าซ LPG ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งปรับนิยามวิกฤตราคาน้ำมันให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม ในส่วนของมาตรการควบคุมราคาขายปลีก กองทุนจะมีการทบทวนเพดานราคาน้ำมันดีเซลที่กำหนดไว้ที่ 30 บาทต่อลิตร และก๊าซ LPG ที่ 423 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งในช่วงรัฐบาลก่อนได้มีการเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานแล้ว แต่ไม่ผ่านการพิจารณา ปัจจุบันจึงเร่งเสนอต่อนายอรรถพลอีกครั้ง ในฐานะประธานบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)
เพื่อเสนอคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

รวมถึงเสนอให้เร่งออกประกาศและกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการลดการจ่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งขณะที่มาตรการยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ ตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2562 ที่กำหนดให้กองทุนต้องยุติการชดเชยราคาน้ำมันที่มีส่วนผสมจากพืชพลังงานทั้งกลุ่มน้ำมันแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 เป็นต้นไปนั้น กองทุนจะยังคงดำเนินการตามแผน โดยจะเข้าอุดหนุนเฉพาะกรณีเกิดภาวะวิกฤตเท่านั้น ปัจจุบันกองทุนได้เริ่มทยอยเก็บเงินเข้าบัญชีแต่ละประเภทไว้ล่วงหน้าเพื่อรองรับการดูแลในอนาคต ขณะเดียวกันในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กองทุนได้พูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการไบโอดีเซลและเอทานอลมาอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่ากลุ่มผู้ประกอบการยังสามารถนำไปใช้หรือผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้นอกจากเชื้อเพลิง ซึ่งการเรียกร้องต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับกรมธุรกิจพลังงาน มีการประสานกับกลุ่มผู้ค้าอยู่

สำหรับฐานะทางการเงินของกองทุนดีขึ้น จากติดลบอยู่ที่ 99,087 ล้านบาท ล่าสุดติดลบเหลือเพียง 12,895 ล้านบาท เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่หนี้เงินกู้ยืมลดลงเหลือเพียง 31,526 ล้านบาท จากยอดรวม 105,333 ล้านบาท หากราคาน้ำมันโลกไม่ผันผวนรุนแรง กองทุนจะกลับมาเป็นบวกได้ภายในปลายปีนี้ และชำระหนี้ทั้งหมดได้ภายในปี 2572