อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ยังไม่ชี้ขาดข้อพิพาทเหมืองทองอัครา ด้าน “คิงส์เกต” บริษัทแม่ประกาศยอมเจรจากับรัฐบาลไทยต่อ พร้อมยึดข้อตกลง TAFTA เหตุการเมืองไทยเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี ด้าน “กรมเหมืองแร่” ส่งทนายแจ้งท่าทีของฝ่ายไทยแล้ว ขณะที่แหล่งข่าวคาดคิงส์เกตอาจรอไทยยกเลิก ม.44 ก่อนถึงถอนฟ้อง
จากกรณีข้อพิพาทระหว่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด กับรัฐบาลไทย ที่ใช้คำสั่ง คสช. ม.44 ปิดเหมืองทองอัครา เมื่อปี 2560 ด้วยเหตุที่ว่ามีการรั่วซึมของสารไซยาไนด์ในบ่อเก็บกากแร่ที่ 1 สร้างผลกระทบต่อชุมชนและประชาชนรอบเหมืองทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม บริษัทคิงส์เกตจึงได้ยื่นฟ้องรัฐบาลไทยต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ
โดยอ้างว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ซึ่งข้อพิพาทดังกล่าวจะต้องมีคำตัดสินชี้ขาดในวันที่ 15 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา

นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายในกำหนดการเลื่อนการออกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ กรณีข้อพิพาทระหว่างบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด กับรัฐบาลไทย วันที่ 15 พ.ย. 2568 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ให้ทนายฝ่ายไทยแจ้งท่าทีของฝ่ายไทยไปยังคณะอนุญาโตตุลาการแล้ว
โดยยืนยันว่าได้ดำเนินการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของราชอาณาจักรไทย ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะคณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
ทั้งนี้ เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์คิงส์เกตฯ ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียและเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยระบุว่า บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (ASX:KCN) (“คิงส์เกต” หรือ “บริษัท”) ขอแจ้งให้ทราบว่าบริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเกี่ยวกับการแก้ไขข้อพิพาท TAFTA กับ ราชอาณาจักรไทย โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเอกสารเผยแพร่ฉบับก่อนหน้าของ ASX เรื่อง “TAFTA Update” ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2568
และหากย้อนกลับไปดูประกาศของวันที่ 1 ตุลาคม 2568 บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด (ASX:KCN) (“คิงส์เกต” หรือ “บริษัท”) แจ้งว่า ตามข้อตกลงร่วมกันกับราชอาณาจักรไทย ระยะเวลาการถือครองสำหรับคำตัดสิน อนุญาโตตุลาการภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (“TAFTA”) ได้รับการขยายออกไปเป็นเวลาหกสัปดาห์จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568
การขยายเวลาครั้งนี้เป็นไปตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุดของประเทศไทย รวมถึงการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คิงส์เกตฯ ยังคงมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์กับรัฐบาลไทยชุดใหม่ และยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหุ้นและบริษัท พร้อมทั้งรักษาสมดุลผลประโยชน์ของผู้ถือผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม
ซึ่งประกาศทั้ง 2 ฉบับ ลงนามโดยนายรอสส์ สมิธ-เคิร์ก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด จำกัด
รายงานข่าวระบุว่า ผลการตัดสินของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งกำหนดวันตัดสินข้อพิพาทนั้นจะต้องตัดสินคำชี้ขาดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดผลการตัดสินยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กรอบเวลาการตัดสินคำชี้ขาดยังไม่กำหนด
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวได้วิเคราะห์เรื่องนี้ว่า การที่คิงส์เกตฯ ยังไม่ยอมถอนฟ้องไทย อาจยังมีหลายสาเหตุที่ทำให้คิงส์เกตยังไม่แน่ใจกับกฎหมายของรัฐบาลไทย แม้ว่าเหมืองทองอัคราจะกลับมาเปิดดำเนินการได้แล้วกว่า 2 ปี แต่ก็มีส่วนที่ยังไม่ได้รับการพิจารณาเพิ่มเติมคือ คำขอขยายพื้นที่ขุดเหมืองให้กว้างและลึกลงไปอีก
นอกจากนี้ยังอาจเหลือเรื่องประเด็นการยกเลิกคำสั่ง ม.44 ในสมัยรัฐบาล คสช. ที่ปัจจุบันคำสั่งยังไม่มีการถูกยกเลิก อาจทำให้คิงส์เกตยังติดใจ และไม่ยอมถอนฟ้องรัฐบาลไทยอย่างที่ไทยต้องการ