กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรในมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ภาคการเกษตร พร้อมส่งเสริมแนวทางบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวอย่างเหมาะสม เพื่อลดการเผา ลดมลพิษทางอากาศ และเพิ่มประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกร
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง
เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2562 และได้ขับเคลื่อนมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และจำนวนจุดความร้อนในภาพรวมปี 2568 มีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต การปรับปรุงโครงสร้างการผลิต และการส่งเสริม
ทำเกษตรปลอดการเผาอยู่ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”
สำหรับมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษในทุกมิติทั้งการเกิดไฟในพื้นที่ป่า การเผาในพื้นที่เกษตร ฝุ่นละอองในเขตเมือง และหมอกควันข้ามแดน โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการตั้งแต่ระยะก่อนเกิดสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบ เครื่องมือ และอุปกรณ์ ให้สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูกาลวิกฤต
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจสำคัญในการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร การบริหารการเผาภายใต้ระบบ Burn Check การส่งเสริมเกษตรปลอดการเผา การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อนำไปใช้
เป็นพลังงานชีวมวล รวมถึงการร่วมกำหนดแนวทางควบคุมการนำเข้าผลผลิตการเกษตรปลอดการเผา เพื่อให้
การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในฤดูกาลผลิตปี 2569
ในส่วนของภาคการเกษตร ได้ขับเคลื่อนมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ประกอบด้วย 5 มาตรการหลัก ได้แก่
1.การจัดการไฟในพื้นที่ป่า
2.การควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร
3.การควบคุมฝุ่นละอองในเขตเมือง
4.การจัดการหมอกควันข้ามแดน
5.การบริหารจัดการภาพรวม
รวมถึงได้กำหนดช่วงควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2569 เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ต่อสุขภาพของประชาชนกรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเผาในช่วงเวลาดังกล่าว เนื่องจากผู้ฝ่าฝืนจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าร่วมโครงการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรทุกโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2571 ไม่ว่าจะเป็นการเผาด้วยตนเองใช้ให้ผู้อื่นเผา หรือเกิดการเผาในพื้นที่ที่มีสิทธิครอบครองหรือใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ ยกเว้นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร
ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมการเกษตรยังคงส่งเสริมการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง อาทิ การไถกลบเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน การทำปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรีย์ การนำฟางไปใช้เลี้ยงสัตว์
และการสร้างรายได้จากการจำหน่ายเศษวัสดุชีวมวล ซึ่งที่ผ่านมา สามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์แล้ว 29.7 ล้านตัน จากทั้งหมด 48.6 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 61 สร้างมูลค่ากว่า 3.3 พันล้านบาทช่วยลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม