เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,650 บาท
กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Economic กทพ.ปรับลดวงเงินการเติมเงิน Easy Pass ขั้นต่ำเริ่มต้น 100 บาท ผ่าน App EXAT Portal ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
World คว้าโอกาสประชุมการเงินโลก
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
Finance FETCO ลุ้นฟันด์โฟลว์ไหลกลับ SET ต่างชาติแค่ขายทำกำไร-ดัชนีเชื่อมั่นยัง ‘ร้อนแรงมาก’
ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
Finance ประกันผ่อนปรนชำระเบี้ย ระดมมาตรการช่วยลูกค้าน้ำท่วม
ยุค AI เมื่อข้อมูลมากขึ้น ‘รายงานได้ดี’ อาจยังไม่พอ
SD Talk ยุค AI เมื่อข้อมูลมากขึ้น ‘รายงานได้ดี’ อาจยังไม่พอ
การเคหะผุด ‘บ้านเช่า’ 4 ทำเล เสิร์ฟ ‘เฟิรสต์จ็อบเบอร์’ – ผู้มีรายได้น้อย
Real Estate การเคหะผุด ‘บ้านเช่า’ 4 ทำเล เสิร์ฟ ‘เฟิรสต์จ็อบเบอร์’ – ผู้มีรายได้น้อย
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลัง IEA มีมติเร่งระบายน้ำมันออกจากคลังสำรอง
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลัง IEA มีมติเร่งระบายน้ำมันออกจากคลังสำรอง
ถนนทุกสายมุ่งสู่ ‘ภูเก็ต’ แสนสิริ x SCB ร่วมกินเจพลังศรัทธา เมืองเทศกาลโลก
SD ถนนทุกสายมุ่งสู่ ‘ภูเก็ต’ แสนสิริ x SCB ร่วมกินเจพลังศรัทธา เมืองเทศกาลโลก
ดูทั้งหมด

Black & Veatch มองไทย ดึงดูดเงินลงทุน ตปท.ไม่น้อยหน้าคู่แข่ง

10 ก.พ. 2569 | 11:22น.
เจริน ราจ
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

นักลงทุนต่างสะท้อนมุมมองและบอกถึงสาเหตุของการเลือกมาลงทุนประเทศไทย เพราะความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “นายเจริน ราจ” กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอินเดีย บริษัท แบล็ค แอนด์ วิชช์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้พัฒนาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย

โครงการแรกโรงไฟฟ้ายันฮี

Black & Veatch ก่อตั้งขึ้นในปี 1915 ที่สหรัฐอเมริกา มีประสบการณ์กว่า 100 ปีในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำ และมากกว่า 80 ปีในอุตสาหกรรมกระบวนการ เช่น LNG ไฮโดรเจน และแอมโมเนีย โดยเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยปี 1967 หรือเมื่อ 60 ปีก่อน ให้บริการตั้งแต่การเป็นที่ปรึกษา ศึกษาความเป็นไปได้ การวิเคราะห์ด้านการเงินและเทคนิค การตรวจสอบสถานะ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงการปลดระวางระบบในไทย

ปัจจุบันเราให้บริการกับผู้ผลิตไฟฟ้าและหน่วยงานสาธารณูปโภค เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) Gulf และ IPPs ในภูมิภาค Petronas, Exxon, Chevron ลูกค้าเรายังมีที่เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและดาต้าเซ็นเตอร์ องค์กรเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม และสถาบันการเงิน

โครงการแรกของ Black & Veatch ในประเทศไทย เราออกแบบโรงไฟฟ้าขนาด 200 เมกะวัตต์ ให้กับการไฟฟ้ายันฮี (Yanhee Electricity Authority) (ผู้ก่อสร้างเขื่อนยันฮี ซึ่งปัจจุบันคือเขื่อนภูมิพล) ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศเป็นสองเท่า ต่อมาก็โรงไฟฟ้าบางปะกง (EPC) ขยายไปโครงการพลังงานแสงอาทิตย์หลายแห่ง ตอนนี้เราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยไปแล้ว มีทีมผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นกว่า 250 คน

เราเชี่ยวชาญใน 4 กลุ่มธุรกิจ กลุ่มแรกคือ ด้านพลังงานถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งดั้งเดิม กลุ่มที่สองคือ เชื้อเพลิงและทรัพยากรธรรมชาติ เราได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อย่างเทคโนโลยี Floating LNG (FLNG) โครงการไฮโดรเจนและแอมโมเนีย

กลุ่มที่สามคือ โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี เชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ครอบคลุมโครงข่ายไฟฟ้า สถานีไฟฟ้าย่อย ระบบส่งไฟฟ้า รวมถึงดาต้าเซ็นเตอร์ ไมโครกริด และระบบพลังงาน กลุ่มสุดท้ายคือระบบน้ำสำหรับภาครัฐและอุตสาหกรรม ตั้งแต่ระบบผลิตน้ำดื่ม การจัดการน้ำเสีย การแยกเกลือออกจากน้ำทะเล (Desalination) ทั้ง 4 ด้านนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เราสามารถให้บริการโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานแบบครบวงจรระยะยาวให้กับลูกค้าได้

พร้อมลุยพลังงานสะอาดในไทย

ความต้องการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Combined Cycle Power Plant) ยังคงเป็นกลุ่มที่เติบโตสูง หลายโครงการกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการตัดสินใจลงทุน สะท้อนความต้องการพลังงานฐาน (Baseload) ที่มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ที่ตั้งเป้าเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในแผน PDP ส่งผลให้เกิดโอกาสในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โครงสร้างพื้นฐาน LNG จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เนื่องจากการเข้าถึงก๊าซธรรมชาติอย่างมั่นคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายกำลังผลิตไฟฟ้า ทั้งหมดนี้คือแนวโน้มการเติบโตที่สนับสนุนงานเรา

สำหรับประเทศไทย แนวโน้มที่เห็นได้ชัดคือ การเติบโตของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความต้องการไฟฟ้า ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยยังกำหนดนโยบายและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนในภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเราในการขยายธุรกิจ

ปี 2026 หากประเมินในภาพรวม คาดว่าจะมีโครงการในประเทศไทย 4-5 โครงการที่มีแนวโน้มจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยหลายโครงการยังอยู่ในขั้นตอนที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การศึกษาความเป็นไปได้ ไปจนถึงขั้นตอนการออกแบบวิศวกรรมและการวางแผนเชิงลึก

ที่ผ่านมา เรามีผลงานด้านโครงการพลังงานในประเทศไทยรวมมากกว่า 20 จิกะวัตต์ และได้ร่วมงานกับผู้เล่นหลักในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับ กฟผ. ซึ่งเราได้ร่วมดำเนินโครงการมากกว่า 125 โครงการ และประเทศไทยยังคงเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับ Black & Veatch

เป้าพลังงานสีเขียวไทยโดดเด่น

กรณีที่บริษัทหลายแห่งมีการลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยนั้น Black & Veatch มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับผู้พัฒนาและผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ชั้นนำระดับโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา ภูมิภาคเอเชีย และตลาดนานาชาติอื่น ๆ เราให้บริการลูกค้าในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ไทย อินเดีย หรือมาเลเซีย โดยครอบคลุมตั้งแต่การประเมินพื้นที่ การวางแผนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การออกแบบทางวิศวกรรม ไปจนถึงการบริหารจัดการและส่งมอบโครงการ ด้วยประสบการณ์ในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก เราพร้อมสนับสนุนลูกค้าในการพัฒนาโครงการอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในทุกภูมิภาคที่เราดำเนินงานอยู่

ประเด็นที่ว่าจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าแบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มสูงขึ้น ประเทศไทยจะสามารถรองรับความต้องการนี้ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างไร ยอมรับว่านี่ถือเป็นความท้าทายที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ ซึ่งอยู่ที่บทบาทของนโยบายภาครัฐ ซึ่งประเทศไทยมีทิศทางที่ค่อนข้างชัดเจน และสนับสนุนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

การสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าให้สามารถรองรับการใช้งานของดาต้าเซ็นเตอร์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเป้าหมายตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ที่ค่อนข้างสูง โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็นประมาณ 51% ภายในปี 2037 ซึ่งถือว่าสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค การบริหารสัดส่วนแหล่งพลังงาน (Energy Mix) ทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดในภูมิภาคอย่างเหมาะสม

ชี้จุดแข็งดึงดูดการลงทุน

ขณะนี้นโยบายต่าง ๆ จากภาครัฐกำลังดำเนินไปในทิศทางที่เหมาะสม โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาระบบพลังงานและการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ เราเห็นความคืบหน้าในเชิงบวกเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้ามีความน่าเชื่อถือ และส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตลาดไทยยังมีเสถียรภาพสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน โดยเสถียรภาพดังกล่าวถือเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย และเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงดูดการลงทุนระยะยาว ซึ่งควรรักษาและต่อยอดให้เกิดความต่อเนื่องในอนาคต

นั่นหมายถึงประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจและเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนประชากรราว 70 ล้านคน จึงถือเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความต้องการในระยะยาว ประเทศไทยยังมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มั่นคง พร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีความน่าเชื่อถือในระดับที่ดี และระบบนิเวศโดยรวมเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจด้วยความคาดการณ์ได้และมีเสถียรภาพ

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ในการตัดสินใจลงทุน จึงเชื่อว่านี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้หลายบริษัทขนาดใหญ่ให้ความสนใจประเทศไทย