คลังชี้ผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยื่นอุทธรณ์ได้ 4 ช่องทาง ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันประกาศผล 17-31 ก.ค. นี้
กระทรวงการคลังเปิดเผยวิธียื่นอุทธรณ์ กรณีผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ และต้องการให้ตรวจสอบข้อมูลใหม่ สามารถยื่นอุทธรณ์ผลการตรวจสอบได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค. 69 หรือภายใน 15 วัน หลังจากวันที่ประกาศผล (15 ก.ค.) ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่
- แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)
- แอปพลิเคชั่นทางรัฐ (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)
- เว็บไซต์โครงการ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th (ผู้ลงทะเบียนสามารถกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล” จากระบบได้ทันที)
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคาร และแต่ละสาขา) โดยขอให้ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์อุทธรณ์ เพื่อที่ธนาคารจะกดปุ่ม “ยื่นขออุทธรณ์ผล”
ทั้งนี้จะต้องไปแก้ไขข้อมูลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่หน่วยตรวจสอบคุณสมบัติตามที่ได้รับแจ้งให้ครบทุกเกณฑ์ ภายในวันที่ 16 ส.ค. 69 และกระทรวงการคลังจะประกาศผลการยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวในวันที่ 14 ก.ย. 69 ซึ่งผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์สามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล และใช้สิทธิสวัสดิการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป
กรณีที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ หากเคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน ไม่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) เนื่องจากโครงการมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว หากไม่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน สามารถดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร หรือแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. เป็นต้นไป แต่หากล่าช้ากว่านั้นก็จะได้รับสิทธิเมื่อมีการยืนยันตัวตน
อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม สามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 4-21 มิ.ย. 69 ผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง, แอปพลิเคชั่นทางรัฐ, เว็บไซต์หลักของโครงการ คือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th, ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)
นอกจากนี้ ผู้ลงทะเบียนสามารถมอบอำนาจได้ในเฉพาะขั้นตอนการลงทะเบียนเท่านั้น โดยกลุ่มคนที่สามารถมอบอำนาจได้ ได้แก่ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะต้องมีเอกสาร ดังนี้
- หนังสือมอบอำนาจ (สำหรับผู้ลงทะเบียนที่เป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง) ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของโครงการ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียน (ผู้มอบอำนาจ) พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ พร้อมลงลายมือชื่อสำเนาถูกต้อง
- สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) หรือใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)