DEFA
กรมเจรจาฯเผยอาเซียนสรุปผลเจรจา DEFA แล้ว เตรียมขัดเกลาถ้อยคำกฎหมาย ก่อนลงนามพฤศจิกายน 2569 ที่ฟิลิปปินส์ คาดมีผลบังคับใช้กลางปี 2570 ชี้เป็นเกมเชนเจอร์ยกระดับอาเซียนสู่ตลาดดิจิทัลไร้รอยต่อ ดันมูลค่าการค้าดิจิทัลแตะ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อาเซียนสามารถสรุปผลการเจรจา“กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน” หรือ ASEAN Digital Economy Framework Agreement : DEFA ได้แล้ว ในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน หรือ SEOM ครั้งที่ 2/57 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกอาเซียนจะเข้าสู่กระบวนการขัดเกลาถ้อยคำทางกฎหมาย หรือ Legal Scrubbing ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงนามความตกลง DEFA ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน หรือ ASEAN Summit ณ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และคาดว่าความตกลงดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับในช่วงกลางปี 2570
“DEFA ถือเป็นหนึ่งในความตกลงสำคัญของอาเซียนในยุคที่เศรษฐกิจโลกกำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การค้าออนไลน์ ข้อมูลข้ามพรมแดน ระบบชำระเงินดิจิทัล และนวัตกรรมใหม่ ๆ ”
นางสาวโชติมากล่าวว่า จุดสำคัญของ DEFA คือ การกำหนดกฎเกณฑ์ร่วมกันสำหรับกิจกรรมด้านการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยไม่มีการเจรจาเรื่องการเปิดตลาดระหว่างกัน แต่จะมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าดิจิทัล ทำให้ระบบของแต่ละประเทศเชื่อมโยงกันได้ดีขึ้น ลดอุปสรรคจากกฎระเบียบที่แตกต่างกัน และเพิ่มความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้บริโภค
กรอบการเจรจา DEFA กำหนดองค์ประกอบสำคัญไว้ 9 ด้าน ได้แก่ 1.การค้าดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าข้ามพรมแดน และสร้างประสบการณ์ทางการค้าที่ไร้รอยต่อผ่านเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ 2.พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมสำหรับสินค้าและบริการดิจิทัล 3.การชำระเงินและใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ 4.การยืนยันและพิสูจน์ตัวตนทางดิจิทัล 5.ความปลอดภัยออนไลน์และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 6.การส่งผ่านข้อมูลข้ามพรมแดนและการคุ้มครองข้อมูล 7.นโยบายด้านการแข่งขัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค 8.ความร่วมมือในประเด็นอุบัติใหม่ เพื่อให้ประเทศสมาชิกมีกลไกความร่วมมือด้านมาตรฐานและกฎระเบียบที่เท่าทันนวัตกรรมใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และ 9.การเคลื่อนย้ายบุคคลที่มีความสามารถและความร่วมมือ เพื่ออำนวยความสะดวกการเคลื่อนย้ายบุคลากรด้านดิจิทัล
ทั้งนี้ ในภาพรวมระดับภูมิภาค งานศึกษาของ Boston Consulting Group ประเมินว่า เมื่อ DEFA มีผลบังคับใช้จะสามารถผลักดันมูลค่าการค้าดิจิทัลของอาเซียนให้เพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคได้เกือบ 30% ภายในช่วงเวลาเดียวกัน
นางสาวโชติมากล่าวว่า สำหรับประเทศไทย DEFA จะสร้างประโยชน์สำคัญอย่างน้อย 2 ด้าน ได้แก่ ด้านแรกคือ การแสดงบทบาทความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลในระดับภูมิภาค ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ไทย และส่งสัญญาณเชิงบวกต่อประเทศคู่ค้าและนักลงทุนทั่วโลก ว่าไทยมีความพร้อมรองรับการลงทุน การค้า และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในอนาคต ด้านที่สอง DEFA จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมจุดแข็งของไทย เนื่องจากไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบด้านดิจิทัลในระดับหนึ่ง จึงสามารถใช้ความตกลงนี้เป็นแรงผลักดันให้ไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนในระยะต่อไป