เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุดรฯ รับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เศรษฐกิจภูมิภาค อุดรฯ รับ 2 งานยักษ์ ‘ครม.สัญจร-พืชสวนโลก’ โชว์ศักยภาพเมืองอีสาน
เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
Economic เอ็มดีใหม่โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ‘สุรเชษฐ์ รัตนาประเสริฐ’ ชู 3 มาตรฐานขับเคลื่อนองค์กร
เปิดทางเงินไหลเข้าหุ้นไทย! หลัง MSCI เล็งถอดอินโดฯ พ้นตลาดเกิดใหม่
Finance เปิดทางเงินไหลเข้าหุ้นไทย! หลัง MSCI เล็งถอดอินโดฯ พ้นตลาดเกิดใหม่
ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
Biz Movement ทรู ชู AI Platform Enabler เปลี่ยนผ่าน Digital สู่ AI Economy
เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
Economic เชลล์คว้า ‘สุดยอดห้องน้ำแห่งปี’ กทม.ยกให้ปั๊มเขตคลองสามวา
อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
Business อีซี่แอร์ไลน์ปักหมุดอู่ตะเภา ชู Regional Air เชื่อมภูมิภาค
วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69  ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
Uncategorized วัดมหาธาตุฯ จัดงานวันมหาสุรสิงหนาท 3 พย.69 ชวนฟัง ‘รฤกวังหน้า’
SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
Finance SCB EIC ห่วงหนี้ครัวเรือนลดแค่ตัวเลข แบงก์กู้ยาก-โรงรับจำนำโตสวน
ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 66,900 บาท
เปิดแผนเปลี่ยนผ่านลำปาง ดันเศรษฐกิจสีเขียว พลิกวิกฤตแม่เมาะ
Economic เปิดแผนเปลี่ยนผ่านลำปาง ดันเศรษฐกิจสีเขียว พลิกวิกฤตแม่เมาะ
ดูทั้งหมด

นักเศรษฐศาสตร์ชี้ ASEAN+3 อาจโตต่ำสุดในรอบ 4 ปี หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

07 เม.ย. 2569 | 17:16น.

สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 เผยแพร่รายงาน โดยวิเคราะห์ฉากทัศน์ เศรษฐกิจของภูมิภาค ซึ่งหากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ การเติบโตปี 2026 อาจชะลอตัวเหลือ 3.7% และอัตราเงินเฟ้ออาจสูงขึ้นเกิน 2% ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่อ่อนแอที่สุดตั้งแต่ปี 2022 ปัจจัยจากราคาน้ำมัน

นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office: AMRO) ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ เตือนว่า ในปี 2026 การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียน+3 ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มประเทศอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อาจลดลงสู่ระดับอ่อนแอที่สุด นับตั้งแต่ปี 2022 หากสงครามอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป

AMRO เผยแพร่รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2026 โดยคาดการณ์ว่า กรณีสงครามไม่ยืดเยื้อ ในปี 2026 การเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มอาเซียน+3 จะขยายตัว 4.0% ลดลงจาก 4.3% ในปี 2025 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากมาตรการภาษีการค้าของสหรัฐและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และสำหรับเงินเฟ้อ AMRO คาดการณ์ว่า ปี 2026 อัตราเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศอาเซียน+3 จะอยู่ที่ 1.4% เพิ่มขึ้นจาก 0.9% ในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นและการปรับลดการอุดหนุน

แต่หากสงครามยืดเยื้อ ดง เหอ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMRO คาดการณ์ว่า การเติบโตอาจอ่อนแอลงอีก โดยระบุว่า ดุลความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจเอนเอียงไปทางด้านลบ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีก โดยที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปจนถึงสิ้นปี

“การวิเคราะห์ฉากทัศน์ของ AMRO ในกรณีสงครามยืดเยื้อ ชี้ให้เห็นว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2026 อาจชะลอตัวลงเหลือ 3.7% และอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นเกิน 2% ซึ่งเป็นระดับการเติบโตที่อ่อนแอที่สุด และเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุด ตามลำดับ นับตั้งแต่ปี 2022” ดง เหอ กล่าว โดยในปี 2022 ที่กล่าวถึง เป็นช่วงเวลาที่โลกกำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 ซึ่งตามข้อมูลของ AMRO กลุ่ม ASEAN+3 มีการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.2%

ดง เหอ ยังอธิบายถึงผลกระทบต่อแต่ละประเทศ โดยระบุว่า สามประเทศคู่เจรจาของอาเซียน มีความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมากกว่าประเทศสมาชิกอาเซียน โดยชี้ให้เห็นว่า ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียอย่างมาก

“ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ต่างถือครองคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ในปริมาณมหาศาล ซึ่งช่วยเป็นกันชนระยะสั้นต่อการขาดแคลนน้ำมัน แต่คลังสำรองเหล่านี้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงในระยะยาวได้อย่างเต็มที่” ดง เหอ กล่าว และระบุว่า จีนได้รับน้ำมันดิบประมาณครึ่งหนึ่งผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ และยังมีตัวเลือกทางบก แต่ไม่สามารถทดแทนได้อย่างเพียงพอ

ดง เหอ กล่าวว่า สำหรับสมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิหรือบริโภคมากกว่าที่ผลิตเองได้ จนต้องพึ่งพาจากต่างประเทศ เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ต้องเผชิญกับผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนเชื้อเพลิง การขนส่ง และการผลิตมากที่สุด ในขณะที่ประเทศที่มีการอุดหนุนเชื้อเพลิงหรือมีการกำหนดราคาโดยรัฐบาล จะต้องเผชิญกับต้นทุนทางการคลังที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากช่องว่างระหว่างราคาตลาดและราคาที่ถูกควบคุมนั้นกว้างขึ้น

“มุมมองของเราคือ การแทรกแซงทางการคลังควรมีเป้าหมายไปที่ครัวเรือนที่เปราะบางและภาคส่วนที่สำคัญ ผ่านมาตรการที่โปร่งใสและมีกำหนดเวลา แทนที่จะเป็นการอุดหนุนในวงกว้าง ซึ่งจะบิดเบือนสัญญาณราคา และกินพื้นที่งบประมาณการคลังที่อาจจำเป็นต้องใช้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ AMRO กล่าว

อย่างไรก็ตาม ดง เหอ กล่าวเสริมว่า ภูมิภาคนี้ยังคงมีความแข็งแกร่งอยู่ โดยชี้ให้เห็นว่า ‘ความเข้มข้นของการใช้พลังงานในภูมิภาค’ ลดลงราว 20-30% นับตั้งแต่ปี 2000 โดยพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนราว 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งทั้งหมดในอาเซียน และกว่าครึ่งอยู่ในจีน รวมถึงการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาราคาน้ำมันในภาคขนส่ง

ดง เหอ ยังกล่าวเสริมว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป 0.9% ในปี 2025 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวมาก โดยธนาคารกลางต่าง ๆ มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะรองรับผลกระทบที่เกิดจากภาวะราคาช็อกเนื่องจากปัญหาด้านอุปทาน โดยไม่ถูกบีบให้ต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ที่อาจส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ตามฉากทัศน์พื้นฐานของ AMRO โดยรวมแล้ว ประเทศที่คาดว่าจะมีการเติบโตช้าลงอย่างเห็นได้ชัดในปี 2026 ได้แก่ จีน (4.5%) ญี่ปุ่น (0.7%) มาเลเซีย (4.6%) สิงคโปร์ (3.4%) ไทย (1.7%) และเวียดนาม (7.4%)

ในทางกลับกัน การเติบโตของเกาหลีใต้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.8% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม และ ดง เหอ ยังระบุว่า ในปีนี้การลงทุนด้านเทคโนโลยีอาจเป็นปัจจัยบวกสำหรับภูมิภาค

“หากผลประโยชน์จากการใช้งานเอไอ ปรากฎให้เห็นชัดขึ้นในวงกว้าง วงจรการลงทุนอาจดีขึ้นไปอีก ส่งผลให้การเติบโตของ ASEAN+3 เพิ่มขึ้นเป็น 4.6% หรือสูงกว่านั้น ตามฉากทัศน์ที่ดีที่สุด” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กล่าว