เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สมาคมเหล็กทรงยาว ค้านร่าง มอก.ใหม่ ยังเปิดช่องเตา IF ผลิตเหล็กเส้น

15 มิ.ย. 2569 | 14:46น.
เหล็ก

เหล็ก

สมาคมการค้าเหล็กทรงยาว ค้านร่าง มอก. เหล็กเส้นก่อสร้างฉบับใหม่ ยังเปิดช่องให้ใช้เทคโนโลยีเตา IF เหมือนเดิม ขณะที่ “วราวุธ” รมว.อุตสาหกรรม ขอเวลาให้ผู้ประกอบการปรับตัว ประกาศพร้อมยกระดับอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่กระบวนการผลิตด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า EF

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งให้ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด กลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้งเมื่อต้นเดือมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดความกังวลของผู้ประกอบการเหล็กและผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากบริษัทดังกล่าวยังไม่สามารถทำให้ผู้บริโภคคลายกังวลถึงปลอดภัยของคุณภาพเหล็ก แม้ว่าในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2568 ที่ส่งผลให้อาคารตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มนั้นไม่ได้มีสามารถมาจากเหล็กของบริษัทดังกล่าวก็ตาม แต่ผู้บริโภคยังคงเชื่อว่าแม้จะไม่ใช่สาเหตุหลักของการถล่มแต่เหล็กที่นำไปตรวจก็ตกมาตรฐาน จึงทำให้ยังคงกังวลกับกระบวนการผลิตของเหล็กในลอตถัดไปที่จะออกสู่ท้องตลาด

ในขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากเตา IF มาเป็น EF

ทางด้านสมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯสนับสนุนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่เตรียมพิจารณายกเลิกการใช้เตาหลอมด้วยกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (Induction Furnace : IF) ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้าง และผลักดันให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนสู่กระบวนการผลิตด้วยเตาอาร์กไฟฟ้า (Electric Arc Furnace : EAF) ควบคู่กับกระบวนการปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง (Refining Process) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมเหล็กไทย

สำหรับปัญหาการผลิตเหล็กเส้นด้วยระบบ IF ที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็กอย่างเหมาะสม เป็นประเด็นที่สะสมมายาวนานกว่า 10 ปี และอาจเป็นความเสี่ยงต่อคุณภาพเหล็กและความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารในระยะยาว จึงเห็นด้วยกับแนวทางของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องการปิดช่องโหว่ดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลอย่างจริงจัง

ขณะเดียวกัน สมาคมฯแสดงความกังวลต่อความพยายามผลักดันร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เหล็กเส้นก่อสร้างฉบับใหม่ ที่ยังเปิดช่องให้ใช้เทคโนโลยีเตา IF ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างต่อไป โดยมองว่าหากร่างดังกล่าวได้รับการอนุมัติ จะเป็นการขัดกับนโยบายยกระดับความปลอดภัยของภาครัฐ และอาจทำให้อุตสาหกรรมเหล็กไทยขาดแรงจูงใจในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล

แม้มาตรฐาน มอก. 20-2559 และ มอก. 24-2559 จะไม่ได้ระบุให้ติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace : LF) โดยตรง แต่มีข้อกำหนดชัดเจนให้ผู้ผลิตต้องมีกระบวนการทำน้ำเหล็กบริสุทธิ์ สามารถลดปริมาณฟอสฟอรัส ซัลเฟอร์ และกำจัดสารฝังในเนื้อเหล็กได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในทางโลหะวิทยาถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยกระบวนการปรุงน้ำเหล็กเพื่อควบคุมคุณภาพอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การอ้างว่าเตา IF สามารถผลิตเหล็กสแตนเลสหรือเหล็กพิเศษคุณภาพสูงได้ ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างในประเทศไทยได้ เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็กพิเศษใช้วัตถุดิบบริสุทธิ์คุณภาพสูงตั้งแต่ต้นทาง ขณะที่การผลิตเหล็กเส้นส่วนใหญ่ใช้เศษเหล็กรีไซเคิลที่มีสิ่งปนเปื้อนจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการกำจัดสิ่งเจือปนและควบคุมคุณภาพเพิ่มเติม

สมาคมฯเห็นว่าการประเมินคุณภาพเหล็กจากผลทดสอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากสารมลทินหรือฟองอากาศที่แทรกอยู่ในเนื้อเหล็กอาจไม่แสดงผลในระยะสั้น แต่สามารถส่งผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้างเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความล้าของวัสดุ (Fatigue) หรือการแตกหักแบบเปราะ (Brittle Failure)

ซึ่งผลการศึกษาของ South East Asia Iron and Steel Institute (SEAISI) ปี 2025 พบว่า เหล็กเส้นที่ผลิตจากกระบวนการ IF มีอัตราการแตกหักระหว่างการทดสอบแรงกระแทกสูงกว่าเทคโนโลยีการผลิตประเภทอื่น รวมถึงมีบางส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านส่วนผสมทางเคมี

โดยหลายประเทศได้ยกระดับมาตรฐานการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างแล้ว โดยญี่ปุ่นไม่มีการใช้เทคโนโลยี IF สำหรับการผลิตเหล็กเส้นโครงสร้าง ขณะที่จีนได้ประกาศยกเลิกและห้ามใช้เตา IF ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างตั้งแต่ปี 2561 เพื่อยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ สมาคมฯเสนอให้ภาครัฐกำหนดมาตรการจำกัดการใช้เหล็กจากเตา IF ที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก โดยห้ามนำไปใช้ในอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ และโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ รวมถึงกำหนดให้โรงงานผลิตเหล็กเส้นทุกแห่งต้องติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็ก LF เป็นเงื่อนไขภาคบังคับในการขอและต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มอก. เหล็กเส้น