หอการค้าไทยเข้าพบ “เอกนัฎ” รมว.พลังงาน เสนอ 6 แนวทางปฏิรูปพลังงาน ตั้ง กรอ.พลังงาน ดัน Solar คนละครึ่ง Plus-Solar for All หนุน Smart Solar Farming เร่ง Net Billing-ลดหย่อนภาษี Solar Rooftop เปิดทาง TPA-Direct PPA รับ Data Center-AI Infrastructure พร้อมผลักดัน E20 เป็นน้ำมันมาตรฐาน และใช้ใบอ้อย-กากอ้อยผลิตไฟฟ้าชีวมวล ลดต้นทุนประชาชน-ภาคธุรกิจ หนุนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายพิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการพลังงาน นำคณะกรรมการสายงานความยั่งยืน เข้าพบนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและนำเสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานของประเทศ
การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ลดภาระต้นทุนด้านพลังงานให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
ดร.พจน์กล่าวว่า พลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การดึงดูดการลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางการค้า และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ
ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างพลังงานให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
สำหรับข้อเสนอของหอการค้าไทยต่อการปฏิรูปพลังงานของประเทศ ประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญ ได้แก่
- การจัดตั้ง “คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน” หรือ กรอ.พลังงาน เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการกำหนดทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการพัฒนาพลังงานรูปแบบใหม่
- การขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาดและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยผลักดันโครงการ “Solar คนละครึ่ง Plus” เพื่อสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ในภาคครัวเรือน ผ่านการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและประชาชน พร้อมจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ควบคู่กับการส่งเสริมแนวคิด Solar for All และโซลาร์เซลล์ชุมชน เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงพลังงานสะอาดสู่ชุมชน พื้นที่ห่างไกล และภาคเกษตรกรรม
- การยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยพลังงานสะอาด ผ่านการส่งเสริม Smart Solar Farming เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงและเกษตรสีเขียว ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากในอนาคต
- การสนับสนุนผู้ประกอบการ MSMEs และการลงทุนพลังงานสะอาด โดยเสนอให้เร่งผลักดันระบบ Net Billing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการไฟฟ้าส่วนเกินจาก Solar Rooftop และขยายมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดระยะเวลาคืนทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
- การขับเคลื่อน Energy Transition เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยส่งเสริมตลาดพลังงานเสรี เปิดให้มี Third Party Access หรือ TPA และ Direct Power Purchase Agreement หรือ Direct PPA เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Infrastructure ซึ่งต้องการพลังงานสะอาดในปริมาณสูง และเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
- การสนับสนุนพลังงานทดแทน โดยเสนอให้ผลักดัน E20 เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์มาตรฐานของประเทศ รวมถึงส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากชีวมวล โดยเฉพาะใบอ้อยและกากอ้อย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ภาคการเกษตร ลดปัญหาการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
ดร.พจน์กล่าวว่า การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยในระยะยาว
“พลังงานเป็นต้นทุนสำคัญของประชาชนและภาคธุรกิจ การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยในระยะยาว” ดร.พจน์กล่าว
ด้านนายเอกนัฎกล่าวว่า เห็นด้วยกับความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผ่านกลไก กรอ.พลังงาน รวมถึงข้อเสนอของหอการค้าไทย โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน หรือ Energy Security
พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานเห็นถึงโอกาสความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการบริหารจัดการและรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ
นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้มีการส่งเสริมการนำมันสำปะหลัง ใบอ้อย และกากอ้อย มาใช้ผลิตไฟฟ้าชีวมวล หรือ Biomass เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ลดต้นทุนให้ประชาชนและเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ