เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เอกชนเสนอ “กรอ.พลังงาน” ดัน Solar คนละครึ่ง Plus-Direct PPA

15 มิ.ย. 2569 | 17:03น.

หอการค้าไทยเข้าพบ “เอกนัฎ” รมว.พลังงาน เสนอ 6 แนวทางปฏิรูปพลังงาน ตั้ง กรอ.พลังงาน ดัน Solar คนละครึ่ง Plus-Solar for All หนุน Smart Solar Farming เร่ง Net Billing-ลดหย่อนภาษี Solar Rooftop เปิดทาง TPA-Direct PPA รับ Data Center-AI Infrastructure พร้อมผลักดัน E20 เป็นน้ำมันมาตรฐาน และใช้ใบอ้อย-กากอ้อยผลิตไฟฟ้าชีวมวล ลดต้นทุนประชาชน-ภาคธุรกิจ หนุนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายพิชัย จิราธิวัฒน์ รองประธานกรรมการ และประธานคณะกรรมการพลังงาน นำคณะกรรมการสายงานความยั่งยืน เข้าพบนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและนำเสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานของประเทศ

การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ลดภาระต้นทุนด้านพลังงานให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

ดร.พจน์กล่าวว่า พลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ การดึงดูดการลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เผชิญความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางการค้า และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ

ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างพลังงานให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับข้อเสนอของหอการค้าไทยต่อการปฏิรูปพลังงานของประเทศ ประกอบด้วย 6 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. การจัดตั้ง “คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านพลังงาน” หรือ กรอ.พลังงาน เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการกำหนดทิศทางนโยบายพลังงานของประเทศอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการพัฒนาพลังงานรูปแบบใหม่
  2. การขยายการเข้าถึงพลังงานสะอาดและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยผลักดันโครงการ “Solar คนละครึ่ง Plus” เพื่อสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop ในภาคครัวเรือน ผ่านการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและประชาชน พร้อมจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ ควบคู่กับการส่งเสริมแนวคิด Solar for All และโซลาร์เซลล์ชุมชน เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงพลังงานสะอาดสู่ชุมชน พื้นที่ห่างไกล และภาคเกษตรกรรม
  3. การยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยพลังงานสะอาด ผ่านการส่งเสริม Smart Solar Farming เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการพัฒนาเกษตรมูลค่าสูงและเกษตรสีเขียว ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากในอนาคต
  4. การสนับสนุนผู้ประกอบการ MSMEs และการลงทุนพลังงานสะอาด โดยเสนอให้เร่งผลักดันระบบ Net Billing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการไฟฟ้าส่วนเกินจาก Solar Rooftop และขยายมาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการลงทุนในระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดระยะเวลาคืนทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
  5. การขับเคลื่อน Energy Transition เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยส่งเสริมตลาดพลังงานเสรี เปิดให้มี Third Party Access หรือ TPA และ Direct Power Purchase Agreement หรือ Direct PPA เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิ Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Infrastructure ซึ่งต้องการพลังงานสะอาดในปริมาณสูง และเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลก
  6. การสนับสนุนพลังงานทดแทน โดยเสนอให้ผลักดัน E20 เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์มาตรฐานของประเทศ รวมถึงส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากชีวมวล โดยเฉพาะใบอ้อยและกากอ้อย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ภาคการเกษตร ลดปัญหาการเผาในที่โล่ง และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม

ดร.พจน์กล่าวว่า การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยในระยะยาว

“พลังงานเป็นต้นทุนสำคัญของประชาชนและภาคธุรกิจ การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศไทยในระยะยาว” ดร.พจน์กล่าว

ด้านนายเอกนัฎกล่าวว่า เห็นด้วยกับความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนผ่านกลไก กรอ.พลังงาน รวมถึงข้อเสนอของหอการค้าไทย โดยเฉพาะการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน หรือ Energy Security

พร้อมกันนี้ กระทรวงพลังงานเห็นถึงโอกาสความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการบริหารจัดการและรีไซเคิลแผงโซลาร์เซลล์ รวมถึงแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรองรับเศรษฐกิจหมุนเวียนของประเทศ

นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้มีการส่งเสริมการนำมันสำปะหลัง ใบอ้อย และกากอ้อย มาใช้ผลิตไฟฟ้าชีวมวล หรือ Biomass เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ลดต้นทุนให้ประชาชนและเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศ