กรมทรัพย์สินฯ จ่อทำ Sandbox รับเบาะแสทุจริต ร่วม กกร.
กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้ารับฟังความเห็นภาคเอกชน ยกระดับมาตรการป้องกันและต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน ใช้เทคโนโลยีลดขั้นตอน-ลดการเผชิญหน้า-เพิ่มความโปร่งใส พร้อมเตรียมทำ Sandbox ร่วม กกร. เปิดกลไกกลางรับแจ้งเบาะแส ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามข้อร้องเรียนอย่างเป็นระบบ รายงานผลอย่างน้อยทุก 1 เดือน
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวระหว่างเป็นประธาน พร้อมผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. และผู้แทนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง รวม 40 คน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น เป้าหมายสำคัญคือการนำข้อเสนอจากภาคเอกชนไปพัฒนางานบริการด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการและประชาชนที่ใช้บริการ
พร้อมกำชับจุดยืนในการดำเนินงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลภายในหน่วยงาน และประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยกรมฯ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และวางแนวทางป้องกันการทุจริตได้อย่างตรงจุด
กรมฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขและจัดการปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสการทุจริตที่ส่งข้อมูลถึงอธิบดีโดยตรง ผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1) อีเมล [email protected] 2) เว็บไซต์กรมฯ www.ipthailand.go.th และ 3) กล่องรับความคิดเห็น ณ ศูนย์บริการ IP One ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งล้วนเป็นช่องทางที่สะดวกและปลอดภัย โดยมีมาตรการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส
นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้แจ้งเบาะแสมีความเชื่อมั่นในกระบวนการไต่สวนเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงและเอาผิดผู้กระทำทุจริต กรมฯ ได้หารือกับ กกร. เพื่อเดินหน้าร่วมกันทำ Sandbox ที่จะเป็นช่องทางกลางในการรับแจ้งข้อมูลและเบาะแสการทุจริตที่ผู้แจ้งมั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยและไม่ถูกเปิดเผยตัวตน นำไปสู่การสร้างกลไกในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าอย่างเป็นระบบร่วมกัน
โดยจะมีการรายงานและประเมินผลเป็นระยะ อย่างน้อยทุก 1 เดือน เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งหากพบกรณีเข้าข่ายทุจริต กรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และหากเป็นการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยและตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
กรมฯ ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนากระบวนงานและงานบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย ลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการ เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ผ่านระบบบริการต่างๆ อาทิ ระบบให้คำปรึกษาออนไลน์ (Tele-Consulting) ที่มีการบันทึกภาพและเสียงตลอดการให้คำปรึกษา ระบบ AI Chatbot เพื่อให้ข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญาเบื้องต้นแก่ประชาชน ระบบ e-Filing สำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและติดตามสถานะคำขอ ระบบ e-Payment
สำหรับการชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงระบบ AI Search และระบบ Trademark Checker ที่นำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูลและตรวจสอบคำขอ รวมทั้งยังเพิ่มช่องทางเร่งรัดการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาผ่านโครงการ Fast Track เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับบริการอย่างรวดเร็วภายใต้หลักเกณฑ์และกระบวนการที่ชัดเจนและโปร่งใส และร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงการจดทะเบียนการให้คำปรึกษา และการสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นางอรมน กล่าว
สำหรับผลจากการประชุมรับฟังความเห็นครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมจากภาคเอกชนส่วนใหญ่ ได้สะท้อนความเห็นในเชิงบวกและแสดงความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของกรมฯ เรื่องการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใสและไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ โดยประเมินว่า เนื่องจากการจัดการกับปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามีผู้เกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ซึ่งอาจมีการแอบอ้างเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ได้ จึงได้แนะนำให้กรมฯ เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ภาคธุรกิจ
โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs และผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาค เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือแอบอ้างจากผู้ไม่หวังดีว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมฯ รวมทั้งเสนอให้มีการเผยแพร่แนวคำวินิจฉัยหรือกรณีศึกษาที่สำคัญเพื่อใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจหลักเกณฑ์การพิจารณาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลดการใช้ดุลพินิจ และส่งเสริมมาตรฐานการพิจารณาคำขอให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
ศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้นำเสนอที่ประชุมว่า การยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นหนึ่งในประเด็นที่ภาคธุรกิจให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดย กกร. ได้ศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของประเทศไทยให้สอดคล้องกับแนวทางสากลและเป้าหมายการพัฒนาประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่แสดงเจตจำนงในการทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจังการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ กกร. ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาข้อเท็จจริงและรับฟังมุมมองจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน
โดยภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ในการติดต่อและรับบริการของกรมทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่าการดำเนินงานของกรมฯ มีความโปร่งใสและไม่พบปัญหาในการติดต่อรับบริการ นอกจากนี้ ยังได้รับข้อเสนอและแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานร่วมกันในหลายประการ โดยทาง กกร. ยินดีที่จะทำงานร่วมกับกรมฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับความโปร่งใสและความเชื่อมั่นต่อระบบบริการภาครัฐให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ด้านนายนภดล ศิวะบุตร รองประธานคณะกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนที่ กกร. ดำเนินการ สะท้อนว่าประชาชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการทุจริตในกระบวนการปฏิบัติงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับความใส่ใจและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และพร้อมทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชน เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
โดยการมีกลไกกลางในการรับแจ้งเบาะแส ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามผลอย่างเป็นระบบ โดยมีคนกลางกำกับดูแล จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและยกระดับมาตรฐานการป้องกันการทุจริตในระยะยาว