‘เอเชีย เอรา วัน’ ย้ำเจตนารมณ์ร่วมพัฒนาไฮสปีด 3 สนามบิน ลงทุนแล้วกว่า 12,000 ล้าน พร้อมร่วมรัฐหาทางออก
จากกรณีที่มีหลายสื่อเผยแพร่ข้อมูลและตีความบทสัมภาษณ์ของนายศุภชัย เจียรวนนท์ ใน ‘ประชาชาติธุรกิจ’ จนทำให้เกิดความเข้าใจว่า “เครือ ซี.พี.ไม่เคยตั้งใจจะดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินตั้งแต่แรก”
นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด กล่าวว่า ข้อสรุปดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสาระของบทสัมภาษณ์และข้อเท็จจริงของโครงการ
นายสฤษดิ์กล่าวว่า สิ่งที่คุณศุภชัยต้องการสื่อสารคือ ในช่วงเริ่มต้นภาคเอกชนไม่ได้มีแผนลงทุนในธุรกิจรถไฟโดยตรง แต่เมื่อภาครัฐมีนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และได้เชิญชวนพร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนภายใต้รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) เครือ ซี.พี.จึงตัดสินใจเข้าร่วมการประมูลด้วยความเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
“หากไม่มีความตั้งใจจริงบริษัทคงไม่เข้าร่วมการแข่งขันประมูล และคงไม่ลงทุนไปแล้วกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการในช่วงที่ผ่านมา” นายสฤษดิ์กล่าว
สำหรับประเด็นที่มีการระบุว่าโครงการ “เสียเวลาไปกว่า 8 ปี” จนทำให้เกิดความเข้าใจว่าความล่าช้าทั้งหมดเกิดจากภาคเอกชนนั้น นายสฤษดิ์กล่าวว่า ข้อเท็จจริงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโครงการได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเอกชน
ทั้งการส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างของภาครัฐที่ยังไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขในสัญญา การรื้อย้ายสาธารณูปโภค การแก้ไขปัญหาพื้นที่บริเวณลำน้ำบางช่วง ตลอดจนผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สถานการณ์สงคราม และการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและตลาด ซึ่งแตกต่างจากสมมติฐานในช่วงเริ่มต้นโครงการอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ แม้จะเผชิญข้อจำกัดดังกล่าวบริษัทก็ยังคงเดินหน้าลงทุนล่วงหน้า และพยายามหาทางออกร่วมกับภาครัฐมาโดยตลอด เพราะโครงการนี้เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งความสำเร็จของโครงการจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งสองฝ่าย
นายสฤษดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สัญญาร่วมลงทุนได้ลงนามเมื่อปลายปี 2562 และนับตั้งแต่นั้นบริษัทได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันแก้ไขอุปสรรคที่เกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม เป็นธรรม และรักษาผลประโยชน์ของประเทศควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชนและนักลงทุน
สำหรับประเด็นที่มีการกล่าวถึงแนวทางการยุติสัญญา นายสฤษดิ์ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงเป็นเพียงหนึ่งในแนวทางที่ภาครัฐและเอกชนได้หารือร่วมกัน หากไม่สามารถดำเนินโครงการต่อภายใต้เงื่อนไขเดิมได้ โดยมีหลักการสำคัญคือการหาข้อยุติร่วมกันตามกรอบของสัญญาและกฎหมาย ไม่ใช่การที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดละทิ้งหรือบอกเลิกสัญญาแต่เพียงฝ่ายเดียว
ที่ผ่านมาผู้แทนภาครัฐหลายฝ่ายได้แสดงความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า หากจำเป็นต้องมีการปรับแนวทางหรือยุติโครงการ ก็สามารถดำเนินการภายใต้กรอบของการตกลงร่วมกัน โดยมีการหารืออย่างต่อเนื่องระหว่างรัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และภาคเอกชน เพื่อพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด
นายสฤษดิ์ยืนยันว่า บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ยังคงมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และพร้อมเปิดกว้างในการหารือกับภาครัฐในทุกแนวทาง เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เหมาะสม โปร่งใส เป็นธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ นักลงทุน และประชาชน
“การนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อน หรือตีความบทสัมภาษณ์โดยไม่ครบถ้วน ทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดต่อข้อเท็จจริงของโครงการ สิ่งที่บริษัทต้องการคือการสื่อสารบนพื้นที่ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการรับรู้ที่ถูกต้อง และนำไปสู่การหาทางออกที่สร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศไทยในระยะยาว” นายสฤษดิ์กล่าว