อานิสงส์คืนเงินกองถ่ายต่างประเทศ 30% หนุนเงินสะพัดคาดปี’70 ทะลุหมื่นล้าน
กองถ่ายต่างประเทศแห่ขอถ่ายทำหนัง-ซีรีส์ในเมืองไทย วงในเผยหลังปรับเพดานคืนเงินกองถ่ายต่างประเทศสูงสุด 30% ดันสถิติต่างชาติเข้ามาถ่ายทำในเมืองไทยพุ่งต่อเนื่อง กรมการท่องเที่ยวชี้ครึ่งแรกปี’69 มีแจ้งขออนุญาตเข้ามาถ่ายทำแล้ว 302 เรื่อง สร้างมูลค่าการลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท เชื่อทั้งปีทุบสถิติปี’68 ที่เคยทำรายได้สูงสุด คาดปี’70 ประเทศไทยสร้างเม็ดเงินจากการลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
แหล่งข่าวในธุรกิจโปรดักชั่นเฮาส์เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่ประเทศไทยโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประกาศนโยบายมาตรการคืนเงิน (Cash Rebate) ให้กับกองถ่ายต่างประเทศจากเดิม 15-20% เป็น 15-30% ของวงเงินลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป และไม่มีการจำกัดวงเงินคืน เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสร้างแรงจูงใจให้เข้ามาถ่ายทำในไทยเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงมิวสิกวิดีโอ และภาพยนตร์โฆษณาที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
จากปกติที่มีกองถ่ายต่างประเทศจากทั่วโลกเข้ามาถ่ายทำเฉลี่ยประมาณ 400-500 เรื่องต่อปี เพิ่มเป็นประมาณ 550 เรื่องในปี 2568 นอกจากนี้ยังเป็นภาพยนตร์และซีรีส์ระดับโลกที่สร้างกระแสไปทั่วโลก เช่น The White Lotus Season 3 ที่จุดกระแสท่องเที่ยวตามรอยโลเกชั่น หรือภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Jurassic World Rebirth และซีรีส์ทุนสูงอย่าง Alien Earth
“นอกจากจะเกิดเงินหมุนเวียนภายในประเทศเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสนับสนุนให้แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ได้รับความนิยม และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวตามรอยภาพยนตร์หรือตามรอยซีรีส์เพิ่มขึ้นด้วย” แหล่งข่าวกล่าว และว่า การเติบโตอย่างชัดนี้ส่วนหนึ่งก็ได้รับแรงสนับสนุนจากนโยบายผลักดัน Soft Power และการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัฐบาลด้วย

สอดรับกับ นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) ที่ผ่านมามีกองถ่ายต่างประเทศแจ้งขออนุญาตเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยกับกรมการท่องเที่ยวรวม 302 เรื่อง สร้างมูลค่าการลงทุนในประเทศไทยรวม 4,025 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพและความเชื่อมั่นของผู้ผลิตคอนเทนต์จากทั่วโลกที่ยังคงเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญในภูมิภาคเอเชีย

“ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการลงทุนตลอดทั้งปี 2568 ซึ่งประเทศไทยสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ ด้วยมูลค่ารวมกว่า 7,717 ล้านบาท และในช่วงครึ่งปีหลังนี้ยังมีโครงการถ่ายทำขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างเตรียมเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยอีกหลายเรื่อง จึงมีโอกาสสูงที่ประเทศไทยจะสามารถทำสถิติใหม่ด้านรายได้จากกองถ่ายต่างประเทศได้อีกครั้งในปี 2569 นี้” จาตุรนต์กล่าว

นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยยังคงได้รับความนิยมจากผู้ผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ระดับนานาชาติ และไม่ได้แข่งขันเพียงเรื่องความสวยงามของสถานที่ถ่ายทำอีกต่อไป แต่ยังมีความพร้อมทั้งระบบ ตั้งแต่ทีมงานมืออาชีพมีความพร้อมหลายด้าน ความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำ คุณภาพของทีมงานชาวไทย ระบบบริการที่ได้มาตรฐานสากล
รวมถึงมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย หรือ Thailand Film Incentive Measures การคืนเงินกองถ่ายต่างประเทศสูงสุด 30% ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ขณะเดียวกันการขยายตัวของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก โดยเฉพาะ Netflix ถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคอนเทนต์ในประเทศไทย เนื่องจากมีการลงทุนผลิตคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการจ้างงานบุคลากรไทยจำนวนมาก และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับผู้ประกอบการรายใหญ่ไปจนถึงธุรกิจท้องถิ่น

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์โลก ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศของรัฐบาลจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ระดับนานาชาติของภูมิภาค พร้อมสร้างรายได้ การจ้างงาน และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ด้านนายบุญเสริม ขันแก้ว รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า คาดว่าในปี 2570 ประเทศไทยจะสามารถสร้างเม็ดเงินจากการลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยได้ไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท