กรุงเทพฯ ติด TOP 10 เมืองค่าครองชีพหรูหราแพงที่สุดในโลก
กรุงเทพมหานครได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบ 10 อันดับแรกของเมืองที่มีค่าครองชีพสำหรับไลฟ์สไตล์หรูหราแพงที่สุดในโลกเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
เมืองหลวงของไทย ‘กรุงเทพมหานคร’ ไต่ขึ้นจากอันดับที่ 11 ในปี 2568 มาอยู่อันดับที่ 10 ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ปรากฏตัวในกลุ่ม TOP 10 นับตั้งแต่มีการเริ่มจัดทำดัชนีนี้ตั้งแต่ปี 2563
การจัดอันดับนี้คำนวณจากราคาของสินค้าและบริการระดับพรีเมียม 20 หมวดหมู่ ใน 25 เมืองใหญ่ทั่วโลก เพื่อสะท้อนถึงต้นทุนในการใช้ชีวิตระดับไฮเอนด์สำหรับกลุ่มผู้มีมั่งคั่งสูง (HNWIs) จัดทำโดย Julius Baer ซึ่งคือธนาคารเอกชนชั้นนำของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเอกสารยังระบุว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งของโลก
โดยมีถึง 5 เมืองที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์, ฮ่องกง, เซี่ยงไฮ้, ซิดนีย์ และกรุงเทพฯ ซึ่งการเติบโตของกรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของตลาดสินค้าหรูและการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้บริโภคกระเป๋าหนักในภูมิภาค
สิงคโปร์ ยังคงครองแชมป์อันดับ 1 เมืองที่ค่าครองชีพหรูหราแพงที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 4 โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ และความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์สิงคโปร์
ซูริก ไต่ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ขณะที่ โมนาโก ก้าวเข้าสู่ระบบ TOP 3 เป็นครั้งแรก ส่วน ฮ่องกง และ ลอนดอน ตามมาในอันดับที่ 4 และ 5 ตามลำดับ
รายงานยังพบอีกว่า ต้นทุนการใช้ชีวิตแบบหรูหราทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 10.2% (ในรูปของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2569 โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากสกุลเงินที่แข็งค่าขึ้นในหลายประเทศ รวมถึงราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ “ราคาทองคำ” ที่ดีดตัวแรง ส่งผลให้สินค้าประเภทเครื่องประดับและนาฬิกาหรูแพงขึ้นตามไปด้วย
🏆 10 อันดับเมืองที่มีค่าครองชีพหรูหราแพงที่สุดในโลก ประจำปี 2569
- สิงคโปร์ (Singapore)
- ซูริก, สวิตเซอร์แลนด์ (Zurich, Switzerland)
- โมนาโก (Monaco)
- ฮ่องกง (Hong Kong)
- ลอนดอน, สหราชอาณาจักร (London, United Kingdom)
- เซี่ยงไฮ้, จีน (Shanghai, China)
- ปารีส, ฝรั่งเศส (Paris, France)
- ซิดนีย์, ออสเตรเลีย (Sydney, Australia)
- มิลาน, อิตาลี (Milan, Italy)
- กรุงเทพฯ, ประเทศไทย (Bangkok, Thailand)
ทำไมกรุงเทพฯ ถึงกลายเป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงมหาศาล?
แม้ว่าอาหารสตรีทฟู้ดและการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนทั่วไปในกรุงเทพฯ จะยังคงมีราคาที่เข้าถึงได้ง่าย แต่สวนทางกับ “ต้นทุนของสินค้าที่แสดงถึงฐานะทางสังคม (Status Symbols) และบริการระดับไฮเอนด์” ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยรายงานได้เผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอันดับใหม่ของกรุงเทพฯ ดังนี้
- แพงที่สุดในโลกสำหรับบางหมวดหมู่ จากการสำรวจเมืองระดับนานาชาติทั้ง 25 เมือง พบว่า กรุงเทพฯ กลายเป็นสถานที่ที่ แพงที่สุดในโลก ในการซื้อสินค้าและบริการ 3 สิ่งนี้ ได้แก่ ชุดสูทผู้ชาย, รองเท้าส้นสูงแบรนด์หรู และค่าเล่าเรียนหลักสูตร MBA
- กำแพงภาษีรถยนต์หรู อัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ระดับซูเปอร์คาร์และลักชัวรีที่สูงลิ่วของประเทศไทย (ซึ่งอาจต้องเผชิญกับราคาที่บวกเพิ่มขึ้นถึง 200–300%) เป็นปัจจัยหลักที่ดึงให้ต้นทุนในตะกร้าไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ของไทยพุ่งสูงกว่าตลาดทางฝั่งตะวันตกอย่างมาก
- ราคาวัตถุดิบโลกพุ่งสูงและการผันผวนของค่าเงิน ในภาพรวมทั่วโลก ราคาสินค้าหรูหราพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 12.3% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากราคาทองคำที่ทะยานสูงขึ้น ส่งผลให้เครื่องประดับอัญมณีพรีเมียม (+16.4%) และนาฬิกาหรู (+15.5%) มีราคาแพงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการแข็งค่าของเงินสกุลท้องถิ่นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ก็มีส่วนทำให้เกณฑ์ราคาทั่วโลกเปลี่ยนไป
- การเปลี่ยนผ่านสู่ “ความหรูหราผ่านประสบการณ์” ผู้บริโภคระดับมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อสิ่งของ มาเป็นการจ่ายเงินเพื่อ “ประสบการณ์ระดับเอ็กซ์คลูซีฟ” มากขึ้น เช่น ห้องสวีทในโรงแรมห้าดาว, คอร์สอาหารระดับมิชลินสตาร์ และการบินชั้นธุรกิจระหว่างประเทศ ซึ่งหมวดหมู่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่กรุงเทพฯ กำลังรุกคืบและขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการระดับพรีเมียมอย่างดุเดือด
ภาพจำของกรุงเทพฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางราคาประหยัดกำลังจะหมดไป วันนี้เมืองหลวงของไทยได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมของกลุ่มชนชั้นนำระดับโลก โดยมีมูลค่าสินทรัพย์และค่าครองชีพในระดับไฮเอนด์ที่สูงไม่ต่างกับเมืองศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกในประเทศอื่นๆ