เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
Politics ‘อนุทิน’ ยกคณะบินคุย ’ผู้นำจีน’ เปิดโต๊ะดีลตัวต่อตัว 6 บริษัทยักษ์ใหญ่แดนมังกร
ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
Biz Movement ลูกเจ้าสัวบูม 2 ฝั่งเจ้าพระยาปักหมุด MONA Bangkok พิพิธภัณฑ์ระดับโลก@เจริญนคร
CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
Finance CIMB THAI ปรับเกมรุกสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลัง ลุยตลาดรีไฟแนนซ์เต็มรูปแบบ ชูดอกเบี้ยปีแรก 1.44%
นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความร่วมมือหลากมิติ
Politics นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร หารือกระชับความร่วมมือหลากมิติ
ครั้งแรกในไทย! กลุ่มแม่ทองสุก เปิดตัว MTS Gold Investment Token ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้
Finance ครั้งแรกในไทย! กลุ่มแม่ทองสุก เปิดตัว MTS Gold Investment Token ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 64,900 บาท
‘ศุภจี’ มั่นใจส่งออกปีนี้บวก จี้ทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุก
Economic ‘ศุภจี’ มั่นใจส่งออกปีนี้บวก จี้ทูตพาณิชย์ทำงานเชิงรุก
เปิดโมเดล OCN ทางรอด SMEs ? ในวันที่ ‘แพลตฟอร์มต่างชาติ’ ยึดตลาด
Tech เปิดโมเดล OCN ทางรอด SMEs ? ในวันที่ ‘แพลตฟอร์มต่างชาติ’ ยึดตลาด
ชงค่าไฟ ก.ย. เท่าเดิม 3.95 บาท กกพ.ใช้ Claw Back 1.61 หมื่นล้านโปะ
Economic ชงค่าไฟ ก.ย. เท่าเดิม 3.95 บาท กกพ.ใช้ Claw Back 1.61 หมื่นล้านโปะ
ดูทั้งหมด

‘เอลนีโญ’ อาจซ้ำเติมเงินเฟ้อเอเชีย ซ้อนวิกฤตน้ำมัน

08 พ.ค. 2569 | 15:07น.

ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังจะมาถึง อาจทำให้เอเชียต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เงินเฟ้อสูงยิ่งขึ้น จากราคาอาหารที่อาจพุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบหลายด้าน รวมถึงผลผลิตทางการเกษตร และกำลังการผลิตไฟฟ้า

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า เอเชียกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงใหม่ต่อภาวะเงินเฟ้อ นอกเหนือจากวิกฤตการณ์น้ำมัน เนื่องจากปรากฏการณ์ ‘เอลนีโญ’ (El Nino) กำลังจะมาถึง ทำให้อุณหภูมิสูงและสภาพอากาศแห้งแล้งในประเทศต่าง ๆ ตั้งแต่อินเดียไปจนถึงนิวซีแลนด์ ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนอาหารสูงขึ้น

อัตราเงินเฟ้อทั่วทั้งเอเชียเร่งตัวสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการขนส่ง โลจิสติกส์ และสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในฟิลิปปินส์และปากีสถาน ซึ่งทะยานขึ้นไปสูงกว่า 7% และ 11% ตามลำดับ

แรงกดดันดังกล่าวอาจทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก เมื่อคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญ จะนำมาซึ่งสภาพอากาศแห้งแล้งและร้อนจัดในปลายปี 2026 นี้

โดยปกติแล้ว ในกลุ่มประเทศเอเชียที่กำลังพัฒนา อาหารคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40–50% ของตะกร้าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ทำให้เปราะบางต่อภาวะราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและอำนาจในการซื้อลดลง

อดัม อาห์หมัด ซัมดิน นักเศรษฐศาสตร์จาก อ็อกซ์ฟอร์ด อีโคโนมิกส์ กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อในหมวดอาหารของเอเชียมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นในปี 2026 โดยการรวมกันของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การหยุดชะงักของตลาดปุ๋ย และความไม่แน่นอนทางสภาพภูมิอากาศ แสดงให้เห็นว่า ความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อหมวดอาหารโดยรวม จะยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไปในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า

“แรงกดดันด้านราคาอาหารที่สูงขึ้น คาดว่าจะเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากต้นทุนปุ๋ยที่สูงขึ้นเมื่อไม่นานนี้จากสงครามอิหร่าน จะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะส่งผลกระทบต่อไปถึงราคาอาหาร” ซัมดินกล่าว

นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารแห่งอเมริกา (BofA) นำโดย ราหุล บาโจเรีย กล่าวถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า หากสถานการณ์อื่น ๆ ยังเป็นเหมือนเดิม และสภาพอากาศเลวร้ายลงตามที่คาดการณ์ไว้ ช่วงครึ่งหลังของปี 2026 อาจเห็นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่มากขึ้น

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า ในปี 2027 อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นถึง 4% ขณะที่ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับเพิ่มคาดการณ์ CPI ระดับภูมิภาคสำหรับปี 2026 เป็น 5.2% จากเดิมอยู่ที่ 3.6%

ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางที่สุด เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าอาหารและเชื้อเพลิงจำนวนมาก โดยอัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายนแย่กว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้มาก และสูงกว่าที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ตั้งเป้าไว้ที่ 3% แม้จะยังไม่เกิดรากฏการณ์เอลนีโญ

BSP กล่าวเมื่อสัปดาห์นี้ว่าพร้อมดำเนินการ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า อาจต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนอกรอบในอัตราที่สูงเกินกว่าปกติ เพื่อให้ทันกับอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่าอาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะงักงันก็ตาม

อินโดนีเซีย ซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2026 เร่งตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงในอนาคต เนื่องจากสภาวะแล้งรุนแรง ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์เอลนีโญก็ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำลดลง ทั้งใน อินเดีย เวียดนาม และบางส่วนของจีน ซึ่งทำให้อาจต้องพึ่งพาถ่านหินและก๊าซธรรมชาติมากขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น

ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) เตือนว่า มรสุมที่อ่อนกำลังลง อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตทางการเกษตรของประเทศ และผลักดันให้ราคาอาหารสูงขึ้น อีกทั้งสภาพอากาศร้อนอาจทำให้เกษตรกรต้องใช้ระบบชลประทานพลังงานดีเซลมากขึ้น รวมถึงครัวเรือนต้องเปิดเครื่องปรับอากาศมากขึ้น ซึ่งจะยิ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้นไปอีก

ในทางตรงกันข้าม ประเทศร่ำรวยในเอเชียมีแนวโน้มได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย เนื่องจากตะกร้า CPI มีความหลากหลายและเน้นภาคบริการ ช่วยลดผลกระทบจากราคาอาหารและพลังงานที่พุ่งสูง

ในตอนนี้ สิงคโปร์ มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงคาดว่าจะเห็นอัตราเงินเฟ้อที่ทรงตัว

ขณะที่ในญี่ปุ่น ราคาอาหารเพิ่งปรับตัวสูงขึ้นไม่นานนี้ ทำให้เงินเฟ้อมีสภาวะหนืดมากยิ่งขึ้น โดยในเดือนมีนาคม  ข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักยังปรับตัวสูงขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าจะลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์แล้วก็ตาม ด้วยแรงส่งด้านราคาที่รุนแรงขึ้น อาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนที่ความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญจะเริ่มก่อตัว

ด้านเกาหลีใต้ ซึ่งคงอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานไว้ที่ 2.5% ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ธนาคารกลางอาจกำลังตามหลังภาวะเศรษฐกิจนด้านนโยบายการเงิน เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อภายในประเทศกำลังเพิ่มขึ้น ตามความเห็นของ ไบรอัน ควอร์ตาโรโล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Anahata Capital Management ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการการลงทุนและให้คำปรึกษา