ฝนหลวงเปิด 12 หน่วยรับมือเอลนีโญ เร่งเติมน้ำเขื่อน-ช่วยเกษตร
กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเดินหน้ารับมือความเสี่ยงภัยแล้งจากเอลนีโญ เปิดปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วย ครอบคลุมทุกภูมิภาค เร่งเติมน้ำต้นทุนให้เขื่อนและช่วยพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน หลังปฏิบัติการกว่า 4 เดือนทำฝนสำเร็จ 98.13% พร้อมเตรียมเปิดโครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 17 กรกฎาคมนี้ หวังเพิ่มพื้นที่ป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำ
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า กรมได้เปิดปฏิบัติการฝนหลวงรวม 12 หน่วย ทั่วประเทศ เพื่อรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญ โดยแบ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 9 หน่วย ในจังหวัดตาก พิษณุโลก นครสวรรค์ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สระแก้ว อุบลราชธานี และประจวบคีรีขันธ์
ใช้อากาศยานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร 21 ลำ และเครื่องบินกองทัพอากาศ 3 ลำ รวมทั้งหน่วยปฏิบัติการอีก 3 หน่วย ในจังหวัดเชียงใหม่ หนองบัวลำภู และเพชรบุรี ซึ่งใช้ระบบพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรและแหล่งกักเก็บน้ำ
จากการติดตามสถานการณ์อากาศ คาดว่าช่วง เดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 จะได้รับอิทธิพลจากภาวะเอลนีโญ กรมจึงปรับแผนทำงานเชิงรุก ไม่รอให้เกิดวิกฤติ โดยติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมอากาศยาน เครื่องมือ และงบประมาณอย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานด้านบริหารจัดการน้ำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทานและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนหลักตั้งแต่ช่วงฤดูฝน
ผลการปฏิบัติการฝนหลวงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม-6 กรกฎาคม 2569 พบว่า มีการขึ้นบิน 107 วัน รวม 958 เที่ยวบิน สามารถทำให้เกิดฝนจากการปฏิบัติการได้ 98.13% ของวันปฏิบัติการ ครอบคลุมพื้นที่เกษตรใน 59 จังหวัด อาทิ เชียงใหม่ พิษณุโลก นครสวรรค์ นครราชสีมา อุบลราชธานี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชุมพร ตรัง และระนอง รวมถึงช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนสำคัญ เช่น เขื่อนคลองสียัด เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนปราณบุรี เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนภูมิพล
นายวิทยาระบุว่า การปฏิบัติการฝนหลวงจำเป็นต้องอาศัยสภาพอากาศที่เหมาะสม ทั้งความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศมากกว่า 60% การยกตัวของอากาศในแนวดิ่ง และความเร็วลมไม่เกิน 20 นอต เพื่อเพิ่มโอกาสให้ฝนตกในพื้นที่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 กรมฝนหลวงและการบินเกษตรเตรียมจัด โครงการโปรยเมล็ดพันธุ์พืชทางอากาศเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจะเปิดโครงการในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และเสริมความชุ่มชื้นให้ระบบนิเวศ
สำหรับการดำเนินโครงการ จะปฏิบัติหลังเสร็จสิ้นภารกิจฝนหลวงในแต่ละวัน โดยนำเมล็ดพันธุ์พืชที่หุ้มดินเหนียวแล้วไปโปรยในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ 7 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติออบขาน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติภูเก้า-ภูพานคำ อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว และอุทยานแห่งชาติตาพระยา ใช้เมล็ดพันธุ์ไม้รวม 15 ชนิด อาทิ สัก พะยูง ชิงชัน มะค่าโมง ราชพฤกษ์ และตะแบก พร้อมเปิดให้ประชาชนร่วมกิจกรรมปั้นเมล็ดพันธุ์ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง 8 แห่งทั่วประเทศ

