‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
‘ศุภชัย’ หนุนวิสัยทัศน์ ‘นายกฯ’ เผยกุญแจสำคัญสร้างความเชื่อมั่นดึงทุนยักษ์จีน ชี้ มณฑล ‘เสฉวน‘ ฝั่งจีนตะวันตก แหล่งสำคัญเทคโนโลยีสมัยใหม่ แนะเร่งสปีดดึงการลงทุน เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ พลิกเกมทวงแชมป์จากเวียดนาม
นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยในโอกาสร่วมคณะนักธุรกิจพบปะกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจริง ว่า การโรดโชว์สาธารณรัฐประชาชนจีนของนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้ จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากภูมิภาคสำคัญจากมณฑลเสฉวน ที่มีเมืองสำคัญอย่าง ฉงชิ่ง และเสฉวน ซึ่งเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่สำคัญของจีน
โดยจากการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่พบว่า พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหลักที่ไทยกำลังเร่งให้การส่งเสริม โดยเฉพาะในกลุ่ม เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor), อิเล็กทรอนิกส์, เทคโนโลยีระดับสูง รวมถึงอุตสาหกรรมการบิน หากประเทศไทยสามารถดึงดูดนักลงทุนหรือสร้างพันธมิตรทางธุรกิจจากพื้นที่ฝั่งจีนตะวันตกได้ จะส่งผลบวกอย่างมากต่อการเพิ่มเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ที่จะเข้าสู่ประเทศไทย
นายศุภชัย กล่าวว่า จากข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่า ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่คู่แข่งสำคัญในอาเซียนอย่าง เวียดนาม สามารถดึงเม็ดเงินไปได้สูงถึง 27,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตัวเลขที่แตกต่างกันนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทำให้ไทยจำเป็นต้องเร่งบทบาทในการเป็นฐานการผลิตและส่งออก
โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ที่ปัจจุบันกลุ่มทุนตะวันตกยังเข้ามาลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แม้จะมีสัญญาณที่ดีในด้าน Data Center จากทางตะวันตกบ้างแล้วก็ตาม
นายศุภชัย กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการดึงดูดทุนจีนในครั้งนี้ คือการสร้างความไว้วางใจและการแสดงออกถึงความเป็นมิตรประเทศ ซึ่งนักลงทุนจีนให้ความสำคัญอย่างมากกับความพร้อมของประเทศที่จะไปลงทุน โดยเฉพาะในด้านกฎหมาย ภาษี และการอำนวยความสะดวกจากภาครัฐ เพื่อป้องกันความเสียหายจากการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นหากไปในประเทศที่ไม่มีความพร้อม
“การเดินทางเยือนครั้งนี้ มีนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในมิติของภาครัฐ การเมือง และกลไกของภาคเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาลในการลงทุนระหว่างกัน ทำให้ผู้นำระดับสูงของจีนให้ความเกรงใจและพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนจีนที่กำลังมองหาศูนย์กลางการผลิตในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบกับเวียดนาม มาเลเซีย หรืออินโดนีเซียก็ตาม“
นายศุภชัย กล่าวว่า การรุกคืบทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดหมายปลายทางหลักของเม็ดเงินลงทุน โดยเฉพาะจากอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงในระยะยาว