กฟผ.-ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ปักหมุดไทย ทดสอบเทคโนโลยีลดก๊าซ SF₆ แห่งแรกของโลกที่แรงดัน 550 kV
ระบบไฟฟ้าแรงสูงกำลังเผชิญโจทย์ใหม่ที่ไม่ได้วัดกันเพียงความมั่นคงของโครงข่าย แต่ต้องตอบคำถามด้านสิ่งแวดล้อมและการลดคาร์บอนควบคู่กัน โดยเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงที่ใช้ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ หรือ SF₆ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในระบบฉนวนไฟฟ้า แต่เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ทั่วโลกพยายามลดการใช้
ประเทศไทยกำลังกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว เมื่อฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. เตรียมดำเนินโครงการ EconiQ® Retrofill แห่งแรกของโลกสำหรับระดับแรงดันไฟฟ้า 550 กิโลโวลต์ โดยใช้เทคโนโลยีทดแทนก๊าซ SF₆ กับอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่เดิม โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์หลัก ถือเป็นอีกก้าวของโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าแรงสูงที่ต้องเดินไปพร้อมกับเป้าหมาย Net Zero
ปรับระบบเดิม ลดก๊าซ SF₆ โดยไม่เปลี่ยนอุปกรณ์หลัก
โครงการ EconiQ Retrofill จะดำเนินการกับระบบสายส่งก๊าซฉนวนไฟฟ้าแรงสูง หรือ Gas-Insulated Lines (GIL) ระดับแรงดัน 550 กิโลโวลต์ ระยะทางรวม 130 เมตร ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน โดยใช้เทคโนโลยีแรงดันสูง EconiQ ของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่
สาระสำคัญของโครงการคือการทดแทนก๊าซ SF₆ ที่ใช้อยู่เดิม ด้วยก๊าซผสมที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหรือทดแทนอุปกรณ์หลักของระบบเดิม ทำให้สามารถลดผลกระทบต่อการเดินระบบ ลดการหยุดชะงักในการปฏิบัติงาน และยังคงประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าแรงสูง
โครงการนี้คาดว่าจะช่วยให้ กฟผ. ลดการใช้ก๊าซ SF₆ ได้ประมาณ 800 กิโลกรัม เลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 97 ตัน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในรูปของ CO₂ เทียบเท่าได้มากกว่า 95% ขณะที่ยังรักษาประสิทธิภาพและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าอย่างครบถ้วน
โครงการมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2569
ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ : มาตรฐานใหม่ของระบบไฟฟ้าแรงสูงสีเขียว
ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ระบุว่า โครงการนี้เป็นการดำเนินการ EconiQ Retrofill ในระดับแรงดัน 550 กิโลโวลต์เป็นแห่งแรกของโลก และเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าแรงสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
วูล์ฟ มึลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจบริการ บริษัท ฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ กล่าวว่า ความร่วมมือกับ กฟผ. ครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับระบบไฟฟ้าแรงสูงที่มีอยู่เดิม ให้สามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมโดยไม่จำเป็นต้องรื้อหรือเปลี่ยนสินทรัพย์หลักทั้งหมด
“ความร่วมมือกับ กฟผ. ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินโครงการ EconiQ Retrofill ที่ระดับแรงดัน 550 กิโลโวลต์เป็นแห่งแรกของโลก และถือเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในระดับสากล โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าแรงสูงที่มีอยู่เดิม ทั้งยังช่วยเร่งการก้าวสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม” วูล์ฟ มึลเลอร์กล่าว
สำหรับ EconiQ เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ออกแบบมาเพื่อยกระดับสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ลูกค้าทั่วโลกสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์ด้านประสิทธิภาพและผลกระทบเชิงบวกแล้ว
กฟผ. : ใช้สินทรัพย์เดิมให้คุ้มค่า เดินหน้า Energy Transition
ฝั่ง กฟผ. มองว่าโครงการ EconiQ Retrofill เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานเดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสินทรัพย์ระบบไฟฟ้าแรงสูงที่ใช้งานอยู่แล้ว
นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กฟผ. มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงาน หรือ Energy Transition และบริหารจัดการระบบไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศและประชาชน
“กฟผ. มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition และบริหารจัดการแบบมืออาชีพ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศ และคนไทยทุกคน” นายนรินทร์กล่าว
การเลือกใช้แนวทาง Retrofill ยังสะท้อนโจทย์สำคัญของระบบไฟฟ้าในระยะเปลี่ยนผ่าน คือไม่เพียงมุ่งลงทุนสินทรัพย์ใหม่ แต่ต้องใช้สินทรัพย์เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการหยุดชะงักของระบบ และลดก๊าซเรือนกระจกจากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว
โครงข่ายไฟฟ้าแรงสูงกับโจทย์ Net Zero ไทย
โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนงานระดับโลกของฮิตาชิ เอนเนอร์ยี่ ในการพัฒนาเทคโนโลยีแรงดันไฟฟ้าแรงสูงที่ปลอดจากการใช้ก๊าซ SF₆ และมีส่วนสนับสนุนเส้นทางสู่เป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ของประเทศไทยภายในปี 2593
แม้การลดก๊าซ SF₆ ในโครงการนี้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบไฟฟ้าแรงสูง แต่มีนัยสำคัญในเชิงเทคโนโลยี เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้าเดิมสามารถปรับปรุงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอุปกรณ์หลักทั้งหมด
สำหรับประเทศไทย โครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงความร่วมมือระหว่าง กฟผ. กับผู้ผลิตเทคโนโลยีระดับโลก แต่เป็นอีกหนึ่งบททดสอบของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ต้นทุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
หากโครงการแล้วเสร็จตามแผนในเดือนธันวาคม 2569 ไทยจะเป็นพื้นที่อ้างอิงสำคัญของเทคโนโลยี EconiQ Retrofill ในระดับแรงดัน 550 กิโลโวลต์ และอาจกลายเป็นต้นแบบของการลดก๊าซ SF₆ ในระบบไฟฟ้าแรงสูงที่ยังใช้งานอยู่เดิม โดยไม่กระทบความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้า