กขค. ลุยคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล สอบค่าธรรมเนียม-เงื่อนไขไม่เป็นธรรม รับคดีกักตุนน้ำมัน 2 เรื่อง
คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เดินหน้ากำกับดูแลตลาดเชิงรุก เตรียมเรียกแพลตฟอร์มดิจิทัลชี้แจงโครงสร้างค่าธรรมเนียม หลังพบสัญญาณพฤติกรรมทางการค้าที่อาจไม่เป็นธรรม พร้อมรับกรณีกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง 2 เรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี และเร่งกำกับ 4 ธุรกิจสำคัญให้เห็นผลภายใน 6 เดือน
พลตำรวจโทพิทยา ศิริรักษ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการกำกับดูแลและป้องปรามพฤติกรรมทางการค้าในธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลนัดแรก ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้ประกอบการร้องเรียน เช่น การกำหนดเงื่อนไขจำกัดทางเลือกในการขนส่งสินค้า และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่อาจไม่เป็นธรรม ซึ่ง กขค. เตรียมเรียกผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเข้าชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
ในส่วนของการตรวจสอบปัญหาการกักตุนและการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วงเดือนมีนาคม 2569 สำนักงาน กขค. ได้ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมศุลกากร สำนักงานพลังงานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันและติดตามพฤติกรรมผู้ค้าน้ำมันทั่วประเทศ จนนำไปสู่การรับเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี 2 กรณี
กรณีแรก เป็นการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในราคาสูงเกินสมควรของคลังน้ำมันในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งอาจเข้าข่ายการกำหนดราคาสินค้าอย่างไม่เป็นธรรมและกีดกันการแข่งขัน ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 50 (1) และ/หรือมาตรา 57 (1)
ส่วนกรณีที่สอง เป็นการจำกัดการจัดสรรน้ำมันให้ผู้ค้าส่ง (Jobber) โดยอ้างว่าต้องสำรองน้ำมันให้สถานีบริการในเครือข่ายก่อน ทั้งที่สถานีบริการดังกล่าวไม่ได้รับการจัดสรรเพิ่ม ส่งผลให้ผู้ค้าส่งและสถานีบริการอิสระต้องซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นเพียงแห่งเดียวในราคาที่สูงขึ้นและใช้เวลารอรับสินค้านานขึ้น ซึ่งอาจเข้าข่ายการระงับ ลด หรือจำกัดการจำหน่ายสินค้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร และกีดกันคู่ค้าอย่างไม่เป็นธรรม ตามมาตรา 50 (2) (3) และมาตรา 57 (1) (2) (3) ของกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งเป็นความผิดมีโทษทางอาญา

ด้านรองศาสตราจารย์สุธรรม อยู่ในธรรม รองประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า รักษาการแทนประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า กล่าวว่า กขค. กำลังเร่งกำกับดูแลการแข่งขันใน 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ แพลตฟอร์มดิจิทัล ค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) บริการเรียกรถผ่านแพลตฟอร์ม (Ride-hailing) และแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ (OTA) โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาและตรวจสอบพฤติกรรมการแข่งขันของแต่ละธุรกิจ พร้อมเสนอแนวทางกำกับดูแลให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ของปีนี้
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาผ่านโครงการ Mobile Competition Clinic พบว่าผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะโรงแรมและที่พักในจังหวัดท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของแพลตฟอร์ม OTA เช่น การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการโดยกะทันหัน การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในอัตราสูง และการกำหนดเงื่อนไขห้ามผู้ประกอบการตั้งราคาห้องพักต่ำกว่าราคาที่แสดงบนแพลตฟอร์ม
สำหรับการกำกับดูแลการรวมธุรกิจ กขค. เตรียมนำระบบ Post-merger Monitoring มาใช้ โดยศึกษารูปแบบ Trustee จากต่างประเทศ เพื่อให้บุคคลหรือองค์กรอิสระเข้าตรวจสอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังการรวมธุรกิจ รวมถึงติดตามผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาด
รองศาสตราจารย์สุธรรมกล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการยกระดับบทบาทของ กขค. จากการทำงานเชิงรับสู่การกำกับดูแลเชิงรุก โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียนก่อน แต่จะลงพื้นที่ตรวจสอบ รับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ และติดตามพฤติกรรมในตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน ข้างหน้า.