ไข่ไก่ขึ้นฟองละ 4 บาท พาณิชย์เปิดขายถูกกว่าตลาด 10% ทั่วประเทศ 3.42 ล้านฟอง
กรมการค้าภายในยืนยัน “ไข่ไก่ไม่ขาดตลาด” แม้ผลผลิตเดือน ส.ค. ลดต่ำกว่าระดับปกติประมาณ 3% หลังราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขยับขึ้นอีก 20 สตางค์ แตะฟองละ 4 บาท เตรียมเปิดจุดขาย “ไข่ไก่ไทยช่วยไทย” 13-31 ส.ค. 2569 กระจายทั่วประเทศ 3.42 ล้านฟอง ถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 10% พร้อมประสานกรมปศุสัตว์เพิ่มผลผลิตเข้าสู่ระบบ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากกรณีเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ประกาศปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจากฟองละ 3.80 บาท เป็น 4.00 บาท เพิ่มขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง มีผลตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 กรมการค้าภายในได้เตรียมมาตรการเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนในช่วงที่ราคาไข่ไก่ปรับตัวสูงขึ้น

โดยประสานสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศจัดจุดจำหน่าย “ไข่ไก่ไทยช่วยไทย” ระหว่างวันที่ 13-31 สิงหาคม 2569 ตั้งเป้ากระจายไข่ไก่รวม 3.42 ล้านฟอง ในราคาถูกกว่าท้องตลาดประมาณ 10%
สำหรับต่างจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะกระจายไข่ไก่ผ่านจุดจำหน่ายครอบคลุม 76 จังหวัด ส่วนกรุงเทพมหานครจะจำหน่ายผ่านกิจกรรมธงฟ้าในพื้นที่ชุมชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและเพิ่มทางเลือกให้ประชาชน นอกจากไข่ไก่แล้ว ภายในจุดจำหน่ายธงฟ้ายังมีสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น อาทิ ข้าวสาร น้ำมันพืช และสินค้าอื่น ๆ จำหน่ายในราคาประหยัด
ยืนยันไข่ไก่ไม่ขาดตลาด
นายวิทยากรกล่าวว่า สถานการณ์ไข่ไก่ในปัจจุบันเป็นภาวะที่ปริมาณผลผลิตลดลงจากระดับปกติ แต่ไม่ได้อยู่ในภาวะขาดตลาด โดยข้อมูลเดือนสิงหาคม 2569 มีไก่ไข่ยืนกรงประมาณ 53.85 ล้านตัว คาดว่าจะมีผลผลิตไข่ไก่ประมาณ 43.35 ล้านฟองต่อวัน หรือต่ำกว่าค่ามาตรฐานประมาณ 3% จึงทำให้ปริมาณไข่ไก่ในระบบลดลงกว่าช่วงปกติ และส่งผลต่อระดับราคาในช่วงนี้
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจุบันมีไข่ไก่ออกสู่ตลาดเฉลี่ยประมาณ 43 ล้านฟองต่อวัน ลดลงจากประมาณ 45 ล้านฟองต่อวัน ขณะที่การส่งออกไข่ไก่ยังอยู่ในระดับปกติ ไม่ได้เพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อปริมาณไข่ไก่สำหรับบริโภคภายในประเทศ
“ขณะนี้ไข่ไก่ยังมีเพียงพอสำหรับการบริโภค เพียงแต่ปริมาณผลผลิตลดลงจากระดับปกติ กรมจึงเพิ่มช่องทางจำหน่ายไข่ไก่ไทยช่วยไทยเพื่อช่วยประชาชนในช่วงที่ราคาปรับสูงขึ้น ควบคู่กับการติดตามปริมาณและราคาในทุกระดับการค้า” นายวิทยากรกล่าว

ประสานปศุสัตว์เพิ่มไข่เข้าสู่ระบบ
สำหรับสาเหตุที่ผลผลิตไข่ไก่ลดลงในช่วงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการทยอยปลดแม่ไก่ยืนกรงตามรอบการเลี้ยง ส่งผลให้จำนวนแม่ไก่ที่ให้ผลผลิตในระบบลดลง กรมการค้าภายในจึงประสานกรมปศุสัตว์หารือแนวทางเพิ่มปริมาณไข่ไก่เข้าสู่ระบบ รวมถึงขอให้พิจารณาชะลอการปลดแม่ไก่ยืนกรง เพื่อยืดระยะเวลาการให้ผลผลิตและรักษาปริมาณไข่ไก่ในตลาด
กรมการค้าภายในประเมินว่า สถานการณ์จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะทยอยกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล โดยการชะลอปลดแม่ไก่จะช่วยรักษาจำนวนแม่ไก่ที่ยังให้ผลผลิตอยู่ในระบบ
ขณะเดียวกัน ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ยังเป็นอีกปัจจัยที่มีส่วนต่อสถานการณ์ราคา เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศอยู่ในช่วงขาดตอนตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ข้าวโพดฤดูกาลใหม่จะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ทำให้ปริมาณวัตถุดิบเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะช่วยให้ต้นทุนอาหารสัตว์ลดลงบางส่วน
นอกจากนี้ โรงงานอาหารสัตว์หลายแห่งที่ปิดซ่อมบำรุงประจำปีในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม เริ่มทยอยกลับมาเปิดดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์นี้ ซึ่งจะสอดรับกับช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดฤดูกาลใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาด
กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์การผลิตและการจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปริมาณไข่ไก่เพียงพอกับความต้องการบริโภค และให้ราคาในแต่ละระดับการค้าสอดคล้องกับต้นทุนและสถานการณ์ตลาด
พร้อมกันนี้ กรมยังดำเนินมาตรการเชื่อมโยงการจำหน่ายไข่ไก่ผ่านห้างค้าส่งและค้าปลีกขนาดใหญ่ และจัดสรรงบประมาณไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อจัดจำหน่ายไข่ไก่ในราคาแนะนำ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน
หากพบผู้ค้ารายใดมีพฤติกรรมจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หากตรวจพบการกระทำผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไข่หน้าฟาร์มแตะ 120 บาทต่อแผง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด สหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ชลบุรี จำกัด และสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แม่น้ำน้อย จำกัด ได้ออกประกาศปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร สำหรับไข่น้ำหนัก 20.5 กิโลกรัมขึ้นไป จากฟองละ 3.80 บาท เป็น 4.00 บาท
เท่ากับปรับเพิ่มขึ้น 20 สตางค์ต่อฟอง หรือเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อแผง 30 ฟอง มีผลตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 120 บาทต่อแผง
ส่วนราคาไข่ไก่แยกตามขนาด เบอร์ 0 อยู่ที่ประมาณฟองละ 4.30-4.60 บาท เบอร์ 1 ประมาณ 4.10-4.20 บาท เบอร์ 2 ประมาณ 3.90-4.00 บาท และเบอร์ 3 ประมาณ 3.80-3.90 บาท

5 เดือน ไข่ขึ้นแล้ว 80 สตางค์
หากย้อนความเคลื่อนไหวของราคาไข่ไก่ในปี 2569 พบว่า ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับจากฟองละ 3.20 บาท เป็น 3.40 บาท เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ก่อนขยับขึ้นเป็นฟองละ 3.60 บาท ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม และตรึงระดับดังกล่าวไว้นานกว่า 3 เดือน
จากนั้นราคาได้ปรับขึ้นอีก 20 สตางค์ เป็นฟองละ 3.80 บาท ตั้งแต่วันที่ 6 กรกฎาคม และล่าสุดปรับขึ้นอีก 20 สตางค์ เป็นฟองละ 4.00 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2569
ส่งผลให้ภายในระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นรวม 80 สตางค์ต่อฟอง จาก 3.20 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง หรือเพิ่มจากประมาณ 96 บาท เป็น 120 บาทต่อแผง 30 ฟอง
ทั้งนี้ เมื่อมีการปรับราคาเป็นฟองละ 3.80 บาทในเดือนกรกฎาคม กรมการค้าภายในและผู้เลี้ยงเคยประเมินว่า ราคาไข่ไก่ไม่น่าปรับสูงขึ้นอีก และมีแนวโน้มลดลงในเดือนสิงหาคม จากสภาพอากาศที่คาดว่าจะเอื้อต่อการให้ผลผลิต แม่ไก่สาวรุ่นใหม่ทยอยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ออกสู่ตลาดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุด ปริมาณผลผลิตกลับลดลงจากการทยอยปลดแม่ไก่ยืนกรง ส่งผลให้ราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับขึ้นอีกครั้งมาอยู่ที่ฟองละ 4 บาท ขณะที่ภาครัฐประเมินว่า เมื่อการชะลอปลดแม่ไก่ช่วยรักษาผลผลิตในระบบ ประกอบกับข้าวโพดฤดูกาลใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาด สถานการณ์ไข่ไก่จะค่อย ๆ กลับเข้าสู่ภาวะสมดุลภายในประมาณ 1 เดือน