เที่ยวตราดฟื้นรายได้ทะลุเป้า ชู 5 โครงการเรือธงเจาะตลาดพรีเมียม
ท่องเที่ยวตราดฟื้นแรง รายได้ปี ’69 คาดแตะ 1.9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี ’70 เดินหน้าปั้น “Eastern Sea Healing” เจาะตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ-กำลังซื้อสูง ดันเที่ยวตราดได้ตลอดปี
ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด กล่าวว่า ทิศทางการท่องเที่ยวตราดในปี 2570 จะสอดรับกับแนวทาง “The Year of Transformation” ของ ททท. ที่มุ่งเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณสู่การท่องเที่ยวที่สร้าง “คุณค่า” และความยั่งยืน โดยจะเน้นวางตำแหน่งตราดสู่การเป็น “Eastern Sea Healing” หรือจุดหมายปลายทางแห่งการบำบัดฟื้นฟูกายและใจ ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” หรือการได้เยียวยากายและใจคือความหรูหราใหม่ที่มีคุณค่า เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกำลังซื้อสูงได้อย่างเต็มรูปแบบ
คาดปีนี้รายได้ทะลุ 1.9 หมื่นล้าน
สำหรับปี 2569 ททท.ตราดเดินหน้า 5 โครงการเรือธง ได้แก่ “Trat’s Green Luxe” ท่องเที่ยวพรีเมี่ยม, “Trat Workation” กระตุ้นเที่ยววันธรรมดา, “ลองเที่ยวตราดสไตล์ยั่งยืน” ส่งเสริมท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำและ Sports Tourism, “Trat Family Kitchen” ชูอาหารและสินค้า GI และ “Trat Vibes” ผ่านการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมและวิถีชุมชน
โครงการดังกล่าวทั้งหมดได้สร้างการรับรู้ 24 ล้านคน-ครั้ง และการเข้าร่วมกิจกรรมและใช้บริการเติบโตมากกว่า 172% โดยเฉพาะ Trat Workation และ “ลองเที่ยวตราดสไตล์ยั่งยืน” ที่ได้รับการตอบรับดี ส่งผลให้ช่วง 8 เดือนแรกมีรายได้ 13,505 ล้านบาท
ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 8,120 บาท/คน/ทริป สูงเป็นอันดับ 7 ของประเทศ คาดว่าทั้งปีจะมีรายได้อยู่ที่ 18,500-19,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย ททท.ตั้งไว้ที่ 14,570 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปี 2570 คาดว่าจะมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวไทย 75-80% หรือ 1,915,600 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4.83% พร้อมตั้งเป้าตลาดในประเทศสร้างรายได้ 12,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66%
ทั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายตลาดไทยจะเน้นเจาะกลุ่ม Gen Y, Gen Z, คนทำงานออฟฟิศที่ต้องการฟื้นฟูจากภาวะ Burnout, Digital Nomad/Freelance, ครอบครัว, Silver Age รวมถึงสายมูและสายกิน ส่วนตลาดต่างประเทศมีสัดส่วนอยู่ที่ 20-25% โดยมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีวันพักยาวและกำลังซื้อสูงจากยุโรป เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร โปแลนด์ รวมถึงตลาดเอเชีย โดยเฉพาะจีน
หมุดหมาย ‘บำบัดฟื้นฟูกาย-ใจ’
ว่าที่ร้อยตรีกรกฎกล่าวต่อว่า เนื่องจากปัจจุบันคนรุ่นใหม่มักเผชิญความเครียดและภาวะเหนื่อยล้า จึงได้พัฒนาตราดสู่จุดหมายปลายทางแห่งการบำบัดฟื้นฟูกายและใจ ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยใช้จุดเด่นด้านภูมิศาสตร์และธรรมชาติของตราดเป็นเครื่องมือ 4 มิติ ดังนี้
1) ธรรมชาติบำบัด เช่น การอาบป่า และฟังเสียงธรรมชาติ
2) วิถีชีวิตและชุมชนบำบัด โดยใช้เสน่ห์ของการใช้ชีวิตแบบ Slow Living และ Digital Detox รวมถึงทำงานคราฟต์ร่วมกับชุมชน
3) อาหารและสมุนไพรถิ่นบำบัด ภายใต้แนวคิด “ใช้อาหารเป็นยา” ผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นที่สด สะอาด และปลอดภัย
4) สมาธิและพลังศรัทธาบำบัด เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวบนบก และเรียนรู้วิถีพหุวัฒนธรรม 3 ศาสนา ที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ กลมกลืน และเรียบง่าย
“เป้าหมายสำคัญคือ การพัฒนาเกาะและชุมชนสู่ “Slow Carbon Destination” พร้อมต่อยอด Green Mobility ผ่านโครงการ “เที่ยวตราด Slow Carbon+” ส่งเสริมเที่ยววันธรรมดาผ่าน “DigiTrat Fruit Print: Weekday Feelcation” รวมถึง “ตราดเต็ม 10 ไม่ตัด” เชื่อมเส้นทางอาหาร สายมู และชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น” ว่าที่ร้อยตรีกรกฎกล่าว
เมืองสีเขียว-กีฬาเที่ยวได้ทั้งปี
ว่าที่ร้อยตรีกรกฎกล่าวต่อว่า อีกไฮไลต์สำคัญคือการต่อยอดความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยชูเกาะหมาก ซึ่งเป็นต้นแบบ Low Carbon ได้รับรางวัล ITB Berlin รวมถึงตำบลเกาะช้างใต้ ที่ได้รับคัดเลือกเป็น Green Destinations Top 100 Stories ปี 2025 พร้อมผลักดันระบบ Green Mobility โดยเฉพาะรถกอล์ฟไฟฟ้า ผ่านโครงการ “เที่ยวตราด Slow Carbon+” ตั้งเป้าผู้เข้าร่วม 3,000 คน และสร้างการรับรู้ 3 ล้านคน-ครั้ง
ขณะที่ด้าน Sports Tourism ถือเป็นเครื่องมือเติมเต็มการท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน โดยเฉพาะช่วงกรีนซีซั่น ผ่านงานกีฬาระดับนานาชาติ เช่น วิ่งเทรลมาตรฐานสากล Koh Chang Trail (KCT 100) ที่ดึงนักวิ่งกว่า 2,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านบาท วิ่งผจญภัย XRACE OCEAN: KOH CHANG และเทศกาลเรือใบ Trat Regatta Cup/International Sailing เป็นต้น